รีเซต

หากไทยคือ "เรือเล็ก" เราจะเสริมแกร่ง รับมือมรสุมเศรษฐกิจโลกอย่างไร

หากไทยคือ "เรือเล็ก" เราจะเสริมแกร่ง รับมือมรสุมเศรษฐกิจโลกอย่างไร
TNN ช่อง16
21 ตุลาคม 2569 ( 09:40 )

มรสุมเศรษฐกิจไทยและทางรอด: ถอด "รหัสลับ" จาก "ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช"

ในวันที่พายุเศรษฐกิจโหมกระหน่ำรอบด้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเคยเปรียบประเทศไทยไว้เห็นภาพชัดเจนว่า เหมือน "เรือเล็ก" ที่กำลังแล่นฝ่าคลื่นลมมรสุมกลางทะเล หากโครงสร้างของเรือลำนี้ทำด้วยไม้ผุๆ คงแตกเป็นเสี่ยงตั้งแต่ระลอกคลื่นแรกซัดมา แต่ถ้าเราอยากให้เรือไทยแกร่งพอกลืนกินลมพายุ โครงสร้างต้องเปลี่ยนเป็นเหล็กกล้าไร้สนิม

ผมคิดว่าตอนนี้ชัดเจนว่าเศรษฐกิจโลกผันผวน ได้รับแรงกดดันจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตพลังงาน ปัญหาเงินเฟ้อ ที่ต่างยึดโยงกันอย่างแยกไม่ออก กังวลว่าทั้งหมดอาจเป็นเหมือน "โดมิโน่" ที่อาจล้มครืน สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

หากจะสัมภาษณ์เรื่องนี้ ภาพ ดร.อัทธ์ ลอยขึ้นมาทันที ผมว่าท่านเป็นคนยุคร่วมสมัยที่มีหลักคิดทันต่อเหตุการณ์ คิดได้แบบนั้นผมรีบทักไปหาอาจารย์แล้วนัดทันที

รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ชื่อดังจากมหาวิทยาลัยรังสิต ให้การต้อนรับผมและทีมงาน หลังจากนั้นพวกเรา เริ่มการสัมภาษณ์ทันที 

พลังงานวิกฤต: ถึงเวลาปะรูรั่วให้ตรงจุด

ดร.อัทธ์ พูดว่า "ระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่สุดที่กำลังแผดเผาเศรษฐกิจไทยตอนนี้ คือพลังงาน"

ที่ผ่านมา รัฐบาลมักมีความปรารถนาดีอยากช่วยทุกคนด้วยการอัดฉีดงบประมาณอุ้มราคาทุนทุกภาคส่วน แต่ในความเป็นจริง คลังประเทศไม่ได้มีถุงเงินวิเศษที่ตักเท่าไรก็ไม่หมด การแบกรับแบบหว่านแหจึงกลายเป็นภาระหนักอึ้ง สอดคล้องกับเสียงเตือนจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่ย้ำชัดเจนว่า การอัดฉีดเงินเยียวยาต้องพุ่งเป้าให้ตรงจุด แน่นอนว่าเรื่องพลังงาน หรือน้ำมันก็เช่นเดียวกัน

ทางออกที่เสนอคือ การดึงระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เช่น การให้กลุ่มเปราะบางและผู้ประกอบการ SME ตัวเล็กๆ ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อรับสิทธิ์ซื้อน้ำมันในราคาที่ถูกกว่าคนทั่วไป คนที่ได้รับสิทธิจะไม่ใช่ทุกคน แต่ต้องเป็นคนที่เดือดร้อนจริงๆ เท่านั้น การทำแบบนี้จะช่วยลดต้นทุนการผลิตลงได้ฮวบฮาบ เมื่อต้นทุนลด ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในตลาดก็จะถูกควบคุมได้ เงินเฟ้อจะดีขึ้นตามลำดับ

เมื่อเรือเศรษฐกิจเจอสารพัดมรสุม: อุดรูรั่ว ปั้นจุดเด่น เสริมเกราะเหล็ก

การจะทำให้เรือเศรษฐกิจแล่นไปข้างหน้าได้ นอกจากน้ำมันและราคาพลังงานต้องจับต้องได้แล้ว เรายังต้องยอมรับความจริงว่าโครงสร้างประชากรไทยกำลังเดินเข้าสู่ทางตัน สังคมสูงวัยเปรียบเสมือนระเบิดเวลาอีกลูกที่นับถอยหลัง เด็กเกิดใหม่น้อยลง แรงงานหดหาย ในขณะที่เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจเดิมๆ เริ่มแผ่วปลาย

หากเราต้องการใส่เทอร์โบให้เศรษฐกิจไทย สิ่งแรกที่ต้องทำคือการต่อยอดจากจุดแข็งที่เรามี ทั้งสินค้าเกษตร สินค้าแปรรูป และการท่องเที่ยวระดับโลก ให้ก้าวล้ำนำสมัยยิ่งขึ้น ส่วนจุดไหนที่เราอ่อนแอ เช่น แรงงานขาดทักษะ ก็ต้องเร่งรีบอัปสกิล (Upskill) เติมอาวุธทางปัญญาให้ทันโลก

แต่ก่อนจะวิ่งไปข้างหน้า สิ่งที่ต้องทำด่วนที่สุดคือ การอุดรูรั่ว รูรั่วแรกที่อันตรายที่สุดคือภาคการค้า นโยบายภาษีของสหรัฐฯ และปัญหา "หนี้ครัวเรือน" ที่กัดกินประเทศ เพราะลำพังผู้บริโภคไทยที่เป็นหัวใจหลักขับเคลื่อนเกินครึ่งของ GDP กลับจมปลักอยู่กับกองหนี้มหาศาล

คลื่นลูกใหม่ AI: ดาบสองคมที่เด็กจบใหม่ต้องรู้เท่าทัน

ปฏิเสธไม่ได้ว่ายุคนี้ AI เข้ามาเปลี่ยนเกมกระดานโลกไปหมดแล้ว สำหรับประเทศกำลังพัฒนาอย่างไทย การเข้าถึง AI คือกุญแจสำคัญ แต่วิธีคิดต้องถูกต้อง ดร.อัทธ์ เปรียบเปรยไว้อย่างเห็นภาพชัดเจนว่า "AI เป็นเหมือนมีดคมกริบ เราคือพ่อครัว... อย่าให้มีดมาบาดมือเราเป็นอันขาด"

ความกังวลเรื่องเด็กจบใหม่จะตกงานเพราะ AI แย่งซีนนั้น แก้ได้ด้วยการเปลี่ยนมุมมอง เด็กๆ ยุคใหม่ต้องทำงานร่วมกับ AI เป็น ต้องรู้ลึกรู้จริงในองค์ความรู้ของตัวเอง ไม่ใช่แค่ใช้งานผิวเผิน สิ่งที่ประเทศไทยต้องผลักดันคือ Small AI หรือ AI ขนาดเล็กที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายและมีราคาไม่แพง

ตัวอย่างมีให้เห็นทั่วโลก เช่น ในอินเดีย เกษตรกรใช้ AI วิเคราะห์โรคในพืชผล นี่คือพลังของการยกระดับผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยี หรือแม้แต่การทำธุรกิจร้านกาแฟในตลาดที่มีการแข่งขันดุเดือด (Red Ocean) หากเรารู้จักใช้ AI ช่วยคิด ช่วยสร้าง Prompt ที่ฉลาด นำทางธุรกิจไปสู่น่านน้ำใหม่ (Blue Ocean) เราก็จะรอดพ้นจากภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกได้

เจาะลึกทองคำไทย: เมื่อไรจะหลุดดอย?

มาถึงช่วงท้าย ผมขอเป็นตัวแทนนักลงทุนรายย่อย ถามคำถามยอดฮิตคือ ทองคำไทย เมื่อไรจะหลุดดอย?

ดร.อัทธ์ วิเคราะห์ให้เห็นภาพความเชื่อมโยงของกลไกโลก ทองคำไม่ได้เคลื่อนไหวตามใจชอบ แต่มันผูกติดอยู่กับค่าเงินดอลลาร์ อัตราเงินเฟ้อ และราคาน้ำมัน หากราคาทองจะกลับมาดีดตัวพุ่งทะยานอย่างจริงจัง สหรัฐอเมริกาต้องส่งสัญญาณหยุดขึ้นดอกเบี้ย หรือความขัดแย้งในตะวันออกกลางต้องสงบลง

ที่น่าสนใจคือ แม้สภาวะเศรษฐกิจโลกจะปั่นป่วนจนทำให้ทองคำทรงตัวและไม่ดิ่งเหวลงไปมากกว่านี้ ก็เพราะแรงหนุนจากการที่ประเทศจีนหันมาสะสมทองคำสำรองมากขึ้นทุกวัน

ทุกวันนี้ ดร.อัทธ์ประเมินว่า แนวรับใหม่ของทองคำไทยถูกขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 60,000 บาทต่อบาททองคำเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากภาพระยะยาวชี้ชัดว่าความเชื่อมั่นในเงินดอลลาร์ไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนเก่า และหากในอนาคตดอกเบี้ยดอลลาร์กลับมาขยับสูงขึ้นจนเงินบาทอ่อนค่า แม้จะส่งผลดีต่อภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว แต่สิ่งที่คนไทยต้องแลกมาคือ "ต้นทุนนำเข้าพลังงานที่แพงหูฉี่" ซึ่งจะวนกลับมาทุบซ้ำเติมค่าครองชีพของประชาชนอีกรอบ

คุยไปได้สักครู่ เวลาผ่านไปแล้วยี่สิบนาที

"ตายจริง เราต้องปล่อยอาจารย์ไปสัมภาษณ์รายการอื่นแล้ว ตอนนี้สังคมสนใจในเรื่องเศรษฐกิจและความผันผวนของการค้าโลกจริงๆ"

เท่าที่ได้ฟังอาจารย์อัทธ์ ผมมองภาพแบบนี้นะว่า 

"เศรษฐกิจไทยวันนี้ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว เรือเหล็กจะฝ่าคลื่นลมไปได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าผู้กุมบังเหียนจะกล้าตัดสินใจแก้ปัญหาตรงจุด ปะรูรั่วให้ไว และติดอาวุธทางปัญญาให้คนไทยเท่าทันโลกอนาคตมากแค่ไหน!"

พบกันใหม่สัปดาห์หน้าผู้อ่านที่เคารพ

ดร.ชวัลน์ จันทร์ทรัพย์


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง