"ไบเดน" รับธงสู้ศึกชิงทำเนียบขาว ลั่นนำอเมริกาพ้นฤดูมืดมน

"ไบเดน" รับธงสู้ศึกชิงทำเนียบขาว ลั่นนำอเมริกาพ้นฤดูมืดมน
มติชน
21 สิงหาคม 2563 ( 14:17 )
88
"ไบเดน" รับธงสู้ศึกชิงทำเนียบขาว ลั่นนำอเมริกาพ้นฤดูมืดมน

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นายโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา วัย 77 ปี กล่าวสุนทรพจน์รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต ลงสู้ศึกเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายนอย่างเป็นทางการ ที่เมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ ในการประชุมใหญ่พรรคเดโมแครตผ่านออนไลน์เป็นวันสุดท้ายเมื่อค่ำวันที่ 20 สิงหาคม ด้วยการประกาศจะนำอเมริกาพ้นจากฤดูกาลอันมืดมนภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลทรัมป์

 

โดยไบเดนใช้เวลาในการกล่าวสุนทรพจน์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกนานราว 22 นาที ด้วยการโจมตีทรัมป์ว่าทำให้อเมริกาถูกปกคลุมด้วยความมืดมน ความโกรธเกรี้ยว ความกลัวและความแตกแยกมานานแล้ว แต่หากชาวอเมริกันให้ความไว้วางใจเขาให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี เขาจะเป็นพันธมิตรของแสงสว่าง ไม่ใช่ความมืดมน และว่า ถึงเวลาแล้วที่ชาวอเมริกันจะต้องร่วมใจกัน

 

ไบเดนยังเรียกร้องให้ชาวอเมริกันลงโทษทรัมป์ที่สร้างความสับสนวุ่นวาย ซึ่งทำให้เห็นการล้มตายของผู้คนไปมากกว่า 170,000 รายแล้ว ท่ามกลางหายนะทางเศรษฐกิจจากเหตุการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งไบเดนยังประกาศว่าในวันแรกที่เขาได้เป็นประธานาธิบดี เขาจะดำเนินการตามแผนการต่อสู้โรคโควิด-19 แห่งชาติและจะออกคำสั่งให้สวมหน้ากากป้องกัน

 

ศึกครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 สำหรับไบเดนในการเปิดศึกชิงทำเนียบขาว หลังจากไบเดนล้มเหลวในการคว้าธงเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตสู้ศึกเลือกตั้งมาแล้ว 2 ครั้งในปี 1988 และ ปี 2008 แต่ครั้งนี้พรรคเดโมแครตหวังว่าผลงานที่แข็งแกร่งของไบเดน ตลอดจนการมี คามาลา แฮร์ริส เป็นคู่หูในฐานะผู้ชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีที่เป็นผู้หญิงผิวสีคนแรกของประเทศ จะช่วยกลบเสียงโจมตีของทรัมป์และสมาชิกพรรครีพับลิกันที่ถล่มจุดอ่อนของไบเดนเรื่องวัยชราภาพลงไปได้ โดยขณะนี้ไบเดนยังมีคะแนนนิยมนำทรัมป์ในเกือบทุกโพลระดับชาติที่มีการสำรวจมา รวมถึงในรัฐสวิงสเตท ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเลือกใครด้วย

 

ขณะที่ทรัมป์ยังกำลังดิ้นสู้อย่างหนักในศึกเลือกตั้งครั้งนี้ที่ถูกมองว่าเป็นการเลือกตั้งที่เต็มไปด้วยการแบ่งแยกมากที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ล่าสุดทรัมป์กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกนิวส์ โดยยังคงเน้นย้ำว่าการให้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งทางไปรษณีย์เพิ่มมากขึ้น ที่พรรคเดโมแครตชี้ว่าเป็นสิ่งจำเป็นเนื่องจากสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้น จะนำไปสู่การโกงเลือกตั้ง โดยที่ทรัมป์ยังปฏิเสธที่จะยืนยันว่าเขาจะยอมรับผลการเลือกตั้งหรือไม่ หากผลออกมาว่าเขาเป็นฝ่ายปราชัย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง