จับตา 3 เรื่อง ทรัมป์เจอสีจิ้นผิง กระทบเอเชียตรง ๆ

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน จะได้พบหน้ากันอีกครั้งในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ในการเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการของทรัมป์ ซึ่งการพบกันครั้งนี้กำลังจะเกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตพลังงานจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งเอเชียเป็นภูมิภาคที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางมากที่สุด ทำให้ชาติเอเชียต่างเฝ้าจับตาการพบปะกันครั้งนี้ระหว่างทรัมป์กับสีจิ้นผิงมากเป็นพิเศษ ว่าจะมีการทำข้อตกลงอะไรร่วมกันที่จะช่วยแก้ไขวิกฤตด้านพลังงานได้หรือไม่
การพบปะกันครั้งนี้ระหว่างทรัมป์กับสีจิ้นผิง จึงไม่ใช่การเจอหน้ากันเพื่อประชุมร่วมกันธรรมดา ๆ แต่ผลของการเจรจาจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อเอเชีย โดยเฉพาะประเด็น 3 เรื่องที่กระทบกับเอเชียโดยตรง ได้แก่ เรื่องสงครามการค้า เรื่องไต้หวัน และเรื่องความมั่นคง
สงครามการค้า - ความสัมพันธ์ด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน มีผลกระทบกับเอเชียโดยตรง เนื่องจากเศรษฐกิจของหลายชาติในเอเชีย ต่างพึ่งการการค้ากับทั้งสหรัฐฯ และจีน อย่างเวียดนาม และมาเลเซีย ที่นำเข้าวัตถุดิบจากจีน เพื่อผลิตสินค้าแล้วส่งออกต่อไปยังสหรัฐฯ ซึ่งที่ผ่านมา ประเทศเหล่านี้ต้องรับแรงกดดันจากทั้งสองประเทศ และอ่อนไหวอย่างมาก หากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านการค้า ไม่ว่าจะจากฝั่งจีน หรือสหรัฐฯ
หากสหรัฐฯ กับจีน มีความขัดแย้งด้านการค้า จะทำให้ชาติในเอเชียถูกสหรัฐฯ กดดัน ให้ลดการนำเข้าวัตถุดิบจากจีน เพื่อผลิตสินค้าส่งออกมายังสหรัฐฯ ซึ่งสหรัฐฯ อาจใช้มาตรการขึ้นภาษีกับสินค้าจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยอ้างว่าเป็น “สินค้าสวมสิทธิ” เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ด้วยการส่งออกวัตถุดิบไปผลิตในประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แทน ก่อนที่จะส่งออกมายังสหรัฐฯ
ส่วนญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน ที่เป็นศูนย์กลางส่งออกสินค้าด้านเทคโนโลยีที่สำคัญ และเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดของสหรัฐฯ อาจถูกกดดันไม่ให้ส่งออกวัตถุดิบหรือสินค้าด้านเทคโนโลยีไปยังจีนเพิ่มเติม
คาดว่าจีนจะใช้เรื่องแร่ธาตุหายาก ที่จีนเป็นผู้ส่งออกรายหลักของโลก มาเป็นเงื่อนไขในการเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อให้ผ่อนคลายมาตรการกีดกันการนำเข้าและส่งออกสินค้าจากจีนมากขึ้น ซึ่งหากจีนและสหรัฐฯ สามารถคลี่คลายความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างกันได้ ก็จะทำให้ชาติในเอเชียสามารถทำการค้ากับทั้งสองประเทศได้ โดยไม่ถูกกดดัน
ไต้หวัน - สหรัฐฯ กับจีน มีความขัดแย้งในประเด็นเรื่องไต้หวันมาโดยตลอด แม้สหรัฐฯ จะมีนโยบายยอมรับในหลักการ “จีนเดียว” แต่ก็ขายอาวุธให้ไต้หวันใช้ป้องกันตัวเอง ซึ่งจีนมองว่าเป็นการยั่วยุให้ไต้หวันแข็งข้อกับจีน ซึ่งการพบปะกันครั้งนี้ ระหว่างทรัมป์กับสีจิ้นผิง ทรัมป์อาจถูกกดดันให้แสดงท่าทีที่ชัดเจนว่า สหรัฐฯ จะไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ที่เป็นการส่งเสริมเอกราชไต้หวัน และสหรัฐฯ อาจถูกกดดันให้ตีตัวออกห่างจากไต้หวันมากขึ้น ซึ่งหากทรัมป์ทำเช่นนั้นเพื่อแลกกับการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับจีน ก็จะเป็นการส่งสัญญาณไปยังชาติพันธมิตรอื่น ๆ ในเอเชีย อย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ว่าอาจถูกสหรัฐฯ ตีตัวออกห่างเช่นเดียวกัน ถ้าหากว่าวันหนึ่งสหรัฐฯ ถูกจีนกดดัน หรือจีนมีการยื่นข้อเสนออะไรบางอย่างให้สหรัฐฯ
ดังนั้นท่าทีของทรัมป์ที่มีต่อไต้หวันในการเดินทางเยือนจีนครั้งนี้ จะเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าทรัมป์มีความพร้อมจะปกป้องชาติพันธมิตรในเอเชียมากแค่ไหน หรือทรัมป์แค่มองชาติพันธมิตรในเอเชียว่าเป็นเบี้ยไว้ใช้ต่อรองกับจีน ที่พร้อมสละทิ้งหากมีผลประโยชน์ที่ดีกว่าเข้ามาแทนที่
ความมั่นคง – ชาติในเอเชียเฝ้าจับตาผลของการประชุมที่เกี่ยวกับวิกฤตด้านความมั่นคงที่กำลังเกิดขึ้นในระดับโลก โดยเฉพาะสงครามกับอิหร่าน ซึ่งที่ผ่านมา จีนยังไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในเรื่องการหาทางยุติสงครามมกเท่าที่ควร โดยหลายชาติ หวังว่าจีนที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับอิหร่าน จะเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการทางการทูตเพื่อโน้มน้าวให้อิหร่านยอมรับข้อเสนอของสหรัฐฯ ในการยุติสงคราม
ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงยืนกรานในข้อเรียกร้องของตัวเองเรื่องการยุติสงครามกับอิหร่าน ที่ยังทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ การพบปะกันครั้งนี้ ระหว่างทรัมป์กับสีจิ้นผิง สหรัฐฯ อาจแสดงสัญญาณยอมลดข้อเรียกร้อง เพื่อแสดงความจริงใจในการยุติสงคราม ซึ่งท่าทีของทั้งผู้นำสหรัฐฯ และจีน ในการพบปะกันครั้งนี้ จะแสดงให้เห็นชาติในเอเชียได้เห็นว่าทั้งสองชาติมีความพร้อมที่จะช่วยสร้างความมั่นคงในช่วงเวลาที่ยากลำบากมากแค่ไหน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
