ตื่น "ตุนเสบียง" ไฟฉาย-แบต-วิทยุ ยอดขายพุ่งกระฉูด!

ล่าสุด มีแล้วอย่างน้อย 33 ประเทศทั่วโลก ที่รัฐบาลออกคำแนะนำ หรือเผยแพร่คู่มือให้ประชาชนเตรียมสำรองอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีวิต เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในช่วงเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ส่วนใหญ่แนะนำให้เตรียมเสบียงไว้ไม่น้อยกว่า 72 ชั่วโมง และบางประเทศขยายเวลาไปถึง 1 สัปดาห์ หรือมากกว่านั้น
เหตุผลที่หยิบยกขึ้นมาเตือนประชาชน มีความคล้ายคลึงกัน ตั้งแต่สภาพอากาศรุนแรงและภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้า น้ำประปา และการสื่อสาร ไปจนถึงความเสี่ยงจากการโจมตีหรือก่อวินาศกรรมโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการโจมตีทางไซเบอร์ที่อาจทำให้ระบบสำคัญหยุดชะงัก กระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและการให้บริการในชีวิตประจำวัน
สำหรับในยุโรป การออกคำแนะนำให้ครัวเรือนเตรียมสิ่งของจำเป็นเพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉินนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ หลายประเทศมีคู่มือ และโครงการรณรงค์ในลักษณะนี้มาหลายปีแล้ว แต่ภายใต้สถานการณ์ความเสี่ยงในปัจจุบัน รัฐบาลหลายประเทศเริ่มยกระดับการสื่อสาร และรณรงค์ให้ประชาชนเตรียมความพร้อมมากขึ้น
ขณะเดียวกันภาคประชาชนเอง ก็เริ่มให้ความสำคัญกับการสำรองเสบียงและอุปกรณ์ฉุกเฉินในครัวเรือนมากขึ้น เช่นที่อังกฤษ ร้านค้าปลีกรายงานยอดขายสินค้าจำเป็นเพิ่มขึ้น หลังรัฐบาลเปิดตัวแคมเปญ Be Ready (บี เรดี้) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
The Guardian ระบุว่า Maplin ร้านค้าปลีกขายสินค้าเทคโนโลยี รายงานยอดขายไฟฉายเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า ส่วนแบตเตอรี่สำรอง และวิทยุ ยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า โดยวิทยุฉุกเฉินแบบไขลานยี่ห้อหนึ่งขายหมด ไม่กี่วันหลังจากรัฐบาลออกแคมเปญดังกล่าวออกมา ส่วนกล้องวงจรปิดภายในบ้านก็มียอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว (130%)
Ollie Marshall กรรมการผู้จัดการ Maplin กล่าวว่า ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หลังมีประกาศแคมเปญจากรัฐบาล ประชาชนเริ่มเข้ามาซื้อสิ่งของจำเป็นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นไฟฉาย วิทยุแบบไขลาน และแบตเตอรี่สำรอง ซึ่งสินค้าเหล่านี้เป็นผลิตภัณฑ์พื้นฐานที่ราคาไม่แพงนัก แต่ช่วยให้สมาชิกในครัวเรือนยังสามารถติดต่อสื่อสาร และรับข้อมูลข่าวสารได้หากเกิดกรณีไฟฟ้าดับ ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องดีที่ประชาชนให้ความสำคัญกับคำแนะนำของรัฐบาลอย่างจริงจัง
ขณะที่ Iceland แบรนด์เครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ของอังกฤษ รายงานว่า ช่วงสุดสัปดาห์หลังประกาศแคมเปญ พบว่ายอดขายอาหารกระป๋อง เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 40 รวมถึงน้ำดื่มบรรจุขวดก็มียอดขายเพิ่มขึ้นมาก อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ยังคงมีสินค้าในกลุ่มเหล่านี้เพียงพอกับความต้องการแน่นอน
ส่วนผู้ค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคออนไลน์ อย่าง Ocado ระบุว่า ความต้องการสินค้าบางประเภทเพิ่มขึ้น โดยบริษัทฯ จะทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ เพื่อให้มั่นใจว่ายังมีสินค้าพร้อมจำหน่ายให้ลูกค้าต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีความต้องการซื้อสินค้าที่เกี่ยวกับกิจกรรมกลางแจ้งและอุปกรณ์สำหรับการเอาตัวรอด เพิ่มขึ้นมาก โดยผู้ก่อตั้งร้าน EvaQ8 ซึ่งจำหน่ายชุดอุปกรณ์เอาตัวรอด ระบุว่า บริษัทฯ ขายสินค้าหลายรายการจนหมดสต็อก ซึ่งรวมถึงวิทยุแบบไขลานบางยี่ห้อ โดยช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาขายวิทยุได้ราว 300 เครื่อง จากปกติจะขายได้เพียง 15 เครื่องเท่านั้น
ส่วนสินค้าอื่น ๆ ที่ขายดีมากในช่วงนี้ เช่น เม็ดสำหรับกรองน้ำ และอาหารแห้งที่สามารถเก็บรักษาได้นาน
เช่นเดียวกับร้าน Sgt Prepper Josh Pringle ผู้ร่วมก่อตั้งร้านค้าออนไลน์ดังกล่าว ระบุว่า ธุรกิจของทางร้านมีความคึกคักมากกว่าปกติ 10-15 เท่าในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสินค้าที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เช่น วิทยุแบบไขลาน และอาหารที่เก็บรักษาได้นาน รวมถึงอาหารกระป๋องที่มีอายุการเก็บรักษาได้นานถึง 25 ปี
โดยวิทยุแบบไขลานขนาดใหญ่ที่ขายอยู่บนเว็บไซต์บริษัทฯ ขายดีจนหมดเกลี้ยง ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และขณะนี้ บริษัทฯ กำลังพยายามหาวิทยุยี่ห้ออื่นมาจำหน่ายเพิ่มเติม เนื่องจากสินค้าจากซัพพลายเออร์รายเดิม มีไม่เพียงพอต่อความต้องการ
สำหรับ ลักเซมเบิร์ก เป็นอีกประเทศในยุโรปที่รัฐบาลเผยแพร่คู่มือเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินเป็นเวลา 72 ชั่วโมง หรือ 3 วัน จนทำให้ยอดขายสินค้าจำเป็นหลายรายการพุ่งสูงขึ้น
RTL Today รายงานว่า ซูเปอร์มาร์เก็ตในเมือง Walferdange เปิดเผยว่า ความต้องการซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดเพิ่มมากขึ้นในช่วงไม่กี่วันหลังรัฐบาลเผยแพร่คู่มือดังกล่าวออกมา รวมถึง พาสต้า ข้าว และแป้ง ก็มียอดขายเพิ่มขึ้นมาก
ขณะที่ร้าน A.S. Adventure ซึ่งจำหน่ายอุปกรณ์กลางแจ้งและอุปกรณ์แคมปิ้ง ก็มียอดขายเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยสินค้าต่าง ๆ เช่น เตาแก๊สขนาดเล็ก และวิทยุฉุกเฉินแบบไขลาน กลายเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะวิทยุ พบว่ามีความต้องการซื้อสูงมาก เมื่อล็อตใหม่มาส่งก็มักขายหมดภายในไม่กี่วัน รวมถึงถุงนอนก็ขายได้บ่อยขึ้น เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้
นอกจากการสำรองเสบียงแล้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงในลักเซมเบิร์ก ยังแนะนำประชาชนว่า ควรเตรียมความพร้อมสำหรับการอพยพในกรณีมีเหตุจำเป็นด้วย โดยควรเตรียม กระเป๋าฉุกเฉิน เพื่อให้สามารถหยิบติดตัวไปได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน และบอกด้วยว่า กระเป๋าหรือเป้ ควรมีขนาดบรรจุ 30-40 ลิตร เพื่อให้สามารถสะพายได้อย่างสะดวก และสิ่งของจำเป็นที่ควรมี ได้แก่ กระติกน้ำสเตนเลส ชุดปฐมพยาบาล แบตเตอรี่ ยาสำคัญที่จำเป็นต้องใช้ อุปกรณ์สำหรับทำให้น้ำสะอาด และของจำเป็นอื่น ๆ สำหรับแต่ละบุคคล แต่ที่สำคัญควรเรียนรู้วิธีใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านั้นไว้ล่วงหน้าด้วย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
