ไทยเที่ยวไทยพลัส เป็นมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศที่ภาครัฐเตรียมใช้เพื่อเพิ่มการเดินทางและกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการท่องเที่ยว โดยรายละเอียดที่เคยประกาศเบื้องต้นมีทั้งการสนับสนุนค่าที่พักและคูปองดิจิทัลสำหรับใช้จ่ายกับบริการท่องเที่ยว ไทยเที่ยวไทยพลัส คืออะไร? โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น โดยเน้นให้เงินหมุนเวียนไปยังโรงแรม ร้านอาหาร สปา ร้านค้าชุมชน และกิจกรรมหรือบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวตามกรอบที่มีการเปิดเผยล่าสุด โครงการวางไว้ที่ 1 ล้านสิทธิ์ และประชาชนหนึ่งคนสามารถใช้สิทธิ์ได้สูงสุด 5 สิทธิ์ โดยมีกรอบงบประมาณประมาณ 4,000 ล้านบาท พูดง่าย ๆ คือ แนวคิดของโครงการไม่ได้ช่วยเฉพาะค่าห้องพัก แต่ต้องการให้เกิดการใช้จ่ายต่อเนื่องระหว่างทริปด้วย [ที่พัก → ร้านอาหาร → กิจกรรม → สปา/บริการ → ร้านค้าท้องถิ่น] จึงเป็นเหตุผลที่คูปองดิจิทัลถูกออกแบบให้ใช้กับบริการด้านการท่องเที่ยวได้หลากหลายมากขึ้น สิทธิประโยชน์มีอะไรบ้าง? จากรายละเอียดที่มีการเปิดเผยก่อนการเลื่อนโครงการ สิทธิประโยชน์แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก 1. สนับสนุนค่าที่พัก รัฐบาลมีกรอบสนับสนุนค่าที่พัก 1,500 บาทต่อคืน และใช้สิทธิ์ได้สูงสุด 5 คืนต่อคน ดังนั้น หากใช้สิทธิ์ครบ 5 คืน ส่วนสนับสนุนค่าที่พักจะคิดเป็นสูงสุด 1,500 × 5 = 7,500 บาทต่อคน โดยรูปแบบที่เปิดเผยเป็นการสนับสนุนตามจริงภายใต้เพดานที่กำหนด ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้รับเงินเต็มจำนวน 1,500 บาททุกคืน ตัวอย่าง ถ้าห้องพักราคา 1,200 บาทต่อคืน→ ส่วนสนับสนุนคิดตามหลักเกณฑ์ของโครงการและไม่เกินเพดาน ถ้าห้องพักราคา 2,000 บาทต่อคืน→ ส่วนที่เกินจากวงเงินสนับสนุน ผู้เดินทางต้องรับผิดชอบเอง ดังนั้น ก่อนจองควรตรวจสอบราคาที่พักและเงื่อนไขการจองผ่านระบบโครงการให้ชัดเจน 2. คูปองดิจิทัลแบบร่วมจ่าย อีกส่วนหนึ่งคือคูปองดิจิทัล หรือ E-Voucher ในรูปแบบ Co-payment 50:50 โดยกรอบวงเงินที่เปิดเผยแบ่งตามพื้นที่เป็น -เมืองหลัก สูงสุด 1,500 บาท/สิทธิ์ -เมืองรอง สูงสุด 2,000 บาท/สิทธิ์ คูปองสามารถนำไปใช้กับบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหาร สปา นวด กิจกรรมท่องเที่ยว รวมถึงบริการอย่างดำน้ำหรือล่องเรือ ตามร้านหรือผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ จุดที่ต้องจำ: ตัวเลขคูปองเป็นวงเงินสนับสนุนจากรัฐในระบบร่วมจ่าย ไม่ใช่เงินสดที่สามารถถอนออกมาใช้ได้ตามใจ เที่ยวเมืองรองได้อะไรเพิ่ม? หนึ่งในจุดที่น่าสนใจของโครงการคือการเพิ่มแรงจูงใจให้เดินทางไปยัง เมืองรอง/เมืองน่าเที่ยว หากใช้สิทธิ์ในเมืองรอง วงเงินคูปองที่รัฐสนับสนุนตามกรอบเดิมจะสูงกว่าเมืองหลัก คือ 2,000 บาทต่อสิทธิ์ ขณะที่เมืองหลักอยู่ที่ 1,500 บาทต่อสิทธิ์ หากสมมติใช้สิทธิ์ครบ 5 ครั้งในเมืองรอง และได้รับสิทธิ์เต็มตามกรอบเดิม ค่าที่พักสูงสุด 7,500 บาท คูปองท่องเที่ยวสูงสุด 10,000 บาท รวมมูลค่าการสนับสนุนสูงสุดประมาณ 17,500 บาทต่อคน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็น กรณีใช้สิทธิ์เต็มตามเงื่อนไขทั้งหมด ไม่ใช่เงินสดที่ได้รับเข้าบัญชีโดยตรง ใครมีสิทธิ์เข้าร่วม? รายละเอียดคุณสมบัติสุดท้ายยังต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการหลังการปรับกำหนดการ แต่ข้อมูลที่มีการเผยแพร่ก่อนหน้านี้ระบุแนวทางว่า ผู้เข้าร่วมต้องเป็น คนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไป และต้องใช้แอปพลิเคชัน เป๋าตัง พร้อมดำเนินการยืนยันตัวตนตามระบบที่กำหนดเนื่องจากโครงการถูกเลื่อนกำหนดเวลา รายละ เอียดบางส่วนจึงยังไม่ควรถือเป็นขั้นตอนสุดท้าย แนะนำให้เตรียมไว้ล่วงหน้า 1. อัปเดตแอปเป๋าตัง 2. ตรวจสอบบัญชี G-Wallet 3. ตรวจสอบการยืนยันตัวตน KYC 4. ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวให้ถูกต้อง 5. เตรียมแผนเที่ยวและจังหวัดที่ต้องการไป แล้วตอนนี้ลงทะเบียนได้หรือยัง? ยังไม่ควรถือว่าการลงทะเบียนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นกำหนดการสุดท้ายก่อนหน้านี้มีการประกาศว่าจะเปิดลงทะเบียนช่วงวันที่ 1–25 ตุลาคม 2569 ผ่านแอปเป๋าตัง แต่ต่อมามีการเปิดเผยเมื่อวันที่ 16 กันยายนว่าโครงการมีแนวโน้มถูกเลื่อนไปใช้ช่วงเดือนเมษายน 2570 แทน ดังนั้น หากพบโพสต์หรือคลิปที่บอกว่า“ไทยเที่ยวไทยพลัส เปิดลงทะเบียน 1 ตุลาคมแล้ว”ควรตรวจสอบวันที่เผยแพร่และประกาศล่าสุดก่อน เพราะข้อมูลดังกล่าวอาจเป็นข้อมูลจากกำหนดการเดิม ทำไมต้องเลื่อนโครงการ? เหตุผลที่มีการเปิดเผยคือ ต้องการให้เงินสนับสนุนเข้าไปช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงที่มีความต้องการเดินทางต่ำกว่า ช่วงปลายปีถึงต้นปีเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวที่มีนักเดินทางจำนวนมากอยู่แล้ว และที่พักในหลายพื้นที่มีความต้องการสูง จึงมีแนวคิดย้ายมาตรการไปช่วง โลว์ซีซันประมาณเดือนเมษายน 2570 เพื่อเพิ่มแรงกระตุ้นในช่วงที่การท่องเที่ยวชะลอตัวกว่า อีกประเด็นคือกำหนดการเดิมมีช่วงหยุดใช้สิทธิ์ระหว่างเทศกาลปีใหม่ ทำให้ช่วงดำเนินโครงการถูกแบ่งเป็นสองช่วง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจึงมีแนวคิดรวบช่วงดำเนินงานไปไว้หลังเทศกาลปีใหม่ วางแผนเที่ยวอย่างไรให้คุ้ม? ถ้าโครงการยังใช้โครงสร้างสิทธิ์ตามกรอบที่ประกาศไว้ การวางแผนให้คุ้มสามารถคิดง่าย ๆ ได้ดังนี้ 1. เลือกทริปที่ใช้สิทธิ์ได้หลายส่วน อย่ามองเฉพาะส่วนลดโรงแรม แต่ควรวางแผนค่าใช้จ่ายทั้งทริป เช่น ที่พัก + ร้านอาหาร + กิจกรรม + สปา + ร้านค้าท้องถิ่น เพราะคูปองถูกออกแบบมาให้กระจายไปยังธุรกิจหลายประเภท 2. พิจารณาเมืองรอง หากต้องการใช้วงเงินคูปองให้มากขึ้น เมืองรองมีกรอบวงเงินสนับสนุนสูงกว่าเมืองหลักตามเงื่อนไขเดิมจึงเหมาะกับคนที่อยากเปลี่ยนจากการเที่ยวเมืองท่องเที่ยวเดิม ๆ ไปสำรวจจังหวัดอื่น 3. อย่าจองที่พักก่อนรู้กติกาสุดท้าย นี่เป็นข้อสำคัญที่สุดในช่วงนี้เพราะ วันเปิดลงทะเบียน วิธีจองที่พัก และขั้นตอนใช้สิทธิ์ยังต้องรอประกาศที่เป็นทางการหลังการเลื่อนโครงการ ดังนั้น หากวางแผนเที่ยวเดือนเมษายน 2570 สามารถเตรียมเส้นทางและงบประมาณไว้ก่อนได้ แต่ไม่ควรถือว่าสิทธิ์ได้รับการยืนยันแล้วจนกว่าจะมีประกาศอย่างเป็นทางการ Q&A: Q1: ถ้าเที่ยวเมืองรอง ได้สิทธิ์มากกว่าเมืองหลักจริงหรือไม่? A1: ตามกรอบสิทธิประโยชน์ที่เปิดเผย เมืองรองมีวงเงินสนับสนุนคูปองสูงสุด 2,000 บาทต่อสิทธิ์ ขณะที่เมืองหลักอยู่ที่ 1,500 บาทต่อสิทธิ์ ทั้งนี้ต้องใช้ตามเงื่อนไขและร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ Q2: คูปองไทยเที่ยวไทยพลัสสามารถนำไปใช้กับอะไรได้บ้าง? A2: คูปองถูกออกแบบให้ใช้กับค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการ เช่น ร้านอาหาร สปา นวด และกิจกรรมท่องเที่ยว โดยเป็นระบบร่วมจ่าย ไม่ใช่เงินสดที่สามารถถอนออกมาใช้ได้ Q3: ถ้าไม่ได้ใช้สิทธิ์ครบ 5 ครั้ง จะได้รับเงินส่วนที่เหลือเป็นเงินสดหรือไม่? A3: สิทธิ์เป็นวงเงินสำหรับใช้ตามเงื่อนไขของโครงการ หากใช้ไม่ครบจะไม่ควรเข้าใจว่าเงินส่วนที่เหลือสามารถถอนหรือเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ ดังนั้นควรตรวจสอบเงื่อนไขการใช้สิทธิ์ก่อนวางแผนการเดินทาง หมายเหตุ: รูปภาพทั้งหมดถูกจัดทำและสร้างโดยผู้เขียนเอง เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !