รีเซต

"Made In China" แบกประเทศ! จีนส่งออกโตแกร่ง สวนทางกำลังซื้อไม่ฟื้น-อสังหาฯ ซบเซา

"Made In China" แบกประเทศ! จีนส่งออกโตแกร่ง สวนทางกำลังซื้อไม่ฟื้น-อสังหาฯ ซบเซา
TNN ช่อง16
28 ตุลาคม 2569 ( 07:00 )

เศรษฐกิจจีนโตจริงหรือลวงตา? ส่งออกแกร่งสวนทางกำลังซื้อในประเทศ


เศรษฐกิจจีนกำลังส่งสัญญาณกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง หลังตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ไตรมาส 3 ปี 2569 ขยายตัวสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ โดยมีภาคการส่งออกเป็นเครื่องยนต์สำคัญ โดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยีที่ได้รับอานิสงส์จากกระแส AI ทั่วโลก


แต่คำถามสำคัญคือ เศรษฐกิจจีนกำลังฟื้นตัวอย่างแท้จริงหรือไม่ เพราะเบื้องหลังตัวเลขที่ดูดี ยังมีปัญหาหลายด้านที่น่ากังวล ทั้งภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่ฟื้นตัว การลงทุนที่หดตัว และกำลังซื้อภายในประเทศที่ยังอ่อนแอ ทำให้จีนต้องพึ่งพารายได้จากต่างประเทศมากขึ้น


เศรษฐกิจจีนไตรมาส 3 โต 4.5% สูงกว่าคาด ส่งออกเป็นเครื่องยนต์หลัก


สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน หรือ NBS รายงานว่า เศรษฐกิจจีนไตรมาส 3 ปี 2569 ขยายตัว 4.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ในผลสำรวจของ Reuters คาดการณ์ไว้ที่ 4.4% และยังปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาส 2 ที่ขยายตัว 4.3%


ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก เพราะการเติบโตของจีนมีผลต่อการค้า การผลิต และความต้องการสินค้าในหลายประเทศ


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าตัวเลข GDP คือ โครงสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจจีนกำลังเปลี่ยนไปจากอดีต


ก่อนหน้านี้ เศรษฐกิจจีนขับเคลื่อนด้วยการลงทุนขนาดใหญ่ ทั้งโครงการอสังหาริมทรัพย์ การก่อสร้างเมืองใหม่ ถนน และโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ควบคู่กับการเพิ่มขึ้นของกำลังซื้อภายในประเทศ


แต่ปัจจุบัน ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เคยเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ขณะที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคยังไม่แข็งแกร่งอย่างที่รัฐบาลต้องการ


ภาคการผลิตและการส่งออกจึงกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นในตลาดโลก


กล่าวอีกอย่างคือ เมื่อกำลังซื้อภายในประเทศยังไม่เพียงพอ จีนจึงต้องอาศัยคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเข้ามาช่วยสร้างรายได้ให้กับโรงงานและภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนเทคโนโลยี ไปจนถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI


ส่งออกจีนพุ่ง 22% เทคโนโลยี AI และหุ่นยนต์มาแรง


หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจจีนคือการส่งออก โดยข้อมูลในต้นฉบับระบุว่า การส่งออกของจีนในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่การส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นถึง 70%


แรงสนับสนุนสำคัญมาจากกระแส AI ที่กำลังเติบโตทั่วโลก ทำให้ความต้องการอุปกรณ์และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเพิ่มสูงขึ้น โดยจีนเป็นหนึ่งในผู้ผลิตสำคัญของห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมเทคโนโลยี


นอกจากนี้ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติยังเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 การผลิตหุ่นยนต์อุตสาหกรรมของจีนเพิ่มขึ้น 29.1% ขณะที่การผลิตอุปกรณ์การพิมพ์สามมิติเพิ่มขึ้นถึง 62.5%


ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของจีน จากฐานการผลิตสินค้าทั่วไปไปสู่การผลิตสินค้าที่มีเทคโนโลยีสูงและมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น


รัฐบาลจีนยังเดินหน้าสนับสนุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และพลังงานสะอาด โดยมุ่งยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว


อย่างไรก็ตาม แม้ภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจะกระจายไปถึงประชาชนทุกกลุ่ม


เศรษฐกิจจีนสองภาพ โรงงานโตแรง แต่กำลังซื้อยังอ่อนแอ


เศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญกับการเติบโตที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างภาคการผลิตเพื่อส่งออกกับเศรษฐกิจภายในประเทศ


ด้านหนึ่ง โรงงานผลิตสินค้าได้มากขึ้น การส่งออกเติบโต และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังขยายตัว แต่อีกด้านหนึ่ง ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังมีปัญหา ขณะที่ผู้บริโภคยังใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง


ข้อมูลช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ระบุว่า การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของจีนหดตัว 7.2% ส่วนการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์หดตัวถึง 20.6%


ขณะที่ยอดค้าปลีกในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นเพียง 1.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จะปรับตัวดีขึ้นจากเดือนสิงหาคมที่ขยายตัว 0.4% แต่ยังสะท้อนว่าการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศเป็นไปอย่างจำกัด


สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับภาคครัวเรือน เพราะแม้โรงงานจะผลิตและส่งออกสินค้าได้มากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าประชาชนจะมีความมั่นใจในการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นทันที


โดยเฉพาะในช่วงที่ประชาชนยังมีความกังวลเกี่ยวกับรายได้ การจ้างงาน และมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับตัวลดลง ส่งผลให้หลายครัวเรือนเลือกเก็บออมและระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น


เมื่อการบริโภคภายในประเทศยังอ่อนแอ ธุรกิจค้าปลีกและภาคบริการที่พึ่งพาลูกค้าชาวจีนก็อาจฟื้นตัวได้ช้าตามไปด้วย


ธนาคารโลกเคยระบุในรายงาน China Economic Update เดือนกรกฎาคม 2569 ว่า เศรษฐกิจจีนยังเผชิญข้อจำกัดจากความต้องการภายในประเทศที่อ่อนแอและปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์ พร้อมเสนอให้ทางการจีนเร่งเสริมสร้างระบบสวัสดิการสังคม เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับประชาชนและสนับสนุนการบริโภค


โจทย์สำคัญของรัฐบาลจีนจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มยอดส่งออก แต่ยังรวมถึงการสร้างความมั่นคงด้านรายได้และความเชื่อมั่นให้ประชาชนกลับมาใช้จ่าย เพราะการพึ่งพาการส่งออกเพียงด้านเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้อย่างทั่วถึงและยั่งยืน


จีนเกินดุลการค้ามหาศาล เสี่ยงเผชิญกำแพงภาษีจากทั่วโลก


แม้การส่งออกที่แข็งแกร่งจะช่วยพยุงเศรษฐกิจจีน แต่ในอีกด้านหนึ่งก็สร้างแรงกดดันต่อความสัมพันธ์ทางการค้ากับหลายประเทศ


เมื่อจีนส่งสินค้าออกไปขายในต่างประเทศมากกว่ามูลค่าสินค้าที่นำเข้า จะทำให้เกิดการเกินดุลการค้า ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิต แต่ขณะเดียวกันก็อาจสร้างความกังวลให้กับประเทศคู่ค้า


Financial Times รายงานเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมว่า การส่งออกจีนในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 36.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้จีนเกินดุลการค้าในเดือนดังกล่าวสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 133,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ยอดเกินดุลการค้าสะสมในช่วง 9 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 938,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


หากการส่งออกยังเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง จีนก็มีโอกาสทำสถิติการเกินดุลการค้ารายปีครั้งใหม่ หลังจากปีที่ผ่านมาเคยทำสถิติไว้สูงกว่า 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ


อย่างไรก็ตาม การเกินดุลการค้าจำนวนมหาศาลอาจทำให้ประเทศคู่ค้าเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับการแข่งขันจากสินค้าจีน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ผู้ผลิตภายในประเทศต้องแข่งขันกับสินค้านำเข้าที่มีราคาต่ำกว่า


ความกังวลดังกล่าวอาจนำไปสู่การใช้มาตรการภาษี การจำกัดการนำเข้า หรือข้อกำหนดทางการค้าที่เข้มงวดขึ้น


ตัวอย่างสำคัญคือความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ซึ่งยังมีประเด็นการเจรจาและข้อพิพาทในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะรถยนต์และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี


ขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ยังมีความไม่แน่นอน แม้จะมีการพักรบทางการค้า แต่ยังมีความเสี่ยงจากมาตรการตรวจสอบสินค้าจีนที่ส่งผ่านประเทศอื่น เพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงมาตรการภาษี


ความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนว่า การพึ่งพาการส่งออกมากเกินไปอาจกลายเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจจีน หากประเทศคู่ค้าเพิ่มมาตรการกีดกันหรือความต้องการสินค้าจากต่างประเทศชะลอตัวลง


จีนจะกลับมาโตแรงได้จริงหรือไม่ หากยังพึ่งพาส่งออกเป็นหลัก


เศรษฐกิจจีนในวันนี้จึงมีทั้งสัญญาณบวกและความเสี่ยงเกิดขึ้นพร้อมกัน


ด้านหนึ่ง จีนกำลังประสบความสำเร็จในการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออก โดยเฉพาะสินค้าที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก ทั้ง AI หุ่นยนต์ และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต


แต่อีกด้านหนึ่ง ปัญหาภายในประเทศยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์ ทั้งภาคอสังหาริมทรัพย์ การลงทุน และกำลังซื้อของประชาชน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว


หากจีนยังสามารถส่งออกสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง ภาคการผลิตก็อาจช่วยประคองการเติบโตของเศรษฐกิจต่อไปได้ แต่หากตลาดโลกชะลอตัว หรือประเทศคู่ค้าเพิ่มมาตรการกีดกันทางการค้า ผลกระทบก็อาจย้อนกลับมาสู่ภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจจีนได้โดยตรง


คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า จีนจะสามารถสร้างสมดุลระหว่างการส่งออกกับการบริโภคภายในประเทศได้เร็วเพียงใด เพราะแม้ตัวเลข GDP จะเติบโตสูงกว่าคาด แต่ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจในระยะยาวอาจไม่ได้วัดจากยอดส่งออกเพียงอย่างเดียว หากยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการทำให้ประชาชนกลับมามีรายได้ ความมั่นใจ และกำลังซื้อที่แข็งแกร่งอีกครั้ง


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง