หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 3 ก.ค. 2569 ปิดพุ่ง 594.83 จุด นักลงทุนคลายกังวลแนวโน้มเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย

ดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก 3 ก.ค. 2569
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพฤหัสบดี (2 ก.ค.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อย่างไรก็ตาม ดัชนี Nasdaq ปิดลดลงกว่า 200 จุด เนื่องจากแรงขายหุ้นกลุ่มชิป
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 52,900.07 จุด เพิ่มขึ้น 594.83 จุด หรือ +1.14%
- ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,483.24 จุด เพิ่มขึ้น 0.01 จุด หรือ +0.00%
- ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 25,832.67 จุด ลดลง 207.36 จุด หรือ -0.80%
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 57,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 115,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.2% ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 4.3%
ข้อมูลจากนักวิเคราะห์
ข้อมูลของกระทรวงฯ ยังระบุด้วยว่า ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 3.5% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงถือเป็นข้อมูลที่เฟดให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ
นักลงทุนปรับลดคาดการณ์แนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดหลังการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานดังกล่าว โดยล่าสุด เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 55% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. ซึ่งลดลงจากก่อนหน้านี้ที่ให้น้ำหนัก 64.1%
นักวิเคราะห์จากบริษัท 50 Park Investments ในนิวยอร์ก ให้ความเห็นว่า ตัวเลขจ้างงานที่ออกมาต่ำกว่าคาดไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อหมดไป แต่อย่างน้อยก็ช่วยลดโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะสั้นนี้ เนื่องจากที่ผ่านมา นักลงทุนมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงเริ่มต้นของสงครามอิหร่าน
หุ้น 8 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์พุ่งขึ้น 2.7% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคพุ่งขึ้น 2.4% ส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 1.46% ตามด้วยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารปรับตัวลง 0.8%
หุ้นกลุ่มบริษัทผลิตชิปร่วงลง 5.4% ซึ่งเป็นการดิ่งลงอย่างรุนแรงติดต่อกันสองวันทำการ และเป็นปัจจัยฉุดดัชนี Nasdaq ปิดตลาดในแดนลบ
ด้านนักวิเคราะห์จาก Granite Wealth Management กล่าวว่า นักลงทุนเทขายทำกำไรหุ้นกลุ่มชิป หลังจากที่ราคาพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในปีนี้ อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ต้นปีนี้ ดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวขึ้นประมาณ 78%
ข้อมูลหุ้นรายตัว
สำหรับหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Apple พุ่งขึ้น 4.8% และเป็นปัจจัยที่ช่วยพยุงดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนี หลังจากสำนักข่าวนิกเกอิ เอเชีย รายงานในวันพฤหัสบดีว่า Apple มีแผนเปิดตัว iPhone อย่างน้อย 5 รุ่นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จนถึงครึ่งแรกของปี 2570 ซึ่งนับเป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่คึกคักที่สุดของบริษัทในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
รายงานยังระบุด้วยว่า Apple ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายการผลิต iPhone จอพับรุ่นแรกของบริษัท เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในตลาดสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียม แม้เผชิญข้อจำกัดด้านห่วงโซ่อุปทาน
หุ้น Tesla ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ ร่วงลง 7.5% แม้บริษัทรายงานยอดส่งมอบรถยนต์ในไตรมาส 2/2569 ที่สูงเกินคาด
ตลาดหุ้นนิวยอร์กจะปิดทำการในวันนี้ (3 ก.ค.) เนื่องในวันชาติสหรัฐฯ ส่วนตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นประมาณ 2% ขณะที่ดัชนี S&P500 บวก 1.8% และดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้น 2.1%
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
