สวัสดีค่ะ เราเป็นศิษย์เก่าจากสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงค่ะ เราเป็นเด็กธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่ได้คิดว่าจะได้ไปเรียนถึงมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเลย เพราะอยู่ไกลบ้านมาก เราจึงยื่นมหาวิทยาลัยใกล้บ้านก่อนค่ะ โดยเลือกคณะพยาบาลอย่างเดียว มุ่งมั่นมากๆ แต่ไม่ติดสักที่เลย พอเพื่อนๆรุ่นเดียวกันต่างก็ได้ที่เรียนกันหมด เหลือเราที่ยังไม่มีที่เรียนต่อ ตอนนั้นรู้สึกหดหู่มากค่ะ จากที่มีความคิดว่าจะเรียนใกล้บ้านเท่านั้น เราเริ่มเปลี่ยนเป็นเรียนที่ไหนก็ได้ ขอแค่เป็น “พยาบาล” ก็พอค่ะ เลยยื่นมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงไป จึงได้เรียนที่นี่ค่ะ นักศึกษาพยาบาล ปี 1 ปีแรกเป็นน้องใหม่ไฟแรง ขยันมากๆ เพราะเรียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ถ้านักศึกษาคนไหนสู้กำแพงภาษาของตัวเองไม่ได้ต้องพิจารณาตัวเองใหม่กันเลย เรากับเพื่อนเครียดกันมากเพราะทุกคนต้องปรับตัวกันหมด ทั้งเรียนออนไลน์/สอบออนไลน์/ทำงานกลุ่มออนไลน์ เพราะเป็นช่วง Covid-19 กำลังระบาด บางคนแทบจะไม่เคยเห็นหน้ากันด้วยซ้ำได้ยินแต่เสียง ส่วนใหญ่ภาคเรียนที่ 1-2 จะวิชาที่เรียนรวมกับสำนักวิชาอื่นๆ เช่น Chinese 1, English for communication, Physics, Biochemistry, Pathophysiology เป็นต้น อีกทั้งยังมี ภาคเรียนที่ 3 ที่เริ่มเรียนวิชาของสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ (วิชา Major) เช่น Health promotion, Health assessment เป็นต้น แต่ก็ผ่านมันมาจนได้ เพลียจริงๆ นักศึกษาเริ่มพยายาม ปี 2 ชีวิตคนเราก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง (ครั้งใหญ่) กันบ้าง เนื่องด้วยเป็น “นักศึกษาพยาบาล ปี 2“ กันแล้ว ปีนี้จัดเต็มโดยวิชาของสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ (วิชา Major) ได้เข้ามามีบทบาทในการเรียนการสอนมากขึ้น เช่น วิชาการพยาบาลขั้นพื้นฐาน การพยาบาลผู้ใหญ่/ผู้สูงอายุ/เด็ก/มารดา/ทารก/จิตเวช ฯลฯ และได้เรียนในห้องเรียนแบบจริงๆจังๆ เจอหน้าเพื่อนร่วมรุ่น และอาจารย์ครบทุกคน เนื่องจากปีหนึ่งไม่ค่อย หรือไม่เคยเจอหน้ากันมากนัก วิชาที่เรียนยากทุกวิชา แบบทุกวิชาจริงๆ งานเดี่ยวงานกลุ่มมาครบ มีการวัดตัวเพื่อตัดชุดหมี หรือชุดขึ้นฝึกปฏิบัติงานบนหอผู้ป่วย (วอร์ด) อีกด้วย และแน่นอนมีภาคเรียนที 3 ค่ะ แอบบอกว่ามีการขึ้นฝึกบนวอร์ดจริงๆ ครั้งแรกด้วย ขนลุกไปหมด! แต่ปีนี้สนุกกว่าปีแรกมาก เพราะอาจารย์สอนแบบไทยคำอังกฤษคำ (Bilingual) ไม่ได้สอนภาษาอังกฤษล้วนแล้ว เพราะเนื้อหายากและเยอะมาก ขอขอบคุณอาจารย์ทุกท่านที่เข้าใจนักศึกษาตาดำๆ นะคะ นักศึกษาพยายามที่สุด ปี 3 ตั้งแต่ขึ้นปี 3 มายังไม่ได้นั่งพักเลยค่ะ เพราะต้องขึ้นฝึกงานบนวอร์ดทุกวัน ทุกวิชาจริงๆ หลังฝึกงานเสร็จต้องมานั่งเขียนแผนการรักษาพยาบาล (nursing care plan) เพื่อใช้สำหรับปฏิบัติการพยาบาลกับผู้ป่วยในวันถัดไป เพราะฉะนั้นต้องทำทุกวัน แบบทุกวันจริงๆ หยุดเสาร์-อาทิตย์ต้องเตรียมประชุมทางการพยาบาล (conference) โดยนำข้อมูลผู้ป่วยมาทำเป็นกรณีศึกษา (case) เขียนการพยาบาลให้เรียบร้อย ทำความเข้าใจภาวรสุขภาพของผู้ป่วย และนำมาประชุมกันค่ะ และให้อาจารย์กับเพื่อนในกลุ่มสอบถามเกี่ยวกับกรณีศึกษา (case) ที่นำมา และเจ้าของ case ต้องตอบคำถามให้ถูกต้อง เพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเราเข้าใจจริงๆค่ะ ถึงจะผ่าน แล้วค่อยนำมาเขียนเป็นรายงานในรูปเล่ม แล้วส่งให้กับอาจารย์หลังฝึกแล้วเสร็จในแต่ละวิชา ย้ำนะคะ แต่ละวิชา! แน่นอนค่ะ เราฝึกกันหลายวิชามากจึงจำเป็นต้องใช้เวลานาน เลยไม่ค่อยมีเวลานอน/หยุด อีกทั้งยังปิดเทอมทีหลังสำนักอื่นๆด้วยค่ะ กว่าจะผ่านพ้นไปได้ร่างกายแทบสิ้น นักศึกษาพยายามมากที่สุดในชีวิต ปี 4 (ปีสุดท้าย) สวัสดีปีสี่! เป็นพี่ใหญ่แล้วจ้า พอได้มาอยู่จุดนี้จริงๆแล้วมันไม่ง่ายเลย แต่บางเวลาแอบรู้สึกว่ามันเร็วมาก ผ่านไปแปบเดียว แต่เอาเถอะจะได้เรียบจบกับเค้าสักที ปีนี้คล้ายปี 3 ค่ะฝึกจริงจัง แต่กดดันกว่าเดิม เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นปีสี่ นี่ไม่ใช่เล่นๆเลยนะ! ไม่ใช่การขึ้นวอร์ดครั้งแรกนะ! ใกล้จบแล้วนะ! คำพูดเหล่านี้เราเองค่ะที่พูดกรอกหูตัวเองประจำ ก็ช่วยไม่ได้ค่ะ เรื่องจริงทั้งนั้น ปีนี้เรายังขึ้นฝึกปฏิบัติงานที่วอร์ดเหมือนเดิมค่ะ แต่เปลี่ยนวอร์ดไปเรื่อยๆ ตามวิชานะคะ ที่หนักที่สุดของปีสี่สำหรับเราคือ วิชาการพยาบาลมารดา ทารก และการผดุงครรภ์ 2 (สูตินรีเวช 2) เราจำไม่ลืมเลยค่ะ เป็นวิชาที่รายละเอียดเยอะ และยากมาก หากความจำไม่ดี จำผิดพลาด=ความรู้หายไปเลย ต้องกระตุ้นความทรงจำอยู่เสมอค่ะ หลังฝึกจบอาจารย์ก็จัดติวสอบจบให้ ของสาขาพยาบาลต้องสอบให้ผ่านทั้ง 8 วิชา (ได้แก่ มาดา-ทารก, ผดุงครรภ์, เด็กและวัยรุ่น, ผู้ใหญ่, ผู้สูงอายุ, จิตเวช, ชุมชน และกฎหมาย เป็นต้น) ถึงจะผ่าน และจบนะคะ ตอนนั้นรู้สึกเหมือนเราอยู่บันไดขั้นสุดท้ายอีกนิดเดียวก็จะจบแล้ว แต่ชีวิตยังมีต่อค่ะ ยังไม่ถึงคราวจบบริบูรณ์ซะทีเดียว เราต้องสอบวัดความรู้ก่อนสำเร็จการศึกษา (Exit Examination / Exit Exam) เป็นการสอบจบของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งนักศึกษาทุกคนที่กำลังจะจบต้องสอบให้ผ่านทุกวิชาค่ะ มีทั้งหมด 4 วิชา และต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ของแต่ละวิชา ทั้งนี้เพื่อการันตีทักษะความพร้อมก่อนจบ และแน่นอนค่ะเป็นภาษาอังกฤษล้วน อันนี้ของแท้ค่ะ แต่สามารถสอบได้ 4-5 รอบใน 1 ปีนะคะ เราไม่แน่ใจ หากสอบครบทุกรอบและไม่ผ่านทั้ง 4 วิชา ต้องรอสอบปีต่อมาค่ะ จบแล้วนะคะสำหรับการรีวิวการเรียนที่สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นยังไงกันบ้าง เราไม่อยากให้ทุกคนที่อ่านรู้สึกกลัวการเรียนที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงนะคะ แม้เราจะกลัวมากตอนเข้าเรียนแรกๆ แต่พอปรับตัวได้ก็แทบไม่อยากกลับบ้านเลยค่ะ เพราะที่นั่นมีบรรยากาศ มีเพื่อน มีความทรงจำที่ดีมากจริงๆ สุดท้ายนี้ หากใครที่กำลังเล็งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง หรือเล็งสำนักวิชาพยาบาลอยู่ก็ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆ ขอบคุณค่ะ ภาพทั้งหมดในบทความโดยผู้เขียน