อ่านมาถึงบรรทัดนี้ บางคนอาจเผลออ้าปากหาวไปแล้วหนึ่งที ทั้งที่ไม่ได้ง่วงเลย แค่เห็นคำว่า "หาว" ซ้ำ ๆ สมองก็สั่งให้ทำตามได้ วันนี้เราจะไข 2 คำถามพร้อมกัน จริง ๆ เราหาวไปทำไม และทำไมเห็นคนอื่นหาวแล้วเราหาวตาม? คำตอบไม่ใช่อย่างที่เกือบทุกคนเข้าใจ "หาวเพราะสมองขาดออกซิเจน?" ความเชื่อที่วิทยาศาสตร์ลบทิ้งแล้ว คำตอบยอดฮิตคือ "สมองขาดออกซิเจน เลยต้องสูดเข้าไปไล่คาร์บอนไดออกไซด์ออก" ฟังดูมีเหตุผล แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้น ย้อนไปยุค 1980 นักวิจัยชื่อ Robert Provine ให้คนหายใจอากาศที่เพิ่มออกซิเจนบ้าง เพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์บ้าง ถ้าทฤษฎีออกซิเจนจริง อัตราการหาวควรเปลี่ยน แต่ผลคือแทบไม่ขยับเลย แปลว่าออกซิเจนไม่เกี่ยว กลไกจริงเป็นคนละเรื่อง เหตุผลจริงข้อ 1: หาวเพื่อ "ระบายความร้อนให้สมอง" ทฤษฎีที่นักวิทยาศาสตร์ยอมรับกันมากที่สุดตอนนี้ (นำโดย Andrew Gallup) บอกว่าการหาวคือ "ระบบระบายความร้อนของสมอง" เหมือนคอมพิวเตอร์ที่ทำงานหนักจนร้อนแล้วพัดลมต้องหมุนแรงขึ้น พอสมองทำงานหนักหรืออุณหภูมิสูง การหาวจะช่วยดึงความร้อนลง เราสูดอากาศเย็นเข้าลึก ๆ อ้ากรามและยืดกล้ามเนื้อหน้า-คอ เลือดไหลเวียนดีขึ้น ดึงสมองกลับสู่อุณหภูมิที่ทำงานได้ดีที่สุด หลักฐานก็น่าสนใจ ประคบของเย็นที่หน้าผากหรือหายใจทางจมูกจะหาวน้อยลง และอัตราการหาวยังเปลี่ยนตามอุณหภูมิรอบตัว พบรูปแบบคล้ายกันทั้งในคนและสัตว์อื่นอย่างหนูและนก เหตุผลจริงข้อ 2: ปุ่ม "รีเซ็ต" ปลุกความตื่นตัว การหาวยังช่วย "รีเซ็ต" ความตื่นตัวด้วย สังเกตไหมว่าเรามักหาวตอนกำลังเปลี่ยนสถานะ เพิ่งตื่น กำลังจะหลับ นั่งเบื่อ ๆ หรือก่อนต้องโฟกัสงานสำคัญ ที่น่าทึ่งคือหาวไม่ได้แปลว่าง่วงเสมอไป นักกีฬาหลายคนหาวก่อนลงแข่ง ทหารพลร่มก็หาวก่อนกระโดด ทั้งที่กำลังตื่นเต้นสุดขีด นั่นเพราะร่างกายกำลัง "อุ่นเครื่อง" ปลุกสมองให้พร้อมโฟกัส ครั้งหน้าที่หาว อย่าเพิ่งหาว่าตัวเองขี้เกียจ สมองอาจแค่กำลังปรับเกียร์ แล้วทำไมมัน "ติดต่อกัน"? เมื่อการหาวผูกกับความเห็นอกเห็นใจ มาถึงพระเอกของเรื่อง ทำไมพอเห็นคนอื่นหาว เราถึงหาวตาม? นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อมโยงเรื่องนี้กับ "ความเห็นอกเห็นใจ" (empathy) และเซลล์สมองที่เรียกว่า mirror neuron หรือเซลล์กระจกเงา ที่ทำงานทั้งตอนเราทำเองและเห็นคนอื่นทำ งานวิจัยของ Norscia และ Palagi พบว่ายิ่งสนิทยิ่งหาวติดง่าย ไล่จากคนในครอบครัว มากกว่าเพื่อน มากกว่าคนแปลกหน้า โดย "ความใกล้ชิดทางใจ" สำคัญกว่าระยะห่างทางกาย และเด็กเล็กมักยังไม่หาวตามใครจนอายุราว 4 ขวบ แต่นี่ยังไม่ใช่ข้อสรุปปิดคดี งานสแกนสมอง (fMRI) บางชิ้นไม่พบว่า mirror neuron ทำงานอย่างที่คาด และบางงานพบว่าความไวต่อการหาวตามไม่สัมพันธ์กับคะแนน empathy จึงพูดได้แค่ว่าเป็นทฤษฎีที่ "นำอยู่แต่ยังถกเถียงกัน" และความไวของแต่ละคนก็ต่างกัน หมา ลิง และคุณ: หาวติดข้ามสายพันธุ์ได้ ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้มีแค่ในคน ชิมแปนซีก็หาวตามกันได้ ติดแม้จากคลิปหรือภาพแอนิเมชันของชิมแปนซีที่กำลังหาว ส่วนน้องหมา งานวิจัยปี 2008 พบว่าหมา 21 ตัวหาวตามคนที่หาวให้ดู แปลว่าการหาวติดจากคนสู่สุนัขได้จริง บางงานยังชี้ว่าหมาอาจหาวติดจากเจ้าของง่ายกว่าคนแปลกหน้า เข้ากับมุมสายสัมพันธ์พอดี แต่ยังไม่สรุป เพราะการรวมงานวิจัยหลายชิ้น (meta-analysis ปี 2020) ไม่พบความต่างชัดเจน จึงยังต้องรอข้อมูลเพิ่ม และที่สนุกที่สุด คุณไม่ต้องเห็นใครหาวสด ๆ ด้วยซ้ำ แค่เห็นรูปคนหาว อ่านคำว่า "หาว" หรือแค่นึกถึงมัน ก็กระตุ้นให้หาวได้แล้ว ระหว่างอ่านย่อหน้านี้ คุณหาวไปกี่ทีแล้ว? สรุป: หาวไม่ใช่เรื่องง่วง แต่คือสมองที่ฉลาดและใจที่เชื่อมกัน การหาวไม่ได้เกิดจากสมองขาดออกซิเจน แต่คือวิธีที่สมอง "ระบายความร้อน" และ "รีเซ็ตความตื่นตัว" ให้พร้อมลุยต่อ ส่วนที่มันติดกันได้ ก็เพราะเราเป็น "สัตว์สังคม" ที่เชื่อมความรู้สึกถึงกัน แม้เรื่องนี้จะยังถกเถียงกันอยู่ก็ตาม อยากพิสูจน์เองไหม? ลองหาวใส่คนสนิทกับคนไม่สนิท แล้วดูว่าใครหาวตามง่ายกว่ากัน แล้วคุณล่ะ อ่านจบแล้วหาวไปกี่ที? มาคอมเมนต์บอกกัน หรือแชร์ให้เพื่อนสนิทพิสูจน์ว่า "หาวติดกันจริง" รูปภาพทั้งหมดโดย A.I. แท็ก: #หาว #หาวติดต่อกัน #ทำไมถึงหาว #วิทยาศาสตร์น่ารู้ #สมอง #ความเห็นอกเห็นใจ #เซลล์กระจกเงา #เกร็ดความรู้ เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !