รีเซต

บลจ.กรุงศรีเสิร์ฟกองทุนผสมKFGDC ลุยสินทรัพย์ทั่วโลก-รับมือทุกสภาวะตลาด

บลจ.กรุงศรีเสิร์ฟกองทุนผสมKFGDC ลุยสินทรัพย์ทั่วโลก-รับมือทุกสภาวะตลาด
ทันหุ้น
3 พฤศจิกายน 2569 ( 14:10 )
5

#บลจ.กรุงศรี#ทันหุ้น บลจ.กรุงศรี เดินเกมรุกโค้งท้ายกับกองทุนใหม่รวม 2 กลยุทธ์ไว้ในหนึ่งเดียว มีทั้ง Core Portfolio และ Satellite Portfolio กับกองทุน KFGDC พร้อมคลาส RMF วางแผนเกษียณพร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษี กับ KF-GDCRMF มุ่งเน้นลงทุนสินทรัพย์หลากหลายประเภททั่วโลก จัดสรรสินทรัพย์อย่างยืดหยุ่น ควบคู่กับการคำนึงถึงปัจจัยด้านความยั่งยืน เสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 3–10 พฤศจิกายน 2569

            นางสุภาพร ลีนะบรรจง กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงศรี จำกัด หรือ บลจ.กรุงศรี เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังมีแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีและ AI ขณะเดียวกันยังมีความท้าทายจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้า เงินเฟ้อ และทิศทางอัตราดอกเบี้ย การกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์หลายประเภทจึงเป็นแนวทางที่ช่วยสร้างโอกาสรับผลตอบแทนไปพร้อมกับการบริหารความเสี่ยง เนื่องจากมีแหล่งที่มาของผลตอบแทนที่หลากหลาย และลดการพึ่งพาสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่งเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะการลงทุนในกองทุนผสมที่สามารถปรับสัดส่วนการลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ประเภทอื่นให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป

จากปัจจัยดังกล่าว บลจ.กรุงศรี จึงเปิดเสนอขายกองทุน KFGDC และกองทุน KF-GDCRMF ที่มีนโยบายลงทุนผ่านกองทุนหลัก Allianz Dynamic Multi Asset Strategy SRI 30, Class P (EUR) บริหารโดย Allianz Global Investors

*ผสาน2กลยุทธ์ในกองทุนเดียว

จุดเด่นของกองทุนหลักอยู่ที่การผสานกลยุทธ์การลงทุน 2 ส่วนไว้ด้วยกัน ได้แก่ Core Portfolio ซึ่งเป็นส่วนหลักของพอร์ต และ Satellite Portfolio ซึ่งเปิดโอกาสให้ปรับเพิ่มหรือลดการลงทุนในสินทรัพย์และธีมที่น่าสนใจตามสภาวะตลาด

ตัวอย่างเช่น ทองคำ หุ้นตลาดเกิดใหม่ หุ้นญี่ปุ่น หุ้นขนาดเล็กของสหรัฐฯ สินค้าโภคภัณฑ์ และตราสารหนี้ที่เชื่อมโยงกับความเสี่ยงจากภัยพิบัติธรรมชาติ (Catastrophe Bonds) เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาปัจจัยพื้นฐานและแนวโน้มตลาดประกอบการตัดสินใจ เพื่อให้พอร์ตการลงทุนมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับตัวให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป”

ด้านการบริหารความเสี่ยง กองทุนหลักกำหนดกรอบเป้าหมายความผันผวนไว้ที่ 4–10% ต่อปี โดยมีเป้าหมายให้ระดับความผันผวนใกล้เคียงกับพอร์ตที่ลงทุนในตราสารหนี้ 70% และหุ้น 30% กระบวนการลงทุนใช้การวิเคราะห์เชิงปริมาณเพื่อประเมินแนวโน้มตลาดควบคู่กับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของสินทรัพย์ พร้อมติดตามและปรับสัดส่วนการลงทุนตามระดับความเสี่ยงและโอกาสที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลา

*มุ่งการลงทุนอย่างมีESG

นอกจากนี้ กองทุนหลักยังให้ความสำคัญกับการลงทุนอย่างยั่งยืนผ่านแนวทาง SRI Best-in-class ซึ่งนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มาประกอบการประเมินและคัดเลือกหลักทรัพย์ ทั้งนี้ กองทุนหลักมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 7.93% และตั้งแต่จัดตั้งเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 6.11%” (ที่มา : Allianz Global Investors ณ 30 ก.ย. 69 / ผลการดำเนินงานที่แสดงเป็นผลการดำเนินงานของกองทุนหลัก ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนรวมของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน)

“สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการวางแผนการลงทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงิน บลจ.กรุงศรี นำเสนอกองทุน 2 ทางเลือก ได้แก่ กองทุน KFGDC สำหรับผู้ที่ต้องการกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ทั่วโลก และกองทุนKF-GDCRMF สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนระยะยาวเพื่อการเกษียณและใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี” นางสุภาพร กล่าว

KFGDC, KF-GDCRMF มีนโยบายลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ Allianz Dynamic Multi Asset Strategy SRI 30, Class P (EUR) (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของ NAV ความเสี่ยงระดับ 5 – เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง

KFGDC, KF-GDCRMF ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และ/หรือ ได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง