รีเซต

โผครม. “อนุทิน 2” เริ่มนิ่ง เลือดใหม่น้ำเงินแบ่งเก้าอี้ลงตัว “เอกนัฏ” คุมพลังงาน

โผครม. “อนุทิน 2” เริ่มนิ่ง เลือดใหม่น้ำเงินแบ่งเก้าอี้ลงตัว “เอกนัฏ” คุมพลังงาน
TNN ช่อง16
9 มีนาคม 2569 ( 15:43 )
2

ความเคลื่อนไหวการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้สมการ “อนุทิน 2” ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเปิดประชุมรัฐสภาในวันที่ 14 มีนาคม เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น หลังมีรายงานจากพรรคภูมิใจไทย ภายหลังการสัมมนาพรรคที่จังหวัดบุรีรัมย์ ว่าโผคณะรัฐมนตรีหลายตำแหน่งสำคัญเริ่มลงตัว โดยเฉพาะกลุ่มการเมืองสายเลือดใหม่ในพรรคที่ถูกวางตัวให้รับผิดชอบกระทรวงหลักด้านเศรษฐกิจและทรัพยากรของประเทศ

รายงานข่าวระบุว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น จะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขณะที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ถูกวางตัวให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ส่วน นายวราวุธ ศิลปอาชา เตรียมนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นการจัดสรรอำนาจระหว่างกลุ่มการเมืองสำคัญภายในพรรคภูมิใจไทยที่มีฐานเสียงในหลายพื้นที่

ขณะเดียวกัน กลุ่มการเมืองที่เคยถูกเรียกว่า “ลูกเทพ” และปัจจุบันถูกเรียกในวงการเมืองว่า “แก๊งลูกบังเกิดเกล้า” ถูกวางตัวให้เข้ามามีบทบาทในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยหลายกระทรวง โดยมีรายชื่อที่ถูกจับตา อาทิ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี และนายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล ที่คาดว่าจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

นอกจากนี้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ และนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร ถูกวางตัวเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขณะที่นางสาวแนน บุญย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี มีแนวโน้มดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ส่วนรายชื่อของนางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี สส.นครราชสีมา ยังอยู่ระหว่างการจัดสรรตำแหน่งให้เหมาะสม

ในส่วนของฝ่ายนิติบัญญัติ มีรายงานว่า นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ หลายสมัย ถูกวางตัวให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่ตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง มีชื่อของนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สส.ลพบุรี ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และมีประสบการณ์ในสภาหลายสมัย รวมถึงมีภาพลักษณ์เป็นนักการเมืองที่สามารถประสานงานข้ามพรรคได้ดี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของโควตารัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย มีรายงานว่าชื่อของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ยังถูกตั้งคำถามเรื่องคุณสมบัติ เนื่องจากมีคดีที่อยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทั้งกรณีโครงการสแกนม่านตา รวมถึงคดีงบภัยแล้งวงเงินกว่า 5.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งประเด็นดังกล่าวถูกตรวจสอบโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ช่วงต้นของกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล

ก่อนหน้านี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่า การพิจารณาคุณสมบัติรัฐมนตรีจะยึดตามแนววินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลัก เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมส่งชื่อผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง ในวันที่ 12 มีนาคมนี้ โดยแกนนำพรรคจะเดินทางมายื่นรายชื่อให้กับแกนนำพรรคภูมิใจไทยที่สำนักงานใหญ่พรรคในเวลา 13.30 น.

สำหรับเบื้องหลังการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ มีรายงานว่า พรรคภูมิใจไทยตัดสินใจไม่เชิญพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล เนื่องจากมี สส. และแกนนำบางรายถูกเชื่อมโยงกับธุรกิจสีเทา รวมถึงมีรายชื่อบุคคลบางส่วนปรากฏในคดี “แจกกล้วย” หรือคดีการจ่ายผลประโยชน์ทางการเมืองในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของ ป.ป.ช.

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ แม้มีจำนวน สส. 21 เสียง แต่แกนนำพรรคภูมิใจไทยมองว่า พรรคยังขาดเอกภาพทางการเมือง เนื่องจากมีการแบ่งกลุ่มอำนาจภายในระหว่างกลุ่มของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และกลุ่มของนายชัยชนะ เดชเดโช ทำให้การประสานงานทางการเมืองอาจเป็นไปได้ยาก หากต้องเข้าร่วมรัฐบาลในครั้งนี้

ตามไทม์ไลน์การเมืองที่วางไว้ รัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาจะมีขึ้นในวันที่ 14 มีนาคม จากนั้นจะมีการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 15 มีนาคม และกระบวนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจะมีขึ้นในช่วงวันที่ 18–19 มีนาคม ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ.

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง