CIMBTจีดีพีฟื้นหลังเลือกตั้ง แนะจัดพอร์ตสร้างรีเทิร์นแจ่ม

#CIMBT #ทันหุ้น – CIMBT ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 เติบโต 1.7% โดยครึ่งปีแรกยังชะลอตัวอยู่ และคาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังจากการจัดตั้งรัฐบาล โดยแนะนำกลยุทธ์การลงทุนตามความเสี่ยง 3 ระดับ โดยเฉพาะพอร์ตปานกลางที่ทำผลตอบแทนได้ดีกว่าคาด
ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ CIMBT เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยเผชิญกับความผันผวนและความเสี่ยงค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในภาคการเงินที่สินเชื่อยังไม่เติบโต และมีความไม่แน่นอนสูงในช่วงครึ่งแรกของปี โดยประเมินว่าทั้งปี 2569 จีดีพีไทยจะเติบโตต่ำ 1.7% จากปีก่อนที่เติบโต 2.1% โดยเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสที่ 1/2569 มีแนวโน้มเติบโตต่ำ แต่ยังคงเป็นบวก แต่คาดว่าจะค่อยๆ ขยับตัวดีขึ้นในไตรมาส 2/2569
*เศรษฐกิจดีหลังเลือกตั้ง
โดยประเมินว่าความชัดเจนทางการเมืองและการจัดตั้งรัฐบาลน่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน ซึ่งจะกลายเป็นแรงส่งสำคัญในช่วงครึ่งหลังของปีจากการอนุมัติงบประมาณและการสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุน โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา คือ ภาคการส่งออกจากการเร่งนำเข้าสินค้าก่อนการปรับขึ้นภาษีของสหรัฐ แต่ในปีนี้มีความเสี่ยงที่การส่งออกอาจติดลบ
โดยปัจจัยที่น่ากังวลที่สุด คือ กำลังซื้อในประเทศที่ค่อนข้างอ่อนแอ โดยเฉพาะในกลุ่มระดับล่างที่ได้รับผลกระทบจากรายได้ภาคเกษตรที่อ่อนแรง แต่สิ่งที่ต้องระวัง คือ ไม่ให้ความอ่อนแอของกำลังซื้อระดับล่างลามไปสู่กำลังซื้อระดับกลาง ในด้านนโยบายการเงิน คาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะคงอยู่ที่ 1.25% ตลอดทั้งปี
ส่วนค่าเงินบาทคาดว่ามีโอกาสอ่อนค่าลงไปแตะระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากมาตรการดูแลเรื่องทองคำ ความไม่แน่นอนทางการเมือง และการบริหารจัดการของธนาคารแห่งประเทศไทย
*จัดพอร์ต
นายจิรไพบูลย์ รัตนภาณุรักษ์ ผู้อำนวยการ ที่ปรึกษาทางการลงทุน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย หรือ CIMBT กล่าวว่า การลงทุน แนะนำลงทุนตามความเสี่ยงสำหรับพอร์ตความเสี่ยงต่ำ เน้นความปลอดภัยสูง มีสัดส่วนตราสารหนี้ 74%, ตราสารทุน 15%, สินทรัพย์ทางเลือก 11% คาดหวังผลตอบแทนประมาณ 2-3%
ส่วนพอร์ตความเสี่ยงปานกลาง เป็นพอร์ตแบบสมดุล สัดส่วนตราสารหนี้ 33%, ตราสารทุน 52%, สินทรัพย์ทางเลือก 15% คาดหวังผลตอบแทนประมาณ 5-7% ในช่วงที่ผ่านมาสามารถทำผลตอบแทนได้ดีกว่าคาดอยู่ที่ประมาณ 8% เนื่องจากสภาวะตลาดที่เอื้ออำนวย ขณะที่พอร์ตความเสี่ยงสูง มีสัดส่วนตราสารหนี้ 9%, ตราสารทุน 81%, สินทรัพย์ทางเลือก 10% คาดหวังผลตอบแทนในกรอบ 8-10%
*กลยุทธ์ลงทุน
อย่างไรก็ดีกลยุทธ์การลงทุนสำหรับตราสารหนี้ แนะนำให้เน้นหุ้นกู้ที่มีคุณภาพดี และมีอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ไม่เกิน 5 ปี ในพอร์ตที่ความเสี่ยงสูงขึ้น จะมีการขยับไปลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศผ่านกองทุนรวม โดยมีการพิจารณาเรื่องนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากแนวโน้มค่าเงินบาทที่ผันผวน
ด้านตราสารทุน แนะนำเน้นลงทุนในหุ้นโลก หุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐ หุ้นที่มีคุณภาพของกำไรแข็งแรง หุ้นในโซนเอเชียที่ยังไม่แพงมาก ส่วนตลาดหุ้นไทยเหมาะสำหรับการเล่นตามรอบหรือการเก็งกำไรในระยะสั้นมากกว่าการถือยาว ตามการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน สินทรัพย์ทางเลือก ยังคงแนะนำลงทุนทองคำเป็นหลัก รวมถึงลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานโลกที่มีกระแสเงินสด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
