พืชสมุนไพรนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งมีสรรพคุณมากมายที่เราสามารถนำมาใช้ได้ แต่ต้องศึกษาเพื่อให้รู้ถึงประโยชน์ของพืชสมุนไพรชนิดว่า มีสรรพคุณอย่างไรเพื่อสามารถจำแนกได้ว่าควรนำไปใช้แก้อาการแบบใดได้บ้าง ซึ่งสมุนไพรในท้องถิ่นของเรานั้นมีมากมายนับพันชนิด แต่เรารู้จักพืชสมุนไพรกันน้อยมาก อีกทั้งพืชสมุนไพรบางชนิดก็มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ผู้เขียนจึงมีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งในการนำข้อมูลลักษณะและสรรพคุณของสมุนไพรต่าง ๆ มาเผยแพร่ให้ความรู้ เพื่อให้สมุนไพรกลับมาเป็นที่รู้จักและเป็นที่สนใจมากขึ้น ซึ่งในบทความนี้ผู้เขียนได้นำข้อมูลของสมุนไพรหายากหนึ่งชนิดมาบอกเล่าให้ข้อมูล สมุนไพรชนิดนี้มีชื่อว่า “ชิงช้า ชาลี” เป็นสมุนไพรเก่าแก่ที่มีสรรพคุณน่าสนใจเป็นอย่างมากภาพถ่ายโดยผู้เขียนลักษณะของ “ชิงช้า ชาลี” จัดอยู่ในประเภทพืชล้มลุกชนิดเป็นเถาวัลย์เลื้อย มักจะเลื้อยไปเกาะตามต้นไม้ต่าง ๆ พืชชนิดนี้จะมีรสขมทุกส่วนของลำต้น ผิวลำต้นเรียบมีตุ่มขรุขระเล็กน้อย มีปมตามข้อ ผิวเปลือกจะมีสีเทาอมเขียว เถาจะเหนียวไม่เปราะหักง่าย ใบจะมีลักษณะคล้ายรูปหัวใจ สีเขียวมีลายเป็นร่องตื้นที่ด้านหน้าใบ ผิวของใบจะด้านทั้งหน้าใบและหลังใบ ปลายใบแหลม โคนใบมนเว้า เป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับกัน ออกดอกเป็นช่อ โดยช่อดอกจะออกตามเถาและตามซอกใบ ดอกย่อยเป็นสีครีมมีขนาดเล็ก ไม่มีกลีบดอก ผลจะออกเป็นพวงลูกเล็ก ๆ ทรงกลมแกมรีนิด ๆ เมื่อสดจะมีสีเขียวเข้ม เมื่อสุกจะมีสีเหลืองภาพถ่ายโดยผู้เขียนสรรพคุณของ “ชิงช้า ชาลี” แก้ไข้ บำรุงธาตุ ช่วยให้เจริญอาหาร บำรุงกำลัง แก้อ่อนเพลีย ใช้เป็นยาแก้มะเร็งได้ แก้พิษไข้ แก้โรคเบาหวาน แก้ปวดฟัน แก้รำมะนาด แก้ร้อนในกระหายน้ำ เป็นยาถ่ายพยาธิ ขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ใช้ถอนพิษ ดับพิษทั้งปวง แก้ปวดเมื่อยภาพถ่ายโดยผู้เขียนสมุนไพรชนิดนี้มักจะพบขึ้นอยู่ตามป่า หรือแหล่งที่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นหนาแน่น ซึ่งเมื่อสมัยผู้เขียนเป็นเด็ก ปู่ของผู้เขียนเคยพาเข้าไปเก็บ “ชิงช้า ชาลี” มาทำเป็นสมุนไพรและนำมาขายซึ่งได้ราคาดี ผู้เขียนจึงสามารถจดจำลักษณะของสมุนไพรชนิดนี้ได้เป็นอย่างดี การเก็บสมุนไพรชนิดนี้นั้น จะต้นปีนขึ้นไปตัดเถาบนต้นไม้ ซึ่งมักจะเกาะอยู่ตามต้นไม้ใหญ่ ต้องใช้มีดที่คมมากเพราะเถาของมันมีความเหนียวเมื่อได้สมุนไพรมาแล้วนำกลับมาบ้าน ปู่ก็จะสับเถาให้เป็นท่อนประมาณคืบ ล้างน้ำจนสะอาดจากนั้นก็ทุบให้พอแหลก แล้วจึงนำไปต้มใช้เวลาต้มประมาณ 40 นาที ให้ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย ก็จะได้นำยาสมุนไพร แก้อาการต่าง ๆ ได้หลายอาการ เนื่องจากเป็นพืชสมุนไพรที่มีรสขมมาก วิธีการนำมาดื่มจึงต้องทำให้อุ่นแล้วตักใส่แก้ว จากนั้นผสมน้ำผึ้งและน้ำมะนาวลงไปจะทำให้ดื่มง่ายขึ้น เมื่อดื่มแล้วจะรู้สึกชุ่มคอช่วยแก้ร้อนใน กระหายน้ำได้เป็นอย่างดี สาใารถช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง หากใครเป็นโรคปวดข้อ ปวดกระดูกก็จะช่วยทำให้อาการดีขึ้น แต่หากท่านใดที่เป็นเบาหวานไม่ควรใส่น้ำผึ้งลงไป ควรดื่มเฉพาะน้ำสมุนไพร ให้อมมะขามเปียกตามทีหลังเพื่อแก้ขมที่กล่าวมานั้นเป็นเพียงเรื่องราวบางส่วนของสมุนไพรชนิดนี้ที่ผู้เขียนเคยมีประสบการณ์มา ซึ่งนอกจากนี้ “ชิงช้า ชาลี” ยังมีประโยชน์ทางยาอีกมาก และมีการค้นคว้าวิจัยตัวยาเพิ่มเติมโดยกรมการแพทย์เพื่อนำมาเป็นส่วนผสมของยาแผนปัจจุบัน ซึ่งผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะทำให้ผู้อ่านหันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับพืชสมุนไพรมากขึ้น เพื่อช่วยกันอนุรักษ์ให้คงอยู่สืบต่อไป