'อนุทิน' ชงศบค.คลายล็อกเพิ่ม ฉีดไฟเซอร์เด็ก 12 ปีขึ้นไป ต้องไม่มีเงื่อนไข

'อนุทิน' ชงศบค.คลายล็อกเพิ่ม ฉีดไฟเซอร์เด็ก 12 ปีขึ้นไป ต้องไม่มีเงื่อนไข
ข่าวสด
9 กันยายน 2564 ( 14:16 )
17
'อนุทิน' ชงศบค.คลายล็อกเพิ่ม ฉีดไฟเซอร์เด็ก 12 ปีขึ้นไป ต้องไม่มีเงื่อนไข

'อนุทิน' คาด ศปก.สธ.มีข้อสรุปเสนอ ศบค.ผ่อนคลายอะไรเพิ่ม เร่งหาข้อยุติฉีดวัคซีนไฟเซอร์เด็ก 12 ปีขึ้นไป ต้องไม่มีเงื่อนไข เพื่อรองรับเปิดเรียน

 

 

เมื่อวันที่ 9 ก.ย.64 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตจากโควิด 19 ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเสี่ยง 608 ประมาณ 70-80% แต่จะค่อยๆ ลดลง เนื่องจากฉีดวัคซีนเพิ่มมากขึ้นในกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะกทม.ทำได้ครบ จะต้องกระจายไปยังต่างจังหวัดให้มากขึ้น ซึ่งกรมควบคุมโรคกำชับไปยังคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดให้เน้นฉีดกลุ่มเสี่ยง 608 เป็นสำคัญก่อน เมื่อได้รับมากพอ อัตราเสียชีวิตจะค่อยๆ ลดลง

 

 

เมื่อถามถึงการประชุม ศบค.พรุ่งนี้ สธ.เสนอปรับมาตรการอะไร นายอนุทิน กล่าวว่า ศปก.สธ.คงมีรายงานปกติ และคงสรุปว่าจะผ่อนคลายอะไรได้บ้าง รวมทั้งคงพิจารณาเรื่องวัคซีนไฟเซอร์ ต้องหาข้อยุติให้ได้ว่า จะฉีดในเด็กอายุ 12 ปี โดยไม่ต้องมีเงื่อนไขได้หรือไม่ เหตุผลหลักที่จัดซื้อไฟเซอร์มา เพราะเป็นวัคซีนที่ขึ้นทะเบียนฉีดในกลุ่มเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปได้

 

 

อย่างไรก็ตาม รมว.สธ.ไม่ใช่คนตัดสินใจ ต้องให้แพทย์ไปหารือให้ได้ข้อตกลง ทั้งนี้ อยากให้ฉีดให้ครบ เพื่อรองรับเปิดเรียนได้โดยที่ทุกคน ทั้งพ่อแม่ นักเรียนสบายใจ หากมีเงื่อนไขฉีดไม่ได้ จะเปิดเรียนอย่างไร เพราะเด็กต้องเรียนที่โรงเรียน เรียนออนไลน์ตลอดทั้งปีแบบนี้ไปเรื่อยๆ ไม่ได้

 

 

เมื่อถามถึงมาตรการรองรับเปิดประเทศ นายอนุทิน กล่าวว่า พยายามดูสถานการณ์อัตราการฉีดวัคซีน เช่น ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ที่ฉีดจำนวนมาก เมื่อติดเชื้อก็ไม่พบป่วยหนักหรือเสียชีวิต ให้นโยบายว่า ที่ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เหมือนเป็นเกตเวย์ของคนต่างประเทศ ที่ต้องมาแยกกักในไทย เราก็อยากทำให้เกิดความปลอดภัยให้มากที่สุด ก็ต้องพิจารณาฉีดเข็ม 3 ให้กับกลุ่มคนที่สัมผัสกับชาวต่างประเทศให้มากที่สุด ไม่ได้เป็นการแย่งวัคซีน เป็นการทำห้องรับแขกให้สะอาดเรียกแขกดีๆ มาอยู่เพื่อให้เกิดความมั่นใจ และค่อยๆ เปิดประเทศไปเรื่อยๆ

 

 

"ขณะนี้วัคซีนมีมากพอ เข้ามาต่อเนื่อง ไม่ควรมีปัจจัยอะไรมาเป็นอุปสรรคอีก ผมมอบนโยบายในที่ประชุมผู้บริหาร สธ.เมื่อวันที่ 8 ก.ย.ให้หาวิธีบริหารการกระจายวัคซีน เนื่องจากวัคซีนอายุเกิน 6 เดือนก็ไม่ค่อยดี ต้องเร่งฉีดให้เต็มที่ ส่วนการฉีดเข็ม 3 จะเริ่มทยอยฉีดต้นต.ค. สำหรับผู้ที่ฉีดซิโนแวค 2 เข็มไปแล้ว มีประมาณ 3 ล้านคน ซึ่งมีแอสตร้าฯ เพียงพอ เชื่อว่าสิ้นปีนี้ทุกอย่างน่าจะดีขึ้น" รมว.สธ. กล่าว

 

 

เมื่อถามถึงการเตรียมความพร้อมของ สธ.หลังประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุยหรือรับทราบเรื่องการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม สธ.พร้อมในเรื่องของการรักษาพยาบาล เฝ้าระวัง ป้องกัน ซึ่งทำอย่างเต็มที่

 

 

ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้ส่งวัคซีนแอสตร้าเซนเนเก้า ไปที่จ.ภูเก็ต แล้วประมาณ 2 หมื่นกว่าโดส เพื่อควบคุมการระบาดและฉีดเป็นเข็มที่ 3 เนื่องจากทางจังหวัดยังไม่ได้ทำแผนการกระจายวัคซีนมาที่กรมควบคุมโรค เราจึงส่งไปก่อนเบื้องต้น และเมื่อได้รับแผนก็จะส่งวัคซีนไปเพิ่มเติมตามกำหนด ก็คาดว่าคงฉีดบูสเตอร์โดสหมดทุกคน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง