มือถือตกน้ำ — หัวใจเต้นรัวชั่วขณะ และทุกวินาทีที่ผ่านไปคือโอกาสที่น้ำซึมเข้าไปทำลายวงจรข้างในมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่คุณทำใน 5 นาทีแรกจะตัดสินว่าเครื่องจะรอด หรือพังถาวร เมื่อมือถือตกน้ำ ทำทันทีก่อนเลย (ภายใน 30 วินาที) ดึงเครื่องออกจากน้ำให้เร็วที่สุด แล้วทำตามลำดับนี้ก่อนคิดอะไรทั้งนั้น ปิดเครื่องทันที — อย่ารอให้หน้าจอดับเอง กดปุ่มค้างแล้วปิด ไฟฟ้าที่วิ่งอยู่ในวงจรเปียกคือสาเหตุหลักที่ทำให้บอร์ดช็อต ถ้าเครื่องดับเองแล้วอย่าพยายามเปิดใหม่ ถอดเคสออก — เคสที่แนบแน่นขังน้ำไว้ที่ขอบและรูพอร์ต ถอดออกเพื่อให้อากาศเข้าได้ทุกด้าน ดึงซิมและ microSD ออก — ถาดซิมเป็นจุดที่น้ำซึมเข้าได้ง่าย เปิดออกแล้วเช็ดให้แห้งก่อนวางไว้ข้างๆ เช็ดภายนอกด้วยผ้าแห้ง — ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์หรือผ้าขนหนูนุ่มซับน้ำที่ผิวด้านนอก ลำโพง และรูชาร์จเบาๆ อย่าถูแรงจนดันน้ำเข้าไปอีก วางตั้งตรงหรือเอียง ให้รูพอร์ตหันลงเพื่อให้น้ำไหลออกเองตามแรงโน้มถ่วง อย่าวางราบนอนแบน ห้ามทำเด็ดขาด — สิ่งที่ทำให้พังเร็วขึ้น ความเชื่อผิดๆ เหล่านี้ไม่ได้ช่วยเครื่อง แต่ยิ่งเร่งให้พังเร็วขึ้น ห้ามเปิดเครื่องลองว่าติดไหม — กระแสไฟกับวงจรเปียกเท่ากับลัดวงจรทันที แม้แค่กดปุ่มเปิดเสียงก็เสี่ยงแล้ว รอให้แห้งสนิทก่อนเสมอ ห้ามเสียบชาร์จ — ไม่ว่าจะสาย USB หรือ wireless ชาร์จก็ตาม น้ำในพอร์ตบวกกับไฟฟ้าคือสูตรสำเร็จของบอร์ดไหม้ ห้ามใช้ไดร์เป่าลมร้อน — ความร้อนสูงดันไอน้ำเข้าลึกขึ้นและอาจทำให้กาวที่ยึดจอกับแบตเตอรี่ละลาย ถ้าจะใช้ไดร์ให้เปลี่ยนเป็น ลมเย็น และถือห่างอย่างน้อย 20 ซม. ห้ามเขย่าหรือเคาะ — การสั่นดันน้ำให้กระจายเข้าสู่ส่วนลึกของเครื่องเพิ่มขึ้น ห้ามแช่ข้าวสาร — เชื่อกันมาผิดๆ ว่าข้าวดูดซับน้ำได้ดี แต่ข้าวสารดูดความชื้นได้น้อยและช้ามาก ยิ่งกว่านั้นฝุ่นรำข้าวและเศษแป้งยังเล็ดลอดเข้าไปอุดพอร์ตและลำโพงได้อีกด้วย งานวิจัยจาก iFixit พบว่าข้าวสารแทบไม่ต่างจากการตากในอากาศธรรมดาเลย วิธีที่ถูกต้อง — ให้ซิลิก้าเจลทำงาน หลังจากเช็ดน้ำด้านนอกแล้ว ให้ทำตามขั้นตอนนี้ หาซอง ซิลิก้าเจล (สีน้ำเงินหรือขาวที่ติดมากับกล่องรองเท้าหรือกระเป๋าใหม่) รวบมาให้ได้ 5–8 ซอง ใส่เครื่องและซิลิก้าเจลลงในถุง ซิปล็อกใสแบบซีล วางซองให้ล้อมรอบตัวเครื่องแล้วปิดสนิท วางถุงไว้ในที่อุณหภูมิห้อง อย่าวางใกล้แดดจัดหรือแหล่งความร้อน รอ 24–48 ชั่วโมง อย่าเปิดเครื่องระหว่างรอโดยเด็ดขาด หลัง 48 ชั่วโมงลองเปิดเครื่อง ถ้ายังไม่ติดให้รอต่ออีก 24 ชั่วโมงก่อนส่งศูนย์ ไม่มีซิลิก้าเจล? วางเครื่องในห้องที่มีอากาศถ่ายเทและเปิดแอร์ไว้ แอร์ช่วยดูดความชื้นออกจากอากาศได้ดี ตากในอากาศแห้ง 48 ชั่วโมงนั้นดีกว่าแช่ข้าวสารอย่างแน่นอน สัญญาณเตือนว่าน้ำเข้าถึงข้างในแล้ว แม้เครื่องจะเปิดติดหลังตกน้ำ ให้สังเกตสัญญาณเหล่านี้ใน 24–72 ชั่วโมงแรก หากเจออาการใดข้อหนึ่งให้ส่งศูนย์ทันที อย่าใช้ต่อ ฝ้าไอน้ำในกล้องหลัง — มองเข้าไปที่เลนส์แล้วเห็นหมอกหรือหยดน้ำด้านใน แปลว่าความชื้นเข้าถึงบอร์ดแล้ว จอแสดงสีผิดปกติ — มีแถบสี จุดดำ หรือบางส่วนของจอไม่ตอบสนองต่อการสัมผัส เครื่องร้อนผิดปกติ ทั้งที่ไม่ได้ใช้งาน หรือแบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติมาก ลำโพงหรือไมค์เสียงแปลก — เสียงแหบ ขาดหาย หรือมีสัญญาณรบกวนผิดปกติ ตัวบ่งชี้ความชื้น (LCI) เปลี่ยนสี — ในรุ่นเก่าจะมีสติกเกอร์สีขาวในช่องซิม ถ้าเปลี่ยนเป็นสีชมพูหรือแดงแปลว่าน้ำเข้าแน่นอน หากเครื่องผ่าน 48 ชั่วโมงมาได้โดยไม่มีอาการเหล่านี้ ให้สำรองข้อมูลทันทีที่เปิดติดครั้งแรก ก่อนที่ปัญหาแฝงจะแสดงตัวภายหลัง สรุป — 5 นาทีแรกตัดสินทุกอย่าง มือถือตกน้ำไม่ได้แปลว่าพังเสมอไป แต่การตัดสินใจผิดใน 5 นาทีแรก เพียงแค่กดเปิดดู เสียบชาร์จ หรือเป่าด้วยลมร้อน สามารถเปลี่ยน "รอด" เป็น "พังถาวร" ได้ทันที สูตรที่ถูกต้องคือ ปิดเครื่อง ถอดเคสและซิม ซับน้ำด้านนอก แล้วให้ซิลิก้าเจลทำงาน 48 ชั่วโมง ถ้าทำทุกอย่างถูกต้องแล้วยังมีอาการผิดปกติ ส่งศูนย์บริการเร็วกว่าคุ้มกว่าเสมอ เพราะการซ่อมบอร์ดที่ถูกความชื้นแทรกซึมลึกนั้นแพงกว่าการซ่อมตั้งแต่เนิ่นๆ อยู่หลายเท่า รูปภาพทั้งหมดโดย A.I. แท็ก: #มือถือตกน้ำ #มือถือเปียกน้ำ #มือถือตกน้ำทำยังไง #สมาร์ทโฟนตกน้ำ #ซ่อมมือถือ #ไลฟ์แฮ็ก #เทคโนโลยี เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !