สวัสดีเหล่าสาวกไอโฟนทุกท่านครับ หลายท่านยังคงชั่งใจว่าระหว่าง iPhone 17 vs iPhone 16 ที่ต่างแค่ 3,000 บาท ควรเลือกรุ่นไหนดี? ซึ่งวันนี้เราจะมาเปรียบเทียบเห็นว่าสองรุ่นนี้แตกต่างกันแค่ไหนยังไงบ้างนั้น เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อมือถือของท่านเองแล้ว และมีส่วนลดสุดพิเศษด้วยครับ (เพิ่มเติม ข้อมูลที่ใช้จะเป็นข้อมูลปัจจุบัน) รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! การออกแบบ พูดถึงเรื่องการออกแบบดีไซน์ของ iPhone 17 และ iPhone 16 ตัวเครื่องโดยรวมดีไซน์คล้ายคลึงเหมือนเดิม แต่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงวัสดุให้ทนทานมากยิ่งขึ้น มาเริ่มที่ดีไซน์ iPhone 17 จะมีสีเครื่องมีให้เลือก 5 สี ได้แก่ ดำ, ขาว, ฟ้าหมอก, เขียวเสจ และ ลาเวนเดอร์ ขนาด 149.6 × 71.5 × 7.95 มม. น้ำหนัก 177 กรัม และกันน้ำกันฝุ่น IP68 ในขณะที่ iPhone 16 สีเครื่องมีให้เลือก 5 สี ได้แก่ ดำ, ขาว, ชมพู, เขียวอมฟ้า และ น้ำเงินอัตลร้ามารีน ขนาด 147.6 × 71.6 × 7.8 มม. น้ำหนัก 170 กรัม และกันน้ำกันฝุ่น IP68 หน้าจอ หน้าจอของ iPhone 17 เป็น Super Retina XDR 6.3 นิ้ว ความละเอียด 2622×1206(460PPI) มาพร้อม ProMotion อัตรารีเฟรช 120Hz แถม Always-on Display ทำให้การแสดงผลลื่นไหลยิ่งขึ้นและสามารถดูข้อมูลได้ตลอดเวลา ส่วนความสว่างหน้าจอสูงสุด 3000nits และกระจกกันหน้าจอ Ceramic Shield 2 ในขณะที่หน้าจอ iPhone 16 เป็น Super Retina XDR 6.1 นิ้ว ความละเอียด 2556×1179(460PPI) อัตรารีเฟรช 60Hz ความสว่างหน้าจอสูงสุด 2000nits และกระจกกันหน้าจอ Ceramic Shield ฮาร์ดแวร์และประสิทธิภาพ iPhone 17 มาพร้อมชิปเซ็ต Apple A19 ความเร็ว CPU 4.26GHz ส่วน GPU เป็น Apple GPU 5-core ต่อมา RAM/ROM มีให้เลือก 8GB/256GB และ 8GB/512GB ระบบปฏิบัติการ iOS 26.4.2 และ Apple Intelligence ที่ประมวลผลได้เร็วขึ้นและดีในขณะที่ iPhone 16 มากับชิปเซ็ต Apple A18 ความเร็ว CPU 4.04GHz ส่วน GPU เป็น Apple GPU 5-core ต่อมา RAM/ROM มีให้เลือก 8GB/128GB, 8GB/256GB และ 8GB/512GB ระบบปฏิบัติการ iOS 26.4.2 และ Apple Intelligence กล้อง iPhone 17 มาพร้อมกล้องหลังคู่ กล้องหลัก 48MP(f/1.6) กันสั่น OIS + กล้อง Ultrawide 48MP(f/2.2) และกล้องหน้า 18MP(f/1.9) พร้อม Center Stage เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้คุณอยู่ในเฟรมเสมอระหว่างการวิดีโอคอล ซึ่งเหมาะสำหรับกาคประชุมออนไลน์หรือการถ่ายวิดีโอเซลฟี่ ในขณะที่ iPhone 16 มากับกล้องหลังคู่ กล้องหลัก 48MP(f/1.6) กันสั่น OIS + กล้อง Ultrawide 12MP(f/2.2) และกล้องหน้า 12MP(f/1.9) ส่วนเรื่องบันทึกวิดีโอได้สูงสุด 4K 24-60fps ทั้งกล้องหลังและกล้องหน้าของทั้งสองรุ่น การเชื่อมต่อ iPhone 17 รับรองการเชื่อมต่อ Bluetooth 6.0 ,USB-C 2.0 ,Ultra Wideband 2 ,NFC ,DisplayPort และ Wi-Fi 7 ในขณะที่ iPhone 16 รับรองการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.3 ,USB-C 2.0 ,Ultra Wideband 2 ,NFC ,DisplayPort และ Wi-Fi 7 แบตเตอรี่ iPhone 17 มีความจุแบตเตอรี่ 3692mAh ชาร์จไว 30W หรือสูงกว่า และชาร์จไร้สาย MagSafe 25W ในขณะที่ iPhone 16 มีความจุแบตเตอรี่ 3561mAh ชาร์จไว 30W หรือสูงกว่า และชาร์จไร้สาย MagSafe 25W ราคา iPhone 17 8GB/256GB ราคา 29,900 บาท 8GB/512GB ราคา 37,900 บาท iPhone 16 (ราคา ณ ปัจจุบัน) 8GB/128GB ราคา 26,900 บาท 8GB/256GB ราคา 30,500 บาท 8GB/512GB ราคา 38,800 บาท สรุปแล้วซื้อรุ่นไหนดี iPhone 17 และ iPhone 16 เป็นมือถือที่เยี่ยมยอด ส่วนการเลือกระหว่างสองรุ่นนี้จริงๆ ถ้าใช้งานทั่วไปก็แนะนำทั้งคู่ แต่ขึ้นอยู่กับงบประมาณและพิจารณาความต้องการใช้งานของคุณเป็นหลัก เลือก iPhone 17 ให้พิจารณาดังนี้ คุณต้องการ ประสบการณ์หน้าจอที่ดีที่สุด ด้วย ProMotion 120Hz และ Always-on Display คุณให้ความสำคัญกับ แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน ตลอดวันโดยไม่ต้องกังวล คุณต้องการ ประสิทธิภาพ AI ที่ล้ำสมัย และชิปประมวลผลที่ใหม่ที่สุด คุณต้องการ กล้องหน้าที่ดีขึ้น สำหรับวิดีโอคอลและเซลฟี่•คุณต้องการ ความทนทานของหน้าจอที่เพิ่มขึ้น คุณพร้อมที่จะจ่ายในราคาที่สูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อแลกกับฟีเจอร์และการอัปเกรดที่สำคัญเหล่านี้ เลือก iPhone 16 ให้พิจารณาดังนี้ คุณต้องการ ประหยัดงบประมาณ และยังคงได้ iPhone ที่มีประสิทธิภาพสูงและรองรับ 5G คุณไม่ได้ให้ความสำคัญกับอัตรารีเฟรชหน้าจอ 120Hz หรือ Always-on Display มากนัก คุณพอใจกับประสิทธิภาพของชิป A18 และกล้องที่มีอยู่ คุณต้องการ iPhone ที่ยังคงได้รับการอัปเดตซอฟต์แวร์ไปอีกหลายปี และมี Ecosystem ที่แข็งแกร่งของ Apple โดยรวม iPhone 17 เป็นการอัปเกรดที่น่าสนใจและคุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดและประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่า โดยเฉพาะหน้าจอ ProMotion และแบตเตอรี่ที่อึดขึ้น ในขณะที่ iPhone 16 ยังคงเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการ iPhone ที่มีประสิทธิภาพสูงในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า ตรงนี้ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลและกำลังทรัพย์ Q&A : คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ iPhone 17 และ iPhone 16 1.Q: iPhone 17 มีอะไรใหม่ที่น่าสนใจที่สุดเมื่อเทียบกับ iPhone 16? —A: การเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจที่สุด คือ หน้าจอ ProMotion 120Hz และ Always-on Display ในรุ่นมาตรฐาน รวมถึง แบตเตอรี่ที่อึดขึ้น อย่างเห็นได้ชัด และ ชิป A19 ที่รองรับ Apple Intelligence ได้ดีกว่าเดิมครับ 2.Q: ความแตกต่างของประสิทธิภาพระหว่างชิป A19 ใน iPhone 17 และ A18 ใน iPhone 16 มีมากน้อยแค่ไหน? —A: ชิป A19 (3nm) ใน iPhone 17 จะมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นทั้งในด้าน CPU, GPU และ Neural Engine เมื่อเทียบกับ A18 (3nm) ใน iPhone 16 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการประมวลผล AI และการทำงานที่ซับซ้อน ซึ่งจะเห็นผลชัดเจนในการใช้งานแอปพลิเคชันที่ต้องการพลังประมวลผลสูงและฟีเจอร์ AI ใหม่ๆ ครับ 3.Q: ถ้าฉันใช้ iPhone 16 อยู่แล้ว ควรจะอัปเกรดเป็น iPhone 17 เลยหรือไม่? —A: หากคุณให้ความสำคัญกับหน้าจอ 120Hz, แบตเตอรี่ที่อึดขึ้นมาก, กล้องหน้าที่ดีขึ้น และต้องการสัมผัสประสบการณ์ Apple Intelligence ที่ล้ำสมัย การอัปเกรดเป็น iPhone 17 ก็คุ้มค่าครับ แต่ถ้า iPhone 16 ยังตอบโจทย์การใช้งานของคุณได้ดีอยู่ และไม่ได้ต้องการฟีเจอร์ใหม่ๆ เหล่านั้นมากนัก การรอ iPhone รุ่นถัดไป หรือรอให้ราคา iPhone 17 ลดลงก็เป็นทางเลือกที่ดีครับ 4.Q: iPhone 17 มีการเปลี่ยนแปลงด้านดีไซน์ที่สำคัญหรือไม่? —A: iPhone 17 ยังคงใช้ดีไซน์โดยรวมที่คล้ายคลึงกับ iPhone 16 แต่มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เช่น ขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นเป็น 6.3 นิ้ว และอาจมีการปรับปรุงวัสดุหรือความทนทานของหน้าจอด้วย Ceramic Shield 2 ที่ดีขึ้นครับ ส่วนใครอยากเป็นเจ้าของ iPhone 17 และ iPhone 16 สามารถสั่งซื้อได้แล้ว พร้อมสิทธิพิเศษและโปรโมชั่นที่ True5G ได้แล้ววันนี้ รับส่วนลด iPhone 17 คลิกเลย! สุดท้ายนี้หากใครที่รู้สึกชอบบทความนี้กดแชร์หรือถ้าอยากจะติดตามเรื่องราวอื่นๆ ของเราก็สามารถติดตามได้ที่ Facebook : WV review YouTube : WV book & review บทความ TrueID : WV เรียบเรียงโดย WV เครดิตภาพ ภาพปก : ออกแบบ-ผู้เขียน และภาพแคปมาจาก YouTube : Apple : iPhone 17 และ iPhone 16 ภาพประกอบทั้งหมดแคปมาจาก YouTube : Apple : 1 , 2 , 3 , 4 , 5 , 6 เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !