"ถ่าน" ถือเป็นเชื้อเพลิงที่สำคัญที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ทำอาหาร ให้ความอบอุ่น หรือให้แสงสว่าง การใช้ถ่านยังคงพบเห็นได้ทั่วไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตชนบท ฉะนั้นการเผาถ่านจึงเป็นที่แพร่หลายทั้งเพื่อใช้ในครัวเรือนและนำไปจำหน่าย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ได้กลับบ้านแบบนี้ ญาก็ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณตาสมพงศ์ อรสุม อายุ 71 ปีซึ่งท่านกำลังไปเผาถ่านเพื่อนำมาใช้ในครัวเรือน ญาจึงได้มีโอกาสติดตามไปดูเตาเผาถ่านที่คุณตาใช้ ลักษณะของเตาจะเป็นโดมคล้ายหลังเต่า ทำจากโคลนผสมฟาง ใช้เวลาประมาณ 1 วันในการทำ ด้านในเป็นโพรงและขุดหลุมให้ลึกลงจากผิวดินประมาณ 1 เมตร เพื่อที่จะใช้บรรจุท่อนไม้เข้าไปด้านใน โดยไม้ที่ใช้ในการเผาถ่านนั้นคุณตาได้บอกว่าจะเป็นไม้อะไรก็ได้ โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นไม้ที่มีอยู่ตามผืนนา คุณตาก็จะตัดกิ่งก้านหรือส่วนที่พอเหมาะกับการทำถ่าน ตัดเป็นท่อนขนาดใกล้เคียงกัน เรียงเอาไว้ด้านในโพรงของเตา ใส่เชื้อเพลิงเอาไว้ด้านในเพื่อทำให้เกิดกระบวนการการเผา ก่อนที่จะปิดปากโพรง ควันจะพุ่งขึ้นทางปากปล่องที่ยื่นออกมาจากตัวเตาจำนวน 3 ปล่อง วิธีการสังเกตว่าไม้ที่นำเข้ามาในเตานั้นกลายเป็นถ่านทั้งหมดแล้ว คุณตาบอกว่าให้สังเกตบริเวณปากปล่อง หากยังมีน้ำเกาะอยู่หรือควันยังไม่เปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีฟ้า แสดงว่าไม้ยังเผาไหม้เป็นถ่านไม่สมบูรณ์นั่นเอง ส่วนระยะเวลาในการเผานั้นคุณตาบอกว่าขึ้นอยู่กับความชื้นของไม้ ส่วนใหญ่ใช้ระยะเวลา 3-4 วัน การทำเตาเผาถ่านโดยใช้โคลนนอกจากประหยัดคาใช้จ่ายแล้วกระบวนการการเผาก็ค่อนข้างปลอดภัยกว่าการใช้วัสดุอย่างอื่นที่อาจจะเป็นอันตรายต่อผู้ที่เข้าใกล้ได้ นอกจากนี้สถานที่ที่ทำเตาส่วนใหญ่ของคนในหมู่บ้านจะอยู่ค่อนข้างไกลจากตัวหมู่บ้านและอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่เพื่อให้พืชดูดซับควันที่อาจจะเป็นมลพิษต่อมนุษย์ การทำเตาเผาถ่านแบบนี้ได้รับการสืบสานจากรุ่นสู่รุ่นโดยคุณตาไม่สามารถบอกได้ว่าเริ่มทำมาตั้งแต่เมื่อใด เตาเผาถ่านลักษณะนี้ไม่ใช่เตาผี เหมือนที่หลายคนรู้จัก โดยลักษณะเตาผีนั้นจะสร้างบริเวณที่ราบไม่มีการขุดหลุมลึกลงไป แต่เตาเผาถ่านที่ญานำมาเสนอนั้นจะเป็นไปในลักษณะของการอบจึงใช้พื้นที่โพรงค่อนข้างมาก หากมองในแง่ของการนำภูมิปัญญามาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันแล้วนั้น นับว่าเป็นภูมิปัญญาที่ดีอีก 1 อย่างที่ควรสืบสาน แต่หากมองในแง่ของความสัมพันธ์ระหว่างคนในท้องถิ่นด้วยกันแล้วนับว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ เพราะพื้นที่ที่ทำเตานั้นไม่ใช่พื้นที่ของคุณตาเอง แต่เป็นที่นาของเพื่อนบ้านที่รวมตัวกันทำ ณ บริเวณนี้ สังเกตจากไม้ฟืนจำนวนมากและมีเตาเผาหลายเตาที่มาทำร่วมกัน เพื่อระมัดระวังความปลอดภัยอันเกิดจากอัคคีภัย การเผาถ่านถึงแม้จะเป็นงานที่ดูเหมือนว่าไม่ได้มีคุณค่าอะไร แต่กลับแสดงให้เห็นถึงความรัก สามัคคี และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันของคนในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี เนื้อหา/ภาพ : ญาณารา