ประเทศไทย มีที่ตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้น ซึ่งใน 1 ปี จะมีฤดูฝน 6-7 เดือน โดยจะแบ่งออกเป็น 2 โซน Zone 1 พื้นที่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฤดูฝนจะเริ่มตั้งแต่ เดือน พฤษภาคม และจะเริ่มถึงจุดพีกที่สุด ประมาณเดือนกันยายน และค่อยๆลดลงจนถึง กลางเดือนตุลาคม ก่อนเข้า ฤดูหนาว Zone 2 พื้นที่ ภาคใต้ ฤดูฝนจะเริ่มตั้งแต่ เดือนกันยายน และค่อยๆเพิ่มขึ้น จนถึงเดือนธันวาคม และจำนวนฝนจะค่อยๆลดลง จนถึงปลายเดือนมกราคม จะเห็นได้ว่า ในประเทศไทย มีฝนตกเกือบตลอดทั้งปี เป็นปกติอยู่แล้ว แต่ด้วย สภาวะโลกร้อน ทำให้ปริมาณน้ำฝนที่ตกในแต่ละครั้ง มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น หรือมีการที่ฝนตกแช่ในพื้นที่นั้นๆยาวนานกว่าปกติ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลันได้ วิธีรับมือน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก 5 ข้อ 1. ติดตามสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า หมั่นฟังประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานท้องถิ่น หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง เช่น ใกล้ภูเขา ลำห้วย หรือทางน้ำไหลผ่าน ควรสังเกตสัญญาณเตือน เช่น ฝนตกหนักต่อเนื่องบนพื้นที่สูง ฝนตกติดต่อกันเกิน 24 ชั่วโมง น้ำในลำธารเปลี่ยนสีขุ่นผิดปกติ หรือมีเสียงคล้ายลมพัดแรงจากภูเขา ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของน้ำป่ากำลังมา เราสามารถเข้าตรวจสอบทิศทางฝนตก ปริมาณน้ำฝน หรือคาดการณ์บริเวณที่ฝนอาจจะตก Real-time ได้จากกรมอุตุนิยมวิทยา หรือ เว็บไซต์ windy.com 2. เตรียมแผนอพยพและของใช้จำเป็นไว้ล่วงหน้า จัดกระเป๋าฉุกเฉินให้พร้อม ประกอบด้วยเอกสารสำคัญ ยาประจำตัว น้ำดื่ม อาหารแห้ง ไฟฉาย และแบตเตอรี่สำรอง พร้อมกำหนดเส้นทางอพยพไปยังที่สูงหรือจุดปลอดภัยที่ทุกคนในบ้านรู้ตรงกัน อย่ารอจนน้ำมาถึงตัวบ้านจึงเริ่มเตรียมตัว เพราะน้ำป่าอาจมาถึงภายในเวลาไม่กี่นาที 3. อพยพขึ้นที่สูงทันทีเมื่อได้รับคำเตือน เมื่อมีประกาศเตือนหรือสังเกตเห็นสัญญาณผิดปกติ ให้รีบอพยพไปยังที่สูงโดยไม่ชักช้า ห้ามเสียเวลาเก็บของหรือรอดูสถานการณ์ เพราะน้ำป่าไหลเชี่ยวและรุนแรง สามารถพัดพาทั้งคนและรถยนต์ได้ในเวลาอันสั้น 4. ห้ามขับรถหรือเดินฝ่าน้ำที่ไหลเชี่ยว แม้น้ำจะดูสูงเพียงไม่กี่สิบเซนติเมตร แต่กระแสน้ำที่ไหลแรงสามารถพัดรถยนต์และคนล้มได้ หากพบเส้นทางถูกน้ำท่วมให้เปลี่ยนเส้นทันที ไม่ควรเสี่ยงขับหรือเดินลุยผ่านโดยเด็ดขาด ตำแหน่ง เบรกเกอร์ บ้านพักอาศัย ต้องทำการตัดไฟ ขณะที่น้ำท่วมในบ้าน 5. ตัดกระแสไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนน้ำเข้าบ้าน เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรและอันตรายจากไฟดูด ควรปิดสวิตช์ไฟหลักและถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทันทีที่ทราบว่าน้ำกำลังจะท่วมถึงบ้าน หากน้ำท่วมสูงแล้วห้ามแตะต้องอุปกรณ์ไฟฟ้าใด ๆ โดยเด็ดขาด หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยในช่วงนี้ ควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมอพยพได้ตลอดเวลา สิ่งของจำเป็นเมื่อต้องติดอยู่ในที่พักอาศัยขณะภาวะน้ำท่วม 1. น้ำดื่มสะอาดและอาหารแห้ง เนื่องจากน้ำประปาอาจปนเปื้อนหรือถูกตัดในช่วงน้ำท่วม จึงต้องสำรองน้ำดื่มและอาหารที่ไม่ต้องปรุงนาน เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ควรเป็นอาหารที่สามารถทานได้เลย ไม่ต้องปรุงสุก ให้เพียงพออย่างน้อย 5-6 วัน 2. ไฟฉายและแบตเตอรี่สำรอง ไฟฟ้ามักถูกตัดเพื่อความปลอดภัย ไฟฉายช่วยให้มองเห็นในที่มืดและส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือได้ยามจำเป็นและควรสำรองแบตเตอรี่ไฟฉาย และโทรศัพท์ไว้ใช้ในยามจำเป็น เพื่อติดต่อ-สื่อสาร เท่านั้น 3. ยาประจำตัวและอุปกรณ์ปฐมพยาบาล ผู้ที่มีโรคประจำตัวอาจเข้าถึงร้านขายยาไม่ได้ ควรสำรองยาที่จำเป็นพร้อมชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับรักษาบาดแผล 4. เอกสารสำคัญในถุงกันน้ำ บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สมุดบัญชี ควรเก็บในถุงพลาสติกกันน้ำเพื่อป้องกันความเสียหายและใช้ยืนยันตัวตนภายหลัง 5. วิทยุสื่อสารหรือโทรศัพท์มือถือพร้อมพาวเวอร์แบงก์ ใช้ติดตามข่าวสารสถานการณ์และติดต่อขอความช่วยเหลือ เมื่อสัญญาณโทรศัพท์หรือไฟฟ้าขัดข้อง Quetions&Answers ถาม : เบอร์ติดต่อฉุกเฉินที่ควรรู้ ในขณะเกิดเหตุน้ำท่วม ตอบ : เบอร์ติดต่อฉุกเฉิน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งภัยและขอความช่วยเหลือเร่งด่วน 1784 สายด่วนรับ-แจ้งเตือนภัยน้ำท่วม ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 1111 กด5 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (เจ็บป่วยฉุกเฉิน/นำส่งโรงพยาบาล) 1669 หรือ เบอร์ติดต่อหน่วยราชการท้องถิ่น ในพื้นที่ของท่าน โดยตรง จะสามารถเข้าถึงการช่วยเหลือได้รวดเร็วที่สุด ถาม : สิ่งของ เครื่องใช้ ภายในบ้าน ควรเก็บรักษา อย่างไร ให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด? ตอบ : สิ่งของ เครื่องใช้ ภายในบ้าน ควรนำขึ้นที่สูง ชั้น 2 หรือด้านบนหลังคา โดยใช้ถุงดำที่มีความหนา ไม่ฉีกขาด ห่อให้มิดชิดและผูกติดกับหลักที่มั่งคง แข็งแรง ถาม : ภัยอันตรายจากน้ำท่วม ที่พบเจอ มีอะไรบ้าง? ตอบ : ส่วนใหญ่ อันตรายจากน้ำท่วม ที่ส่วนใหญ่เสียชีวิต เกิดจากการจมน้ำ เป็นอันดับ 1 รองลงมา คือ เสียชีวิตจากไฟฟ้าช็อตและไฟฟ้าดูด ส่วนอันตรายทั่วไป ที่พบเจอ คือ ถูกสัตว์มีพิษกัด โรคที่มากับน้ำ เช่น เชื้อราบนผิวหนัง ท้องเสีย ในกรณีที่เจ็บป่วย อย่างรุนแรง ควรติดต่อ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (เจ็บป่วยฉุกเฉิน/นำส่งโรงพยาบาล) 1669 ทันที น้ำท่วมอย่าตกใจ มีสติไว้ ปลอดภัยทุกคน เครดิตภาพ ภาพปก ภาพ1/ภาพ4 : โดย AI ภาพ 2/ภาพ3 : โดยครีเอเตอร์ เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !