สะพัด! "Apple" ตัดออเดอร์ iPhone 18 Pro พิษชิป-ราคาแพง

Apple (แอปเปิล) เผชิญสัญญาณแรงกดดันในการขายไอโฟนรุ่นใหม่ หลังนิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า บริษัทแจ้งซัพพลายเออร์บางรายให้ลดการผลิตชิ้นส่วนสำหรับ iPhone 18 Pro (ไอโฟน 18 โปร) และ iPhone Pro Max (ไอโฟน 18 โปร แม็กซ์) ท่ามกลางต้นทุนชิปหน่วยความจำที่สูงขึ้น และการปรับราคาเครื่องซึ่งกระทบความต้องการซื้อของผู้บริโภค
รายงานเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2026 อ้างแหล่งข่าวหลายรายที่ทราบเรื่องว่า แอปเปิลเริ่มวางแผนการส่งมอบอย่างระมัดระวังมากขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน โดยคำสั่งซื้อชิ้นส่วนสำหรับเดือนตุลาคมถูกปรับลดลงอย่างน้อยร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับแผนที่แจ้งไว้เดิม อย่างไรก็ตาม แอปเปิลยังไม่มีความเห็นต่อประเด็นนี้
ตัวเลขร้อยละ 15 นี้เป็นการลดคำสั่งซื้อชิ้นส่วนจากแผนเดิม ไม่ใช่ตัวเลขยอดขายไอโฟนที่ลดลงร้อยละ 15 และยังไม่ใช่การประกาศปรับลดเป้าหมายยอดขายทั้งปีของแอปเปิล
แรงกดดันสำคัญอยู่ที่ต้นทุนหน่วยความจำและชิปจัดเก็บข้อมูล ซึ่งได้รับผลกระทบจากการเร่งลงทุนศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ บริษัทเทคโนโลยีต่างแข่งขันกันจัดหาชิปและกำลังการผลิตขั้นสูง เพื่อรองรับการประมวลผลเอไอ ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนและราคาสูงขึ้น
ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นกำลังส่งผ่านมาถึงอุปกรณ์ของผู้บริโภค และเป็นปัจจัยที่คาดว่าจะกดดันให้ตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและสมาร์ตโฟนหดตัวในปีนี้
สำหรับไอโฟนรุ่นใหม่ ราคาเริ่มต้นในสหรัฐฯ ของไอโฟน 18 โปร อยู่ที่ 1,199 ดอลลาร์ ส่วนไอโฟน 18 โปร แม็กซ์ เริ่มต้นที่ 1,299 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นรุ่นละ 100 ดอลลาร์จากราคาเริ่มต้นของไอโฟน 17 โปร และโปร แม็กซ์
ก่อนหน้านี้ แอปเปิลปรับราคาไอแพดและแมคบุ๊กขึ้นในเดือนมิถุนายน โดยระบุว่า บริษัทไม่สามารถรับภาระต้นทุนหน่วยความจำและชิปจัดเก็บข้อมูลที่พุ่งขึ้นจากการขยายศูนย์ข้อมูลเอไอ แทนผู้บริโภคได้ทั้งหมดอีกต่อไป
นิกเคอิ รายงานเพิ่มเติมว่า ความต้องการอุปกรณ์อ่อนตัว ตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมจนถึงเดือนตุลาคม แต่การเปลี่ยนตารางเปิดตัวไอโฟนแต่ละรุ่นอาจมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย จึงยังสรุปไม่ได้ว่าการชะลอตัวทั้งหมดเกิดจากราคาเครื่องที่สูงขึ้นเพียงปัจจัยเดียว
เมื่อเดือนกันยายน แอปเปิลเปิดตัวไอโฟน 18 โปร และโปร แม็กซ์ พร้อมโทรศัพท์จอพับรุ่นดูโอ ทำให้การติดตามความต้องการซื้อในรอบนี้ต้องพิจารณาจังหวะการเปิดตัวสินค้าแต่ละรุ่นประกอบกัน
ขณะเดียวกัน การเพิ่มฟีเจอร์เอไอในไอโฟนและผลิตภัณฑ์อื่น ทำให้แอปเปิลต้องการหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงมากขึ้น ยิ่งเพิ่มความสำคัญของซัพพลายเออร์ในช่วงที่ตลาดโลกเผชิญข้อจำกัดด้านอุปทาน
ในมุมธุรกิจ รายงานครั้งนี้สะท้อนแรงกดดันสองด้านที่ผู้ผลิตอุปกรณ์ต้องบริหารพร้อมกัน คือ ต้นทุนชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้น และความสามารถในการจ่ายของผู้บริโภค หากปรับราคาสูงขึ้นก็อาจกระทบการตัดสินใจซื้อ แต่หากรับต้นทุนไว้เองก็อาจกดดันกำไร
ประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากนี้ คือ แอปเปิลจะชี้แจงรายงานดังกล่าวอย่างไร และความต้องการซื้อจริงจะสอดคล้องกับแผนผลิตที่ปรับใหม่หรือไม่ เพราะข้อมูลคำสั่งซื้อชิ้นส่วนเพียงอย่างเดียว ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปยอดขายของไอโฟนรุ่นใหม่ทั้งหมด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
