ช่วงนี้ผมได้ยินหลายๆ คนบ่นว่าเศรษฐกิจไม่ดีเพราะว่าคนไม่กล้าที่จะออกมาใช้เงินซื้อของกันสักเท่าไหร่ หรือที่หลายๆ คนพูดว่ารวยกระจุกจนกระจายทำไมถึงรวยกระจุกนั้นก็เพราะว่ามีเพียงคนไม่กี่คนเท่านั้นที่มีรายได้เยอะ ตัวอย่างเช่น เจ้าสัวต่างๆ เป็นต้น แต่เราก็ต้องยอมรับว่าเจ้าสัวพวกนี้เค้ารู้จักทำมาหากิน ตัวอย่างคือใน1 อาทิตย์ เค้าขายของทุกวัน หรือบางที่ขาย 24 ชม. ก็มีให้เห็น ขนาดวันหยุดปีใหม่ สงกรานต์หรืองานเทศกาลต่างๆ กลุ่มคนพวกนี้เค้าก็เปิดกิจการปกติ เพราะเค้ารู้ว่าประชาชนต้องออกมาใช้จ่ายนอกบ้านอย่างแน่นอนตัดภาพมาที่ผู้ประกอบการรายย่อย บางรายหยุดทุกวันหยุดนั้นก็คือ วันเสาร์ วันอาทิตย์ ทั้งๆ ที่ช่วงเวลานี้ คนที่ทำงานประจำเค้าจะออกมาหาอะไรกิน อะไรซื้อนอกบ้าน เช่น มาทานอาหารนอกบ้าน ไปทานกาแฟสดหรือเค้กหวานๆ ตามคาเฟ่ที่อยู่ใกล้ๆ บ้านพวกเค้า หรือไปช็อปปิ้งของใช้ร้านค้าที่อยู่ใกล้บ้านก็ได้เพื่อที่สามารถนำมาทำอาหารทานที่บ้านเพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายไปในตัว ถือว่าเป็นช่วงกอบโกยเลยนะครับ ถ้าจะหยุดผมว่าหยุดวันธรรมดาดีกว่านะครับ เพราะว่าวันธรรมดามนุษย์เงินเดือนเค้าก็ทำงานที่ออฟฟิตหรือว่าที่บริษัท ทำให้อาจจะไม่ค่อยได้ออกมาใช้จ่ายนอกบ้านกันสักเท่าไหร่ครับ ไม่ว่าจะเป็นการทานข้าวกลางวันในโรงงาน กินกาแฟที่ร้านสะดวกซื้อในโรงงานหรือกินกาแฟโรงอาหารของบริษัท นอกจากนั้นสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ความรู้ในการประกอบอาชีพอย่างถูกต้อง ถ้าขายของก็ควรทำ รายรับ - รายจ่าย กำไรที่ได้ในแต่ล่ะวัน วิธีง่ายๆ คือจดใส่สมุดหรือเดี่ยวนี้ในแอพมือถือก็ทำได้ครับ เช่น แอพ Money Lover ที่ผมใช้อยู่ฟรีด้วยเด้อ ผมเห็นน้อยคนที่จะซื้อหนังสือมาอ่านเพื่อที่จะพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ของตัวเองที่จะมีผลทำให้เราสามารถเพิ่มรายได้ได้มากขึ้น เช่น ภาษาอังกฤษ โดยเน้นการสื่อสารให้ผู้ฟังเข้าใจในสิ่งที่เราพูด ศึกษาโปรแกรม Microsoft Office พวก Word Excel Powerpoint หรือเอาง่ายๆ ยุคนี้เราสามารถหาความรู้จาก Youtube Google ก็ได้ครับ แต่ก็ต้องเอามาวิเคราะห์ด้วยว่า อันไหนจริง อันไหนไม่จริงครับ ดังนั้นเราควรอัพสิ่งกิลต่างๆ ดังต่อไปนี้เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำงานรวมถึงโอกาสในการเลื่อนเงินเดือนครับ 1. ทักษะภาษาอังกฤษ เช่น การสอบ TOEIC ที่เป็นการทดสอบภาษาอังกฤษเพื่อใช้ในการทำงาน ถึงแม้ว่าภาษาอังกฤษจะไม่ใช่ภาษาพ่อภาษาแม่ของเรา แต่ภาษาอังกฤษก็จำเป็นในการทำงานเป็นอย่างมาก เช่น ถ้าเรามีหัวหน้าหรือเจ้าของโรงงานสื่อสารกับเราเป็นภาษาอังกฤษ เราก็ควรที่จะฝึกพูดภาษาอังกฤษให้คล่อง โดยไม่จำเป็นว่าต้องพูดให้ตรงหลักไวยากรณ์ 100 % แต่ขอให้เราพูดแล้วคนที่ฟังเค้าเข้าใจในสิ่งที่เราต้องสื่อสารให้ได้ก็พอแล้วครับ นอกจากควรที่จะหาเวลาไปสอบ TOEIC ไว้ด้วยเพื่อเป็นการการันตีว่าเรามีความสามารถทางภาษาอังกฤษแค่ไหนครับ 2. ทักษะการใช้โปรแกรม Microsoft Office เช่น Word , Excel , Power Point เป็นโปรแกรมที่ความจำเป็นอย่างมากในการทำงานโดยใช้ในการจัดทำรวมรวมข้อมูลและเสนอข้อมูลเป็นกราฟต่างๆ เช่น กราฟแท่ง , กราฟวงกลม เป็นต้น 3. ทักษะการพรีเซนต์งาน ตอนที่ผมไปฝึกงานตอนที่เรียนปริญญาตรี ผู้จัดการแผนกมักที่จะเรียกประชุมพนักงานที่แผนกทุกอาทิตย์ เพื่อติดตามผลการทำงานของพนักงานว่าในแต่ล่ะวันใครทำอะไรบ้าง ดังนั้นการพรีเซนต์งานก็เป็นอีกทักษะหนึ่งเราควรพรีเซนต์งานให้คนอื่นเค้าเข้าใจว่าเราทำงานอะไรบ้างในแต่ล่ะวันครับ เครดิตภาพ : www.mgronline.com www. maketeeronline.coขอบคุณทุกท่านที่แวะมาอ่านครับ Draft Indy