เอฟบีไอเผยสถิติ 'อาชญากรรมความเกลียดชัง' แตะระดับสูงสุดในรอบ 12 ปี

เอฟบีไอเผยสถิติ 'อาชญากรรมความเกลียดชัง' แตะระดับสูงสุดในรอบ 12 ปี
Xinhua Thai
5 กันยายน 2564 ( 15:03 )
4
เอฟบีไอเผยสถิติ 'อาชญากรรมความเกลียดชัง' แตะระดับสูงสุดในรอบ 12 ปี

ลอนดอน, 5 ก.ย. (ซินหัว) -- เมื่อไม่นานนี้ หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนรายงานว่า อาชญากรรมจากความเกลียดชังในสหรัฐอเมริกาได้เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 12 ปี ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการทำร้ายร่างกายชาวอเมริกันผิวดำและชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย

 

 

รายงานที่รวบรวมโดยสำนักงานสืบสวนกลางแห่งสหรัฐฯ (FBI) ระบุว่าในปี 2020 มีการก่ออาชญากรรมจากความเกลียดชังรวม 7,759 คดี ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับปี 2019 และแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008ข้อมูลที่ถูกส่งจากหน่วยงานตำรวจของรัฐและท้องถิ่นมากกว่า 15,000 แห่งไปยังสำนักงานฯ แสดงให้เห็นว่าในปี 2020 เหตุการณ์โจมตีต่อต้านคนผิวดำได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าคิดเป็นร้อยละ 40 จาก 1,930 ครั้ง เป็น 2,755 ครั้ง ขณะที่การโจมตีต่อต้านชาวเอเชียเพิ่มขึ้นร้อยละ 70 จาก 158 ครั้ง เป็น 274 ครั้งรายงานระบุว่า ในจำนวนผู้กระทำผิดทั้งหมด 6,576 ราย เป็นคนผิวขาวร้อยละ 55, คนผิวดำร้อยละ 20, ไม่ทราบเชื้อชาติร้อยละ 16, เชื้อชาติหลากหลายร้อยละ 6 และเป็นชาวเอเชียร้อยละ 1ในช่วงเวลาเดียวกัน อาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชังต่อชาวมุสลิมและชาวยิวลดลงร้อยละ 42 และ 30 ตามลำดับเมอร์ริก การ์แลนด์ อัยการสูงสุดของสหรัฐฯ แถลงว่ารายงานสถิติอาชญากรรมจากความเกลียดชังของสำนักงานฯ ในปี 2020 "แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องมีการแก้ปัญหาอย่างรอบด้าน" พร้อมระบุว่าสาเหตุหลักของอาชญากรรมจากความเกลียดชังคือ เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ บรรพบุรุษ หรืออัตลักษณ์ทางเพศทั้งนี้ นักเคลื่อนไหวและสมาชิกสภานิติบัญญัติหลายคนเชื่อว่าจำนวนอาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชังมีมากกว่าที่มีการรายงาน โดยระบุว่าตำรวจท้องที่ไม่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีพอสำหรับการระบุและจำแนกประเภทอาชญากรรมดังกล่าว อีกทั้งยังมีปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรและความสนใจ

(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนเดินขบวนเนื่องในวันประกาศเลิกทาสของสหรัฐฯ ในเมืองแวนคูเวอร์ รัฐบริติชโคลัมเบียของแคนาดา วันที่ 1 ส.ค. 2020)[/caption]

ข่าวที่เกี่ยวข้อง