ผู้เขียนเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลในการทำโคมลอย และมีความตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เห็นการจุดโคมลอยตั้งแต่สมัยเด็กๆ ซึ่งประเพณีที่บ้านจะมีการปล่อยโคมลอยเฉพาะในงานบุญออกพรรษาเท่านั้น คือ ได้มีโอกาสเห็นปีละครั้งด้วยความสงสัยในตอนเด็ก ถือว่าโคมลอยเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งที่กระดาษสามารถลอยขึ้นอากาศได้ในตอนนั้น พอโตขึ้นมาจึงรู้ว่ามันก็เป็นเพียงหลักวิทยาศาสตร์ง่ายๆ เท่านั้น เมื่อโตขึ้นมีโอกาสได้ทำโคมลอยจากความหลงใหลในตอนเด็ก ก็เลยต้องลองผิดลองถูกอยู่หลายครั้ง ทั้งการคำนวณกระดาษที่จะมาทำโคมลอย สัดส่วนที่พอดี ไม่ยาวทรงกระบอกจนทรงตัวขึ้นไม่ได้ หรือใหญ่เกินไปจนสามารถหมุนพลิกกลับด้านได้และอีกอย่างสำคัญมากก็คือการทำไส้โคมลอยที่ต้องสมดุลกัน หากเล็กเกินไปก็ไม่สามารถลำเลียงโคมลอยขึ้นได้ หรือถ้าใหญ่เกินไปก็หนักถ่วงโคมลอยให้ขึ้นลำบากเช่นกัน ได้ทำหลายๆ ปี ปีละหลายๆ ลูกจึงชำนาญขึ้นและกะปริมาณกระดาษและขนาดไส้โคมลอยได้ รวมไปถึงปัญหาเฉพาะที่ต้องแก้ไขในวันปล่อยโคมลอยอีกด้วย เช่น โคมลอยขาด ไส้หนักไป เบาไป เป็นต้น ในงานบุญวันออกพรรษาปีนี้ได้มาร่วมงานบุญที่บ้านเกิด คือ หมู่บ้านกองม่องทะ ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี มีโอกาสได้เห็นการปล่อยโคมลอยในคืนวันพระขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 มากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา จึงทำให้รู้สึกตื่นเต้นเหมือนย้อนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ที่ตื่นเต้นกับการปล่อยโคมลอยในแต่ละปี เพราะปีนี้มีการทำโคมลอยแบบภูมิปัญญาในท้องถิ่นกันเองด้วย (โคมลอยกะเหรี่ยงทรงบอลลูน) มีการซื้อโคมลอยแบบภาคเหนือ (สีขาวทรงกระบอก ปากกว้าง) และโคมลอยทรงกลมเหมือนบอลลูนขนาดเล็ก ค่อยๆ ทยอยปล่อยขึ้นเมื่อเริ่มพิธีไหว้เจดีย์ไฟพอพิธีเสร็จก็ทยอยกันจุดปล่อยขึ้นไปเรื่อยๆ เท่าที่คาดคะเนน่าจะมีการจุด 40-50 ลูกได้ในคืนเดียวอย่างต่อเนื่อง มองขึ้นไปเห็นดวงไฟจากไส้โคมลอยสวยงามมาก ในงานบุญออกพรรษาของที่นี่จะจัดแบบ 4 คืน 3 วัน ดังนั้นสามารถปล่อยโคมลอยได้ทั้ง 4 คืน หรือถ้าฝนตกกลางคืนก็สามารถปล่อยกลางวันได้เช่นกัน แต่ความสวยงามก็อาจจะน้อยกว่าเพราะไม่เห็นแสงไฟจากไส้โคมลอยนั่นเอง ที่สำคัญปีนี้ได้เห็นการปล่อยโคมลอยที่ทำแบบดั้งเดิมอีกด้วยคือทรงบอลลูน ปากแคบขนาดใหญ่ต้องใช้ไม้ยกจากด้านบนของโคมลอย และไส้โคมลอยจากเศษผ้าสานแช่น้ำมันจนแห้งสนิท การปล่อยโคมลอยแบบดั้งเดิมที่เคยทำกันมานี้ต้องใช้คนมาช่วยกันอย่างน้อยก็ 5 คน มีคนถือไม้เกี่ยวส่วนบนของโคมลอยยกขึ้น 1 คน จับปากโคมลอยด้านล่างเพื่อไม่ให้เอียงข้าง 2 คน ทำหน้าที่พัดลมเข้าโคมลอย 1 คน และคนที่ทำหน้าที่จุดไฟอีก 1 คน เมื่อพัดอากาศเข้าไปในโคมลอยจนพองตัวแล้ว เมื่อควันไฟเข้าไปแทนที่อากาศข้างในโคมลอย คนที่ถือไม้ก็จะค่อยๆ ปลดปลายไม้ออกจากด้านบนของโคมลอย ก่อนที่จะมีแรงดันจากภายในโคมลอยยกตัวขึ้นได้ด้วยตนเองและทราบมาว่าปีนี้โคมลอยแบบดั้งเดิมเป็นฝีมือของพระสงฆ์ในวัดกองม่องทะ ที่ท่านตั้งใจทำหลายลูกเลย มาปล่อยในงานบุญออกพรรษาปีนี้จึงเหมือนได้กลับไปเห็นวิธีการแบบดั้งเดิมอีกครั้ง ใครที่ชอบดูการปล่อยโคมลอยหรือไปงานที่มีการปล่อยโคมลอย ก็มีข้อที่ควรระวังโคมลอยด้วยเช่นกัน ในส่วนของเศษหรือไส้โคมลอยบางอย่างที่สามารถตกได้ ระหว่างที่ลอยขึ้นไป รวมทั้งสะเก็ดไฟต่างๆ ดังนั้นควรสังเกตทุกครั้งที่มีการปล่อยโคมลอยออกไป ถือเป็นสีสันของงานบุญออกพรรษาของชาวพุทธเชื้อสายกะเหรี่ยงที่นี่ โดยมีความเชื่อเรื่องการปล่อยทุกข์ ปล่อยโศก สะเดาะเคราะห์ อธิษฐานจิต และอาจจะรวมไปถึงการทำบุญต่ออายุด้วยการจุดเทียนที่เจดีย์ไฟด้วยเช่นกันด้วยความที่ผู้เขียนชื่นชมการดูโคมลอย ปีนี้เลยรู้สึกอิ่มเอมกับการทำบุญและเห็นโคมลอยในยามค่ำคืนที่มากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาตั้งแต่เด็กเลย ดีใจที่กิจกรรมการปล่อยโคมลอยนี้ยังคงมีให้เห็นอยู่ หวังว่าจะทำให้เด็กรุ่นใหม่ได้สืบสานต่อไปและรวมไปถึงพิธี กิจกรรม ความเชื่อต่างๆ ในทุกๆ ด้านด้วยเช่นกันเพื่อให้ประเพณีท้องถิ่นเหล่านี้ยังคงอยู่ต่อไปให้นานที่สุดทุกภาพประกอบ โดยผู้เขียนขอบคุณ Canva ใช้ตกแต่งภาพปก เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !