สวัสดีจ้าทุกคน...ใครเคยเจอพวกชอบใส่ร้ายป้ายสีให้คนอื่นดูแย่บ้าง ยกมือขึ้น! ผู้เขียนเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เจอพวกเอาดีใส่ตัว แต่โยนความไม่ดีใส่เราประมาณว่าคนโน้นคนนี้ไม่ดี วันดีคืนดีก็ใส่ร้ายป้ายสีเราว่าจะต้องเป็นอย่างโน่นอย่างนี้ อันนี้ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่า คนที่ชอบทำแบบนี้เขาทำไปเพราะต้องการได้ในสิ่งที่อยากได้ และมีจิตริษยาเป็นทุนแล้ว จึงไม่แปลกใจว่าทำไมถึงมีทัศนคติที่ไม่ดีกับตัวเรา แน่นอนว่าอาจจะเจอในรูปแบบเรียกร้องความสนใจ หรือไม่ชอบตัวเราเรื่องใดเรื่องหนึ่ง นี่ก็ไม่พ้นตรงนี้อยู่ดี ในชีวิตจริงเราก็เลี่ยงคนที่ใส่ร้ายป้ายสีเก่งจนรางวัลนักแสดงระดับโลกเรียกพี่ไม่ได้หรอกจริงไหม?ไม่ว่าชีวิตจริงกับในโลกโซเชียลที่ด่าใส่กัน ผู้เขียนยังคงเชื่อว่าคนที่ใส่ร้ายป้ายสีเก่ง ก็คือพวกที่ชอบเสี้ยมให้เขาแตกหักกัน นี่แหล่ะคือสิ่งที่เขาอยากเห็น จะได้เสียบเหมือน "ตาอยู่" ในเรื่องตาอินกับตานาก็มีไม่น้อยในชีวิตจริงของมนุษย์ จะว่าไปปากทำลายคนได้มากกว่าสิ่งใดที่เป็นศาสตราวุธเสียอีก จริงไหมจ๊ะ เอาล่ะผู้เขียนจะขอแนะนำเคล็ดลับในการรับมือพวกชอบเสี้ยม ชอบป้ายผิดให้เราจากประสบการณ์จริง จะแนะนำแต่ละข้อได้ดังนี้Credit pic : pexelsเคล็ดลับรับมือ "พวกชอบป้าย"1. ดูปฏิกิริยาคนรอบตัวด้วยสติอันนี้ในกรณีที่รู้เรื่องราวจากคนที่ชอบป้าย ชอบเสี้ยมให้พังไปแถวหนึ่ง หรือเล่นให้ตายไปข้าง คนที่มีสติจริง ๆ จะไม่โหวกเหวกโวยวายให้ไก่ตื่น และจะดูเกมออกว่าคนไหนคือคนที่ฉลาดหรือคนที่โง่ถึงขั้นให้คนอื่นจูงจมูกได้ คนที่โง่จะเชื่อแค่ฝ่ายที่ตนถูกใจหรือเชื่อเพียงไม่กี่ประโยคเท่านั้น ส่วนคนที่ฉลาดจะไตร่ตรองดีก่อนว่า มันจริงเท็จประการใด และจะไม่ตบมือข้างเดียวให้รู้สึกแคลงใจ หรือไม่ก็จะถามหรือหาข้อมูลเพื่อให้กระจ่างแจ้งไปเลย2. นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหวคนที่ใส่ร้ายผู้อื่นข้างเดียว ไม่ใช่คนที่ฉลาดสักเท่าไหร่ เพราะพวกนี้จะออกตัวแรงเป็นพิเศษ เพื่อเรียกร้องความสนใจ เอาง่าย ๆ ยิ่งออกตัวแรงมากเท่าไหร่ เราจะเห็นความโง่ของคนพวกนี้มากเท่านั้น ถ้าเรานิ่งซะอย่างไม่ได้แปลว่าให้เราบื้อ หรือมีเขาอยู่บนหัว อันนี้ก็ไม่ใช่นะ เรานิ่งเพราะว่าเราจะได้ดูเกมคนหนึ่งและตีโจทย์ได้แตกขึ้นว่าจะทำยังไง และอีกอย่างนิ่งก็แปลว่าเราจะได้คิดหาทางด้วยความสุขุม รอบคอบด้วยเช่นกันCredit pic : pexels3. คุยกับเพื่อนที่ไว้ใจของแบบนี้คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย เวลาเราจะรับมือพวกป้ายสี ทำงานคนเดียวไปไม่รอดหรอก ลองเล่าปัญหานั้นให้คนที่รู้ใจเรา สนิทกับเรา และไว้ใจกันได้ เล่าให้ฟังว่าเจอคนแบบนี้ เราจะจัดการอารมณ์ยังไงเมื่อเราต้องเจอกับคนพรรค์นั้นอยู่รอบตัวเรา อย่างน้อยเราจะได้ไม่เคว้ง และไม่รู้สึกว่ากำลังสู้กับคนรู้หน้าแต่ไม่รู้ใจเพียงลำพัง4. เจอกันซึ่ง ๆ หน้าไปเลย (ควรมีเพื่อนไป)คนที่เสี้ยมหรือทำให้คนอื่นแตกหักกัน พวกนี้จะทำไปด้วยข้อคิดเห็นของตัวเอง มาตรฐานแย่ ๆ ของตัวเองล้วน ๆ ไม่มีข้อเท็จจริงเลย ถึงมีข้อเท็จจริงก็ไม่มีน้ำหนักเชื่อถือได้ ถ้าต้องการแหล่งข้อมูลเชื่อถือได้ เราจะเชื่อที่ข้อเท็จจริงหรือข้อคิดเห็น ให้ชั่งน้ำหนักเอา ลองเจอกันซึ่ง ๆ หน้า มาพร้อมกับเพื่อนสนิทของเราไปเลยว่าจะมีท่าทีแบบไหน และจะมีปฏิกิริยายังไง เพราะคนพวกนี้จะไม่แน่จริงกับคนที่เอาจริงสักเท่าไหร่ แต่ย้ำว่าอย่ามาคนเดียวเด็ดขาด เพราะคนพวกนี้พร้อมจะพลิกลิ้นเสมอเพื่อเอาตัวรอด ไม่ค่อยรับเรื่องจริง หรือเบี่ยงเบนความสนใจ ดีไม่ดีเราจะเป็นแพะหนักกว่าเดิมก็ได้ แล้วมันจะเข้าทางคนที่ชอบเสี้ยมโดยปริยาย5. ถ้ามีหลักฐานก็เอาให้หงายกลับไปข้างถ้ามีพวกหน้าแชท หน้าโพสต์ที่ด่า คลิปเสียง หรือมีภาพเคลื่อนไหว อย่าทิ้งหลักฐานอันนี้เด็ดขาด เพราะเราสามารถเล่นงานให้หงายไปข้างได้เลยลองเจอกันซึ่งหน้าพร้อมกับหลักฐาน ประจานให้อายไปข้างเลย ถ้ายังป้ายไม่จบมาเจอกับที่โรงพักไหม จะได้เคลียร์ไม่ให้คาราคาซัง แล้วนับจากนั้นลองดูว่า จะมีปฏิกิริยายังไง จะดิ้นแบบไหนต่อไป ซึ่งเสี้ยมให้แตกหักกัน หรือป้ายสีมั่ว ๆ ถ้ามีหลักฐานก็เป็นคดีอาญาได้ แม้ว่าจะยอมความได้หรือไม่ได้ ถ้ามีหลักฐานระบุชัดเจน ดิ้นไม่หลุดแน่นอนCredit pic : pexelsเคล็ดลับนี้จะเรียกว่าแก้เผ็ดก็คงไม่เชิง ให้เรียกว่าวิธีการรับมือจะดีกว่า ไม่ว่าไปที่ไหนเราควรอดทนให้ถูกคน ถูกที่ถูกเวลา ในชีวิตจริงเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงกับพวกป้ายสีคนอื่นได้ แต่เราจัดการแก้ปัญหาด้วยสติได้ เราไม่จำเป็นต้องทะเลาะกับพวกนั้นให้เสียเวลา เพราะคนเหล่านี้บอกเลยว่าเสียเวลาทะเลาะ และเสียเวลาที่จะแก้ต่าง เราควรแก้ต่างในเรื่องที่ควรแก้ต่างให้คนบางคนที่เคมีตรงกับเราจะดีกว่า ให้เวลามันเป็นเครื่องมือในการทำงานดีที่สุด เราจะได้ไม่ต้องมีมลทินแปดเปื้อนเพราะคนเหล่านั้น ที่สำคัญอย่าทิ้งความเป็นตัวของตัวเอง และอย่าหวั่นไหวกับเรื่องราวที่เข้ามา ใครที่มาปั่นหูให้วอกแวก แม้กระทั่งเสียงนกเสียงกา และควรหนักแน่นในจุดยืนของตนเองว่าเรามาทำอะไร นี่แหล่ะมืออาชีพต้องหนักแน่นเข้าไว้ ผู้เขียนขอจบบทความเพียงเท่านี้...สวัสดีจ้า :)Credit pic ภาพปก : pexels