ทำความรู้จักกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง: เริ่มเก็บเงินสมทบเมื่อไหร่ ? ได้รับสวัสดิการอะไรกลับคืนบ้าง ? หากพูดถึงสวัสดิการแรงงานภาคเอกชน ลูกจ้างของบริษัท ห้างร้านต่าง ๆ แน่นอนว่าหลายคนคงจะคุ้นเคยกับประกันสังคมกันดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประกันสังคมมาตรา 39 ซึ่งเป็นสวัสดิการสำหรับแรงงานในระบบที่มีข้อมูลนายจ้างชัดเจนและยังคงอยู่ในอายุงาน อย่างไรก็ตามล่าสุดรัฐได้ประกาศใช้สวัสดิการแรงงานตัวใหม่ ซึ่งก็คือ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังเตรียมเรียกเก็บเงินสมทบเข้ากองทุนจากนายจ้างและลูกจ้างในเดือนตุลาคม 2569 นี้ พูดมาแบบนี้หลายคนก็อาจจะรู้สึกงง ๆ กันแล้วว่าตกลงสวัสดิการตัวใหม่นี้มันคืออะไร เราจำเป็นต้องส่งเงินสมทบหรือไม่ และต้องส่งเงินสมทบเป็นจำนวนเท่าไหร่ ในวันนี้เราจึงจะพากันไปทำความรู้จักกับสวัสดิการตัวใหม่ล่าสุดนี้กัน! กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างคือ ? กองทุนของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 โดยอยู่ภายใต้สังกัดกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน แต่ที่ผ่านมากองทุนยังไม่เคยมีการเรียกเก็บเงินสมทบเข้ากองทุน จึงยังไม่ได้มีสวัสดิการช่วยเหลือแรงงาน ลูกจ้าง ออกมาอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเพียงการช่วยเหลือเป็นรายเคสจากการยื่นคำร้องเรียนของแรงงาน หรือลูกจ้างที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายจ้าง หลายคนจึงไม่เคยรู้จักกับกองทุนตัวนี้มาก่อนนั่นเอง ทำไมต้องมีการเรียกเก็บเงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ทั้ง ๆ ที่มีประกันสังคมอยู่แล้ว ? ต้องอธิบายกันแบบนี้ว่าสวัสดิการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างนั้นไม่ได้จะเข้ามาแทนที่ประกันสังคมแต่อย่างใด โดยเป็นสวัสดิการที่เพิ่มเติมเข้ามาเพื่อเติมความคุ้มครองให้กับลูกจ้าง ผู้ใช้แรงงานให้มีหลักประกันที่มั่นคงมากขึ้น เพราะรัฐมองว่าประกันสังคมที่มีอยู่นั้นยังไม่ครอบคลุมกับลูกจ้างที่มีอยู่ในระบบทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนายจ้าง สถานประกอบกิจการที่ไม่มีการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งถือเป็นช่องโหว่ที่ลูกจ้างจะขาดสวัสดิการที่พึงได้รับ พูดง่าย ๆ ก็คือรัฐต้องการให้แรงงานในบ้านเรามีสวัสดิการคุ้มครองที่ดีขึ้น และครอบคลุมทั่วถึงแรงงานทุกคนนั่นเอง คุณสมบัติของสถานประกอบการ นายจ้างที่สามารถเข้าร่วมกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างได้ สำหรับคุณสมบัติหลัก ๆ ของนายจ้าง หรือสถานประกอบการที่สามารถเข้าร่วมกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างได้ก็จะมีอยู่ด้วยกัน 2 ส่วนด้วยกัน คือ เป็นสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไป คือถ้าเป็นธุรกิจห้างร้านเล็ก ๆ ที่มีลูกจ้าง 3-4 ราย แบบนี้ก็จะถือว่าคุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์ที่จะเข้าร่วมกองทุนฯ แรงงาน ลูกจ้างส่วนนี้ก็อาจต้องไปสมัครเข้าร่วมประกันสังคมมาตรา 40 ในฐานะอาชีพอิสระแทน กับอีกส่วนก็คือ ต้องยังไม่มีการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพราะถ้านายจ้างรายใดมีทั้งประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว รัฐก็จะมองว่าเป็นสวัสดิการที่เพียงพอตามมาตรฐานที่ลูกจ้างพึงได้รับแล้วนั่นเอง เริ่มส่งเงินสมทบเมื่อไหร่ ต้องส่งในจำนวนเท่าไหร่ ? มาถึงส่วนที่สำคัญที่สุดกันบ้าง ซึ่งก็คือการเริ่มส่งเงินสมทบเข้ากองทุนฯสำหรับนายจ้างและลูกจ้างที่ผ่านเกณฑ์ โดยเรทการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนนั้นจะแบ่งเป็นสองช่วงด้วยกัน คือในช่วงเริ่มต้น 5 ปีแรก และหลังจาก 5 ปีแรก ดังนี้ - ตั้งแต่ ตุลาคม 2569-กันยายน 2574 เดือนตุลาคม 2569 นี้จะถือเป็นเดือนแรกที่กองทุนฯเรียกเก็บเงินสมทบ โดยเรทการเรียกเก็บช่วง 5 ปีแรก จะอยู่ที่ 0.25% ของเงินค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับ โดยที่นายจ้างต้องสมทบเพิ่มเติมในอัตราเท่ากัน ตัวอย่างเช่น ถ้าลูกจ้างได้รับค่าจ้างเดือนละ 15,000 บาท ลูกจ้างก็ต้องส่งเงินสมทบเป็นจำนวน 37.5 บาท ต่อเดือนนั่นเอง - ตั้งแต่ ตุลาคม 2574 เป็นต้นไป 0.50% ของค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับ ตัวอย่างเช่น ถ้าลูกจ้างได้รับค่าจ้างเดือนละ 15,000 บาท ลูกจ้างก็ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนเป็นจำนวน 75 บาท ต่อเดือน ซึ่งหากรวมกับส่วนของนายจ้างด้วยก็จะเป็น เดือนละ 150 บาท นั่นเอง สวัสดิการที่จะได้รับกลับคืน มากันที่สวัสดิการที่แรงงาน หรือลูกจ้างจะได้รับกลับคืนจากการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนกันบ้าง 1. กรณีออกจากงาน ซึ่งนับรวมถึงกรณีถูกเลิกจ้าง ไล่ออก หรือกิจการถูกปิดด้วย ลูกจ้างจะได้รับเงินสมทบคืนทั้งหมดภายใน 30 วัน ซึ่งไม่ใช่แค่ส่วนที่ลูกจ้างจ่ายสมทบไปเท่านั้น แต่จะได้รับในส่วนที่นายจ้างส่งสมทบให้เราคืนทั้งหมดด้วย และอาจได้รับดอกผลเพิ่มเติมด้วย กรณีที่กองทุนนำเงินสมทบไปลงทุนและเกิดดอกผล พูดง่าย ๆ ก็คือ ทุกบาททุกสตางค์ที่เราส่งสมทบไปนั้นไม่สูญเปล่าแน่นอน ออกจากงานปุ๊ปก็จะได้รับคืนทันที 2. กรณีเสียชีวิต เงินสมทบที่ลูกจ้างส่งไปรวมทั้งส่วนของนายจ้าง และดอกผล จะถูกจ่ายคืนให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ที่ลูกจ้างระบุในสัญญา หรือทายาทตามกฎหมาย 3. กรณีนายจ้างปฏิบัติไม่เป็นธรรม ไม่จ่ายค่าชดเชยเลิกจ้าง หรือไม่จ่ายค่าจ้าง ค้างจ่ายค่าจ้าง ลูกจ้างสามารถติดต่อร้องเรียนกับทางกองทุนฯได้ กองทุนฯก็จะเข้ามาดำเนินการช่วยเหลือเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ลูกจ้างในทันที ณัฐ ณัฐนันท์ ภาพปก/ภาพประกอบ โดยผู้เขียน (Tools Design Canva, ChatGPT) เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !