รีเซต

อินโดนีเซียเตรียมแบนการใช้งานโซเชียลมีเดียสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี เริ่ม 28 มีนาคมนี้

อินโดนีเซียเตรียมแบนการใช้งานโซเชียลมีเดียสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี เริ่ม 28 มีนาคมนี้
TNN ช่อง16
10 มีนาคม 2569 ( 01:16 )
10

วันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาลอินโดนีเซียประกาศความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญเพื่อปกป้องเยาวชนจากภัยออนไลน์ โดยเตรียมระงับการใช้งานบัญชีโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มออนไลน์ของเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี ซึ่งจะเริ่มมีผลในวันที่ 28 มีนาคม 2026

โดยมาตรการนี้จะส่งผลให้อินโดนีเซียกลายเป็นประเทศนอกโลกตะวันตกประเทศแรกที่จำกัดการเข้าถึงพื้นที่ดิจิทัลของเด็กตามเกณฑ์อายุ

นางมุตยา ฮาฟิด (Meutya Hafid) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารและดิจิทัลของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า แพลตฟอร์มที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเริ่มถูกระงับบัญชีผู้ใช้งานของเด็ก ได้แก่ YouTube, TikTok, Facebook, Instagram, Threads, X, Bigo Live และ Roblox

รัฐบาลอินโดนีเซียให้เหตุผลถึงความจำเป็นของนโยบายนี้ว่า ปัจจุบันเด็กๆ กำลังเผชิญกับภัยคุกคามที่ชัดเจนมากขึ้น ทั้งจากสื่อลามกอนาจาร การกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ (Cyberbullying) การหลอกลวงออนไลน์ และปัญหาการติดโซเชียลมีเดียซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากังวลที่สุด

"รัฐบาลกำลังก้าวเข้ามาช่วยเหลือ เพื่อไม่ให้พ่อแม่ต้องต่อสู้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วยอัลกอริทึมเพียงลำพังอีกต่อไป" นางมุตยา ฮาฟิด กล่าวเพิ่มเติม

ปัญหาภัยออนไลน์ในเด็กอินโดนีเซียถือเป็นเรื่องที่น่ากังวล โดยรายงานจาก Unicef ในปี 2023 ระบุว่า เด็กอินโดนีเซียราวครึ่งหนึ่งจากกลุ่มตัวอย่าง 510 คน เคยเปิดรับภาพที่มีเนื้อหาทางเพศบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งที่ผ่านมา อินโดนีเซียเคยใช้มาตรการจัดการกับเนื้อหาทางเพศออนไลน์มาแล้วหลายครั้ง รวมถึงการบล็อกการเข้าถึง AI แชตบอตที่ชื่อ Grok ตลอดจนเว็บไซต์อย่าง OnlyFans และ Pornhub

นอกจากนี้ การนำระบบยืนยันอายุมาใช้ หมายถึงการต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนของเด็ก รัฐบาลจึงต้องมั่นใจว่าการเก็บข้อมูลเป็นไปอย่างถูกต้อง และต้องไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล และเสรีภาพในการแสดงออกของเยาวชน

นโยบายแบนโซเชียลมีเดียในเยาวชนกำลังกลายเป็นเทรนด์ที่หลายประเทศทั่วโลกให้ความสนใจ โดยความเคลื่อนไหวของอินโดนีเซียเกิดขึ้นหลังจากที่ออสเตรเลียได้บังคับใช้กฎหมายแบนผู้ใช้งานอายุต่ำกว่า 16 ปีเป็นประเทศแรกเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

ในขณะที่ประเทศอื่นๆ เช่น สเปน สหราชอาณาจักร และกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป เช่น ฝรั่งเศส เดนมาร์ก และกรีซ ก็กำลังผลักดันและพิจารณามาตรการในลักษณะเดียวกันนี้อยู่เช่นกัน 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง