When you trip over love, it is easy to get up. But when you fall in love, it is impossible to stand again. เมื่อคุณสะดุดรัก มันยังง่ายต่อการลุกขึ้นใหม่ แต่ถ้าคุณตกหลุมรัก มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ไอน์สไตน์เขียนคําคมถึงอารมณ์รักอยู่หลายครั้ง อาจเป็นเพราะเขาเคยผิดหวังกับความรัก เขาจึงเข้าถึงความรู้สึกนี้ได้ชัดเจนกว่าอารมณ์อื่น ซึ่งแม้แต่อารมณ์โลภซึ่งตัดให้ขาดได้ยากมาก แต่สำหรับไอน์สไตน์แล้วแทบไม่มีเลย ในทางพุทธศาสนาบอกว่าการตัดอารมณ์โลภได้จะต้องบรรลุเหนือชั้นโสดาบัน หลังจากที่ไอน์สไตน์หย่าร้างกับภรรยา เขานอนอยู่นิ่งๆ เหมือนคนป่วยนานหลายปี ช่วงเวลาเช่นนั้นคงเป็นความยากลําบากสําหรับเขามาก แต่ยังโชคดีที่เขามีญาติห่างๆ ที่ชื่อเอลซ่ามาช่วยดูแลชีวิตความเป็นอยู่ให้ และสามารถลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง แต่ก็ไม่เหมือนเดิม พลังกาย พลังใจ พลังแห่ง การสร้างสรรค์ของเขาลดลงไปมาก และในครึ่งหลังของชีวิตเขาแทบจะไม่ได้ คิดทฤษฎีใหม่อะไรออกมาอีกเลย การที่จะลุกขึ้นยืนอีกครั้งในความหมายของไอน์สไตน์คงเป็นการเปรียบเทียบว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะลบล้างความรู้สึกตกหลุมรักให้ออกไปจากใจได้ มันจะตราตรึงอยู่ในห้วงแห่งภวังค์ไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต คําคมประโยคนี้ ของไอน์สไตน์บอกเราว่า อย่าตกหลุมรักใครง่ายๆ ขอเพียงแค่สะดุด ถ้าเกิดผิดพลาดขึ้นมาอย่างน้อยก็กลับตัวทัน ไม่ต้องตกหล่มชีวิตไปตลอดกาล หรือแม้แต่แต่งงานแล้วก็ให้หยุดไว้แค่สะดุดรัก เพราะในอนาคตถ้าคนรักเปลี่ยนไป หรือเสียชีวิต เราจะได้มีกําลังกายกําลังใจในการลุกขึ้นใหม่อีกครั้ง ในทางจิตวิทยาและทางสรีรวิทยา อารมณ์รักนับเป็นอารมณ์ที่ใกล้เคียงการเสพยาเสพติดมากที่สุด สารเคมีที่หลั่งออกมาในขณะมีอารมณ์รักคล้ายสารเคมีตอนติดยา ดังนั้นเมื่อเราอกหัก เราจะมีอาการเหมือนลงแดง และแม้ภายหลังแม้เมื่อทําใจได้แล้ว แต่ความรู้สึกนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในใจไปตลอดเวลา Without you I lack self-confidence, passion for work, and enjoyment of life, in short, without you, my life is no life. เมื่อไม่มีคุณ ผมขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง ปราศจากอารมณ์ในการทำงานและขาดความสนุกของชีวิต สรุปสั้นๆ เมื่อไม่มีคุณ ชีวิตของผมก็ไม่ใช่ชีวิต ประโยคนี้ของไอน์สไตน์อยู่ในจดหมายที่เขียนถึงภรรยาของเขา ซึ่งมีใจความคล้ายๆ กับจดหมายที่จักรพรรดินโปเลียนทรงเขียน ให้กับสุดที่รักโฌเซฟิน ทั้งไอน์สไตน์และนโปเลียนต่างมีชีวประวัติที่ เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งคือ ทั้งสองหย่าร้างกับภรรยาคนแรกอย่างเจ็บปวด และจากมหาบุรุษกลับกลายไปเป็นชายหนุ่มที่ปราศจากความรู้สึกที่จะมีชีวิตอยู่ ขาดแรงบันดาลใจ หลังจากนั้นฝีมือในการรบทัพจับศึกของนโปเลียนตกลง ไปมากจนพ่ายแพ้ในที่สุด ส่วนไอน์สไตน์ นับเป็นโชคดีที่เขาอยู่ในแวดวงการศึกษา อีกทั้งยังทําหน้าที่เป็นอาจารย์ประจํามหาวิทยาลัย แต่อย่างไร ก็ตาม ประสิทธิภาพการสอนและการวิจัยของเขาตกลงไปมากจนกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์ธรรมดาๆ คนหนึ่ง สําหรับชีวิตผู้ชายแล้ว การได้พบกับคนรักที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจ ให้ได้ถือเป็นเรื่องสําคัญยิ่ง เคยมีนักข่าวถามเฮนรี่ ฟอร์ด อภิมหาเศรษฐี ชาวอเมริกันว่า ถ้าชาติหน้ามีจริง คุณอยากเกิดมาร่ํารวยและประสบความ สําเร็จแบบนี้อีกหรือไม่ เฮนรี ฟอร์ด ตอบว่า ไม่จําเป็น เพียงแต่ขอให้ผมได้เจอภรรยาคนนี้อีกครั้งก็พอแล้ว สิ่งอื่นๆจะตามมาเอง ผู้ชายที่ประสบความสําเร็จมักจะมีผู้หญิงคนหนึ่งอยู่เบื้องหลังเสมอ ในประเทศสหรัฐอเมริกาจึงให้ความเคารพนับถือสตรีหมายเลขหนึ่งมาก เพราะเธอนั่นเองคือคนที่ทําให้สามีขึ้นมาสู่ ณ ตําแหน่งนี้ได้ ธรรมชาติสร้างให้เพศผู้เป็นผู้รับใช้เพศหญิง ตั๊กแตนเพศผู้จะต้องอุทิศ ร่างกายให้เพศเมียกินหลังจากผสมพันธุ์แล้ว เช่นเดียวกับแมงมุมบางพันธุ์ ส่วนผึ้งตัวผู้จะตายทันทีที่ผสมพันธุ์ และมดตัวผู้จะยืนนิ่งๆ จนตัวเองตายเมื่อ รู้ว่านางพญาไม่อยู่แล้ว มนุษย์เองก็ไม่ต่างกัน เมื่อเกิดเหตุวิกฤติที่เสี่ยงต่อ ชีวิต ผู้ชายจะเป็นฝ่ายเสียสละตามสัญชาตญาณ ครั้งเรือไททานิกลุ่ม ผู้ชาย ทุกคนพร้อมใจกันยกเรือชูชีพให้ผู้หญิงและเด็ก ตอนเกิดสงคราม ผู้ชายทุกคนพร้อมจะสู้ตายเพื่อแผ่นดินแม่ของตัวเอง How on earth you can explain in terms of chemistry and physics so important a biological phenomenon as first love ? โลกจะอธิบายปรากฏการณ์ที่สำคัญทางชีววิทยาอย่างรักแรกพบ ด้วยรูปแบบของเคมีและฟิสิกส์ได้อย่างไร มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า ความรู้สึกรักแรกพบนั้น เชื่อมโยงกับสารเคมีในสมอง 7-8 ตัว ดังนั้นคําว่า “เคมีตรงกัน” จึงเป็นเรื่องจริง ที่จะส่งผลทําให้คนเรารักกัน ส่วนคุณสมบัติทางฟิสิกส์ เช่น รูปร่าง หน้าตา สีผิว คงไม่ต้องอาศัย งานวิจัยก็บอกได้ว่ามีส่วนสําคัญมากที่จะทําให้เกิดความรู้สึกรัก แต่คําถามคือ ว่า ทําไมเวทนาและตัณหาที่เกิดขึ้นต่อลักษณะทางเคมีและฟิสิกส์ของแต่ละ คนจึงแตกต่างกัน เช่น กลิ่นตัวของบุคคลหนึ่งอาจเป็นกลิ่นที่เหม็นสําหรับ บางคน แต่กลับกลายเป็นกลิ่นหอมรัญจวนใจสําหรับคนที่ถูกใจ ส่วนรูปร่าง ถ้าตัดเรื่องความใคร่ออกไป ความรักที่แท้จริงไม่ขึ้นกับรูปร่าง หน้าตา ดังที่เราเห็นคู่ที่ครองรักกันมาอย่างยาวนานส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่คนที่สวยหรือหล่อสมบูรณ์แบบอะไร วิทยาศาสตร์อาจอธิบายได้ว่า คนที่รักกันจะมีสารเคมีในสมองตรงกัน แต่อธิบายต่อไม่ได้ว่า แล้วอะไรล่ะที่มีอิทธิพลเหนือสารเคมีเหล่านั้น อะไรที่ สามารถบังคับให้สมองหลั่งสารเคมีชนิดต่างๆ ได้ คําตอบคือ “จิต” คุณสมบัติ ทางฟิสิกส์และเคมีเป็นเพียงเครื่องมืออย่างหนึ่งที่จิตจะใช้ในการเหนี่ยวนำเพื่อให้ชีวิตเป็นไปตามกฎแห่งกรรมนั่นเอง รักแรกพบไม่จําเป็นต้องเป็นรักที่สมหวัง เชื่อว่าทุกคนต้องเคยมีประสบการณ์รักแรกพบ และตราตรึงฝังอยู่ในใจจนถึงทุกวันนี้ ความรู้สึกนี้ไม่หายไปไหน ในอนาคตไม่ว่าภพนี้หรือภพหน้า เมื่อเหตุปัจจัยเหมาะสม ได้มาพบเจอกันอีกครั้ง ความรู้สึกนั้นก็จะผุดขึ้นมาเหมือนเดิม แต่ด้วยเงื่อนไขที่เปลี่ยนไป เช่นสะสมบุญมามากขึ้น ซึ่งจะทำให้รักนั้นสมหวังในที่สุด Woman marry men hoping they will change. Men marry women hoping they will not. So each is inevitably disappointed. ผู้หญิงแต่งงานกับผู้ชายโดยหวังว่าเขาจะเปลี่ยน ผู้ชายแต่งงานกับผู้หญิงโดยหวังว่าเธอจะไม่มีวันเปลี่ยน ผู้ชายและผู้หญิงจึงผิดหวังในตัวกันและกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้หญิงมีรูปเป็นทรัพย์ ผู้ชายมีทรัพย์เป็นรูป เมื่อทั้งสองเลือกกันและกันที่จุดนี้ ความผิดหวังจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก่อนแต่งงานผู้ชายส่วนใหญ่มักแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมาให้เห็น ถ้าความรักไม่ทำให้ตาบอด ผู้หญิง จะต้องมองเห็น แต่กลับคิดเข้าข้างตัวเองว่า ถ้าแต่งงานแล้วจะสามารถเปลี่ยนเขาได้ ซึ่งผลออกมาตรงกันข้าม เนื่องจากหลังแต่งงานแล้ว พลังของภรรยาที่จะมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงนิสัยของสามีจะลดน้อยลงกว่าครั้งที่ที่เป็นแฟนกันเสียอีก เขาจะเป็นเช่นเดิมไปตลอดชีวิตสมรส ดังนั้นถ้ารับไม่ได้ตั้งแต่แรก การตัดสินใจบอกเลิกดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ส่วนผู้หญิงก่อนแต่งงานมักจะไม่ต้องแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมา นิสัยส่วนลึกหลายๆ อย่างไม่หลุดออกมาให้เห็น ความจริงแล้วฝ่ายชายสามารถสืบหาข้อมูลจากกลุ่มเพื่อนๆ ของฝ่ายหญิงได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วผู้ชายมักสนใจไปที่รูปลักษณ์ภายนอกมากกว่า หลังแต่งงานเมื่อตัวตนที่แท้จริงของฝ่ายหญิงเปิดเผยออกมา เขาจึงคิดว่าเธอเปลี่ยนไป ความจริงแล้วเธอไม่ได้เปลี่ยน เธอเป็นอย่างนั้นตั้งแต่ก่อนแต่งงาน เพียงแต่อีกฝ่ายมองไม่เห็น ผู้หญิงมักไม่แสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมา ถ้าผู้หญิงบอกว่า “ไม่”เธอหมายความว่า “อาจจะ” แต่ถ้าผู้หญิงบอกว่า “อาจจะ” เธอหมายความว่า “ใช่” มีสุภาษิตจีนบอกไว้ว่า สามปีรู้ใจม้า ห้าปีรู้ใจคน แต่สำหรับคู่ครอง ต้องอยู่กันไปตลอดชีวิตจึงจะเข้าใจ คำคมนี้ของไอน์สไตน์ได้รับการกล่าวถึงกันมาก และทำให้ได้รู้ว่านอกจากความเป็นอัจฉริยะทางด้านวิทยาศาสตร์แล้ว เขายังเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านความรักด้วย รูปภาพทั้งหมดโดย A.I. เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !