ใครที่เป็นสายจริงจังเกมมิ่ง คงคุ้นหน้า คุ้นตากับเกมแนว JRPG อย่าง Persona กันอย่างแน่นอนเลยใช่ไหมล่ะคะ วันนี้เราจะมารีวิวเกมอีกเกมนึงที่มี DNA ใกล้เคียงกันมาก ๆ อย่าง Metaphor เกมแนวแฟนตาซี JRPG จากค่ายเดียวกันอย่าง Atlus บริษัทในเครือค่ายเกมยักษ์ใหญ่ SEGA ที่ต้องบอกเลยว่าแค่ได้ยินชื่อก็เป็นอีกหนึ่งตัวการันตีคุณภาพของเกมไปได้แล้วเกินครึ่ง ส่วนเกม Metaphor จะเป็นยังไง และน่าสนใจขนาดไหน วันนี้เราจะมารีวิวให้อ่านกันค่ะ เรื่องย่อเกม Metaphor Metaphor หรือ Metaphor: ReFantazio เป็นเกมที่เล่าถึงโลกแฟนตาซี ที่จะมีเผ่าพันธ์ลักษณะคล้ายมนุษย์อาศัยอยู่รวมกัน 9 เผ่า และมีการแบ่งชนชั้นกันอย่างชัดเจน ส่วนตัวเราจะได้รับบทเป็นพ่อหนุ่มตาสองสี ที่มี Gallica นางฟ้าตัวน้อย ผู้เป็นเหมือนเทพผู้นำทาง และไกด์ส่วนตัวเดินทางไปพร้อมกับเราด้วย ซึ่งเราทั้งสองจะต้องเดินทางเข้าไปยังเมืองหลวงของสหราชอาณาจักรยูโครเนีย เพื่อทำภาระกิจลับหลังจากที่ไม่นานมานี้ กษัตริย์ของอาณาจักรโดนลอบปลงพระชนม์ ส่วนองค์รัชทายาทก็โดนร่ายคำสาปใส่ทำให้กลายเป็นเจ้าชายนิทรา จนเมืองนี้ตกอยู่ในสภาวะสูญญากาศ และการเมืองสั่นคลอนเข้าไปทุกที รีวิวหลังเล่น Metaphor จบ ก่อนอื่นต้องขอชมก่อนเลยว่า Metaphor: ReFantazio เป็นเกมที่มีเนื้อหา และการเล่าเรื่องที่เข้มข้นมาก ๆ เพราะถึงแม้ว่า ในช่วงเริ่มเกม เขาจะพาเราไปยังหน้าคัดซีนเพื่อเป็นการเกลิ่นนำคล้าย ๆ กับเกมอื่น ๆ แต่เมื่อเข้าสู่โหมดเกม เราเองก็แทบจะไม่กดข้ามเนื้อหาต่าง ๆ เลย เพราะยิ่งอ่านแล้ว มันก็ดูเหมือนว่าจะเป็นสาระสำคัญ และมีผลต่อตัวเกมไปสะทั้งหมด ถึงหน้าให้เลือกระดับความยากของเกม เขาก็มีในส่วนของ "Storteller" ให้ผู้เล่นที่ต้องการเสพเนื้อเรื่องมากกว่าการต่อสู้เลือกเล่นด้วย โดยในโหมดนี้จะเราจะสามารถกดข้ามฉากต่อสู้ไปได้เลย แล้วไปเสพเนื้อเรื่องอย่างเดียว ซึ่งถ้ามองในมุมของภาพรวมมันเป็นเหมือนซีรีส์สนุก ๆ เนื้อเรื่องเข้มข้นเรื่องนึงได้เลย ที่มีทั้งทีมตัวร้าย ตัวดี การชิงไหวชิงพริบกัน การเมืองเข้มข้น รวมไปถึงการสืบคดีที่เกิดขึ้น แต่ถ้าถามว่า ถ้าเล่นโหมดอื่นจะได้เสพเนื้อหาไหม แน่นอนค่ะว่าเกมยังคงจะมีการเล่าเรื่องอยู่ แถมเผลอ ๆ ผู้เล่นอาจจะอินกว่าเดิมด้วย เพราะทุกการมีปฏิสัมพันธ์ของตัวละคร ทุกบทสนทนา และทุก ๆ การเล่าเรื่อง มันมีความสำคัญมาก เพราะนั่นมันคือจิ๊กซอที่จะให้คุณเอาข้อมูลมาเชื่อมโยงกัน เพื่อที่จะช่วยให้การตัดสินใจของคุณเฉียบขาดมากขึ้น เข้าถึงความจริงที่ซ่อนอยู่ และรวมไปถึงมันยังจะทำให้เกมพลิกและคุณอาจกล้ายเป็นผู้คุมเกมได้ในที่สุด ต้องสารภาพก่อนเลยว่า ก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้อเกมนี้มาจากบน Steam สิ่งแรกที่เราดูเลยคือ คำวิจารณ์ หรือ รีวิวของผู้เล่นบน Steam ที่มันเป็นไปในแง่บวก แถมส่วนใหญ่ก็ยังชื่นชมไปที่ส่วนของงานกราฟิก, ภาพ และเนื้อเรื่อง เมื่อเราได้เล่นจริงบอกเลยว่าคำชื่นชมพวกนั้นแทบจะไม่เกินจริงเลย แต่เราของแถมให้อีกเรื่องนึงคือ "เพลงประกอบ" ซึ่งเป็นอะไรที่ช่วยเสริมอารมณ์ของเกมได้ดีมาก ๆ เพราะการบรรเลงของเพลงจะถูกเลือกใช้ให้เข้ากับแต่ละสถานการณ์อย่างเหมาะสม เช่น เศร้า, ตื่นเต้น, ท้าทาย หรือ ลึกลับ บอกเลยค่ะว่าถ้าได้ฟังเพลงบวกกับการชมงานภาพของเกมแล้วจะขนลุกสุด ๆ นอกจากนี้ อย่างที่เราได้บอกไปในตอนต้นแล้วว่า Metaphor กับ Persona เขามาจากทีมผู้สร้างเดียวกัน แถมยังเป็นเกม JRPG Turn-based เหมือนกัน แต่ทั้งสองก็มาความต่างกันอยู่นะคะ อย่างเช่นการเซ็ตเนื้อเรื่อง Persona เข้าจะพูดถึงการใช้ชีวิตวัยรุ่นควบคู่กับการกู้โลก แถมยังมีระบบจีบเพื่อน และสอบไล่ด้วย เล่นเกมไปก็แอบฟินไปอยู่เหมือนกันนะคะ ส่วน Metaphor: ReFantazio ครั้งนี้ผู้พัฒนาเลือกเซ็ตเนื้อเรื่องเป็นการเมืองในโลกแฟนตาซีบวกกับการเมือง แถมในเกมนี้ไม่ใช่แค่ที่เราจะต้องต่อสู้กับมังกรเท่านั้น แต่มันคือการที่คุณจะต้องทำให้ประชาชนในราชอาณาจักรยอมรับคุณให้ได้ อย่างที่เราได้บอกไปในเรื่องย่อว่า ในเกมมันจะมีการแบ่งชนชั้นกันอยู่ ซึ่งมันเป็นอีกจุดหนึ่งที่ตัวเอกต้องฝ่าฟันมันไปให้ได้ มันเลยทำให้ภาพรวมของเกมมีความจริงจังมากขึ้น มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ซึ่งจุดนี้เรามองว่ามันคือจุดเด่นอีกอย่างของเกมนี้เลย เอาจริง ๆ Metaphor: ReFantazio มันคือเกมที่ทุกคนควรสัมผัสและสร้างประสบการณ์ด้วยตัวเองค่ะ เพราะมันคือหนึ่งในสุดยอดของเกม แนวแฟนตาซี JRPG ที่เคยได้รับรางวัล เกมยอดเยี่ยมแห่งปี ในงาน Japan Game Awards 2025 มาแล้ว และหลังจากที่เราเล่นจบก็เข้าใจแล้วว่า ทำไมเขาถึงสามารถคว้ารางวัลนี้มากได้ แล้วเพื่อน ๆ จะไม่ลองเล่นกันหน่อยหรอ และสำหรับใครที่อยากมัน อยากเลือดสูบฉีดก็สามารถดาวน์โหลดเกมผ่าน Steam ได้เลย แต่ถ้าอยากได้เกมคีย์ราคาพิเศษก็สามารถกดซื้อผ่านทาง App TrueID แล้ววันนี้ บอกเลยราคาพิเศษ แถมคุ้มสุด ๆ เครดิตภาพประกอบ ภาพประกอบ: ผู้เขียน (บุญรอด)