รีเซต

"ตายหรือยัง?" แอปเช็คชื่อคนเหงาขึ้นแท่นเบอร์ 1 ในจีน แลก 40 บาทซื้อความอุ่นใจกันตายลำพัง

"ตายหรือยัง?" แอปเช็คชื่อคนเหงาขึ้นแท่นเบอร์ 1 ในจีน แลก 40 บาทซื้อความอุ่นใจกันตายลำพัง
TNN ช่อง16
20 มกราคม 2569 ( 11:21 )
6

แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือที่มีชื่อชวนสะดุดหูอย่าง “ตายหรือยัง?” (Are You Dead?) หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า เดมูมู (Demumu) กลายเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมในประเทศจีน หลังสามารถไต่ขึ้นเป็น แอปพลิเคชันแบบเสียเงินอันดับหนึ่งบน Apple App Store ของจีน ได้ในช่วงเวลาอันสั้น ความสำเร็จของแอพเล็ก ๆ นี้ไม่ได้สะท้อนเพียงรสนิยมแปลกใหม่ของผู้ใช้งานเท่านั้น แต่ยังฉายภาพปัญหาความโดดเดี่ยว ความอ้างว้าง และการใช้ชีวิตตามลำพังที่กำลังทวีความชัดเจนขึ้นในสังคมเมืองยุคใหม่ 

กลไกเรียบง่าย แต่ตอบโจทย์ความกลัวลึก ๆ ของคนเมือง

แนวคิดของแอป “ตายหรือยัง?” นั้นตรงไปตรงมา ผู้ใช้งานจ่ายค่าบริการเพียง 8 หยวน ประมาณ 1.15 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 40 บาท เพื่อสมัครใช้งาน โดยระบบจะให้ผู้ใช้ระบุผู้ติดต่อฉุกเฉิน อย่างน้อยหนึ่งราย จากนั้นในแต่ละวัน ผู้ใช้ต้องกดปุ่มสีเขียวที่มีรูปการ์ตูนผีอยู่ตรงกลางเพื่อเช็คอินว่ายังปลอดภัยดี

หากผู้ใช้งาน ไม่เช็คอินติดต่อกันเป็นเวลา 2 วัน ระบบจะถือว่ามีความผิดปกติ และใน วันที่ 3 แอปพลิเคชันจะส่งอีเมลแจ้งเตือนไปยังผู้ติดต่อฉุกเฉินโดยอัตโนมัติ เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบสถานการณ์ กลไกดังกล่าวแม้จะดูเรียบง่าย แต่กลับตอบโจทย์ความกังวลพื้นฐานของผู้ที่อาศัยอยู่คนเดียว โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่การขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านหรือคนใกล้ตัวไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนในอดีต

ทีมผู้พัฒนาอธิบายไว้ในหน้าเพจภาษาอังกฤษของแอพว่านี่คือ เครื่องมือความปลอดภัยขนาดเบา (lightweight safety tool) สำหรับผู้ที่อยู่อาศัยคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศในเมืองใหญ่ นักศึกษาที่ต้องจากบ้านมาอยู่หอพัก หรือผู้ที่เลือกใช้ชีวิตแบบสันโดษ แอพนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้การอยู่คนเดียวอุ่นใจขึ้นอีกนิด

เบื้องหลังความฮิตสังคมจีน

ความนิยมของแอปพลิเคชัน Demumu เกิดขึ้นท่ามกลางบริบททางสังคมที่สำคัญของจีน ทั้ง ปัญหาสังคมผู้สูงอายุ ผลกระทบระยะยาวจาก นโยบายลูกคนเดียว และการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว ที่ทำให้คนหนุ่มสาวจำนวนมากต้องย้ายถิ่นฐานออกจากบ้านเกิด ทิ้งพ่อแม่และเครือญาติไว้เบื้องหลัง

สื่อทางการจีนอย่างโกลบอล ไทมส์ (Global Times) รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากสถาบันวิจัยด้านอสังหาริมทรัพย์ว่า ภายในปี 2030 จีนอาจมีครัวเรือนที่อาศัยอยู่คนเดียวสูงถึง 200 ล้านครัวเรือน คิดเป็น มากกว่าร้อยละ 30 ของจำนวนครัวเรือนทั้งหมด ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครอบครัวครั้งใหญ่ และอธิบายได้ว่าทำไมแอพที่ตั้งคำถามตรงไปตรงมาอย่าง “ตายหรือยัง?” จึงเข้าถึงความรู้สึกของผู้คนจำนวนมาก

ชื่อแอพสุดแรง กับกระแสถกเถียงในโลกออนไลน์

อย่างไรก็ตาม ชื่อของแอพก็กลายเป็นประเด็นถกเถียงไม่น้อย ชื่อภาษาจีน “ซื่อเล่อหมา” (Si-le-ma) เป็นการเล่นคำแบบตลกร้าย ล้อเลียนชื่อแพลตฟอร์มส่งอาหารชื่อดัง เอ่อเล่อหมา (E-le me) หรือ “Are You Hungry?” ทำให้บางส่วนมองว่าเป็นอารมณ์ขันที่สะท้อนความสิ้นหวังของคนเมือง ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่าเป็นชื่อที่รุนแรงเกินไป และอาจกระทบความรู้สึกของผู้สูงอายุหรือครอบครัวผู้สูญเสีย

นอกจากนี้ ผู้ใช้งานจำนวนหนึ่งยังเสนอให้ทีมพัฒนา ปรับปรุงฟีเจอร์ เช่น เพิ่มการแจ้งเตือนผ่าน ข้อความ SMS หรือแชต แทนการใช้อีเมลเพียงอย่างเดียว เพื่อให้การติดต่อฉุกเฉินรวดเร็วและเหมาะกับพฤติกรรมผู้ใช้ในปัจจุบันมากขึ้น

ทีมพัฒนา Gen Z และแผนในอนาคต

ทีมผู้พัฒนา Demumu เป็นกลุ่ม คนรุ่นใหม่ (Gen Z) เพียง 3 คน ซึ่งทั้งหมดเกิดหลังปี 1995 พวกเขาออกมาแสดงความขอบคุณต่อกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม และยอมรับว่าไม่คาดคิดว่าแอพเล็ก ๆ จะกลายเป็นประเด็นทางสังคมในวงกว้าง

ทีมงานระบุว่า กำลังวางแผน อัปเดตฟีเจอร์ใหม่ อาทิ ระบบส่งข้อความแจ้งเตือนที่หลากหลายขึ้น ฟังก์ชันที่ใช้งานง่ายและเป็นมิตรกับผู้สูงอายุ รวมถึง กำลังพิจารณาการเปลี่ยนชื่อแอพ เพื่อให้เหมาะสมกับผู้ใช้ในวงกว้างมากขึ้น โดยไม่ทิ้งแก่นหลักของแนวคิดเรื่องความปลอดภัยสำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตลำพัง

กระแสข้ามพรมแดน

ปรากฏการณ์การใช้ชีวิตคนเดียวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในจีนเท่านั้น ล่าสุด Demumu ยังสามารถไต่อันดับขึ้นเป็น แอพเสียเงินยอดนิยมอันดับที่ 6 บน Apple App Store ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า ส่วนหนึ่งอาจมาจากกลุ่มผู้อพยพชาวจีนในต่างแดน รวมถึงคนรุ่นใหม่ในเมืองใหญ่ที่เผชิญปัญหาความโดดเดี่ยวคล้ายคลึงกัน

ในท้ายที่สุด แอปพลิเคชัน “ตายหรือยัง?” อาจไม่ใช่แค่เครื่องมือเช็คอินรายวัน แต่เป็นกระจกสะท้อนสภาพจิตใจของสังคมยุคใหม่ ที่การมีชีวิตอยู่เพียงลำพัง กลายเป็นทั้งอิสรภาพและความเปราะบางในเวลาเดียวกัน 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง