รีเซต

"อย่าปล่อยให้ใจจมไปกับน้ำ" 4 วิธีรีเซ็ต "สุขภาพจิต" ให้รอดวิกฤต "น้ำท่วม" ฟังข้อคิดจากจิตแพทย์

"อย่าปล่อยให้ใจจมไปกับน้ำ" 4 วิธีรีเซ็ต "สุขภาพจิต" ให้รอดวิกฤต "น้ำท่วม" ฟังข้อคิดจากจิตแพทย์
TNN ช่อง16
28 กันยายน 2569 ( 14:23 )
6

เหตุการณ์อุทกภัยหรือน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ สร้างความสูญเสีย และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทั้งทรัพย์สิน สุขภาพกาย และสุขภาพจิตใจของผู้ประสบภัยเป็นอย่างมาก แม้แต่ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เมื่อติดตามข่าวสารก็ยังสัมผัสได้ถึงความหนักหน่วงและส่งความห่วงใยไปถึงทุกคน 


สำหรับใครก็ตามที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์นี้ หรือกำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูชีวิตหลังระดับน้ำลดลง นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ข้อคิดและแนวทางปฏิบัติตนอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อให้พวกเราค่อยๆ ก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้ด้วยกัน


1. สำรวจ และฟื้นฟู "สุขภาพร่างกาย" ก่อนเป็นอันดับแรก

ในช่วงที่ต้องแช่น้ำ ลุยน้ำ หรือเผชิญความยากลำบากในการดำเนินชีวิต สุขภาพร่างกายของหลายคนอาจเสื่อมถอยลง 

-ตรวจเช็กโรคภัย: หากมีโอกาส ควรรีบไปตรวจสุขภาพร่างกายเพื่อรักษาโรคหรือบาดแผลที่อาจเกิดขึ้นช่วงน้ำท่วม 

-ผู้มีโรคประจำตัวต้องระวังเรื่องยาขาด: หลายท่านยาประจำตัวอาจจมน้ำหรือสูญหายไปกับอุทกภัย อย่าปล่อยให้ขาดยา ควบคู่ไปกับการหาคุณหมอเพื่อรับยามาทานอย่างต่อเนื่อง 

-ดูแลปัจจัยพื้นฐาน: พยายามนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และทานอาหารที่มีประโยชน์ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย


2. ค่อยๆ จัดลำดับความคิดและความเครียด (Step-by-Step)

หลังผ่านช่วงวิกฤต หลายคนมักจะรู้สึกสับสนและงงงวย เพราะมีปัญหาหลายอย่างถาโถมเข้ามาให้แก้พร้อมกัน 

-เขียนสิ่งที่ต้องทำออกมา: ลองค่อยๆ จดบันทึกรายการปัญหาออกมาเป็นข้อๆ เช่น เรื่องที่อยู่อาศัย สุขภาพร่างกาย หรือความพร้อมของคนรอบข้าง 

-ค่อยๆ แก้ไปทีละเรื่อง: การจดออกมาจะช่วยลดความสับสนในหัว และทำให้เราเรียงลำดับความสำคัญในการจัดการชีวิตทีละขั้นตอนได้ง่ายขึ้น

นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

3. สังเกตและสำรวจ "สัญญาณเตือนทางจิตใจ"

เหตุการณ์ร้ายแรงที่ผ่านไป อาจยังทิ้งรอยแผลและความรู้สึกที่ไม่ปลอดภัยไว้ในใจ หากคุณมีอาการเหล่านี้ อย่ามองข้ามเด็ดขาด 

-นอนไม่หลับ รับประทานอาหารไม่ได้ หรือเครียด เศร้าสะสม 

-รู้สึกจิตตก รู้สึกไม่ปลอดภัย หรือมีอาการฝันร้ายถึงเหตุการณ์น้ำท่วมบ่อยๆ 


ข้อแนะนำ: หากมีอารมณ์หรือความรู้สึกเหล่านี้ ให้ลองจดบันทึกไว้ และหาโอกาส "พูดคุยระบายกับคนที่ไว้ใจได้"


4. ไม่ต้องแบกไว้คนเดียว ขอความช่วยเหลือได้ทันที

หากพยายามปรับตัว แก้ไขปัญหา หรือพยายามกลับมาใช้ชีวิตตามปกติแล้ว แต่อารมณ์และความเครียดก็ยังไม่ดีขึ้น "ไม่ต้องรอ" สามารถขอรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญได้ทันที 


สายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323: โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง 

สถานพยาบาลใกล้บ้าน: เข้ารับการปรึกษาจากจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาใกล้บ้านคุณ 

"หมอขอส่งกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังเผชิญปัญหานะครับ ร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง จะเป็นพลังสำคัญที่สุดในการช่วยให้เรากลับมาสร้างสรรค์ชีวิตใหม่หลังน้ำท่วมได้เสมอ"


ข้อมูลจากรายการ จิตแพทย์ชวนคุย นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

https://www.facebook.com/reel/2357252308029167

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง