thanksgiving พูดถึงชื่อเทศกาลนี้ ภาพแรกในหัวผมนึกถึงหนังฝรั่งก่อนเลยครับ เป็นภาพของครอบครัวใหญ่ที่มานั่งล้อมวงกินไก่งวงอบ แล้วก็สวดมนต์อวยพรพระเจ้า ผมว่ามันก็คล้าย ๆ ประเพณีรวมญาติช่วงสงกรานต์ของบ้านเรานั่นแหละ แล้วพอไปเช็คข้อมูลดูเทศกาลนี้ก็จะมีแค่ในอเมริกากับแคนนาดาเท่านั้น ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเป็นสิ่งสำคัญ บทความนี้ผมเลยอยากเล่าให้คุณผู้อ่านฟังครับว่า thanksgiving ไม่ใช่แค่การขอบคุณพระเจ้า แต่มันยังแฝงความนัยเอาไว้ด้วย 1. Thanksgiving ลึกซึ้งกว่าแค่การกินไก่งวง แท้จริงแล้วรากเหง้าของเทศกาลนี้เกิดจากการ “ขอบคุณ” ต่อชีวิต ขอบคุณต่อสิ่งที่ผ่านเข้ามา และขอบคุณผู้คนที่ทำให้เราได้ยืนอยู่ตรงนี้ได้ ไม่ว่าระหว่างปีจะเจอเรื่องดีหรือร้ายมาแค่ไหน วันขอบคุณพระเจ้าคือช่วงเวลาที่เราได้หยุดนิ่งและมองย้อนกลับไปทบทวนว่า "เรายังโชคดีที่มีใครสักคนอยู่ข้าง ๆ เสมอ" การกินไก่ด้วยกันก็เพียงแค่พร็อพ เป็นแค่ของตกแต่งฉาก การได้ใช้เวลาร่วมกันปีละครั้งต่างหากคือแก่นแท้ของเทศกาล 2. Thanksgiving คือวันที่อบอุ่นที่สุดของปี วันคริสต์มาสอาจเป็นวันที่มีสีสัน แต่สำหรับหลายคน Thanksgiving คือวันที่หัวใจอบอุ่นที่สุด เพราะมันไม่เน้นของขวัญ ไม่เน้นความหรูหรา แต่เน้น “ความสัมพันธ์” ล้วน ๆ บนโต๊ะอาหารหนึ่งมื้อเราอาจได้พบกับ คำพูดขอบคุณสั้น ๆ ทำให้คนฟังยิ้มทั้งวัน , การมีใครสักคนรับฟังช่วยเยียวยาเรื่องเครียด ๆ , มุกตลกของคุณตาที่เล่าผ่านกาลเวลาแต่ยังขำเสมอ ฯลฯ ในโลกที่ทุกอย่างวิ่งเร็วขึ้นทุกวัน Thanksgiving ทำหน้าที่เตือนให้เราช้าลง และหันไปมองคนที่เราอาจมองข้ามมาตลอดทั้งปี 3. "ใครสักคน” ที่คุณควรขอบคุณอาจไม่ใช่คนที่คุณคิด หลายครั้งคนที่ช่วยเราผ่านปีที่ยากลำบากมาได้ อาจเป็นคนธรรมดามาก ๆ อาจเป็นเพื่อนที่ทักแชตมาถามว่า “เหนื่อยไหม?” อาจเป็นคนรักที่รออยู่ที่บ้านในวันที่เราหมดแรง อาจเป็นครอบครัวที่ไม่เคยบอกว่า “ภูมิใจนะ” แต่ทำให้เรารู้สึกเช่นนั้นเสมอ หรือแม้กระทั่งตัวเราเองที่อดทนจนมาถึงวันนี้ Thanksgiving คือวันที่ชวนให้เราตั้งใจมองหาคนเหล่านั้น และพูดคำว่า “ขอบคุณที่อยู่กับฉันนะ” ผมว่าประเด็นนี้เป็นอะไรที่โคตรจะเท่ห์เลย มันจริงนะครับคุณผู้อ่าน เพราะเราไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว ต่อให้เราขายของออนไลน์อัพโหลดถ่ายคลิปเองทุกอย่าง ทุกขั้นตอนทำอยู่คนเดียว คนที่เอาเงินมาให้เราก็คือลูกค้าอยู่ดี คุณคิดว่าคุณทำอยู่คนเดียวจริง ๆ เหรอไม่เลย! พวกเราล้วนมีคนที่ต้องขอบคุณเชื่อผมเถอะ 4. เปลี่ยนความรู้สึกในวันนี้ ให้กลายเป็นนิสัยของทุกวัน เสน่ห์ของ Thanksgiving อยู่ที่การได้ตระหนักว่าความสัมพันธ์มีค่ามากกว่าสิ่งอื่นใด แต่ความอบอุ่นแบบนี้ไม่จำเป็นต้องเกิดแค่ปีละครั้งก็ได้ เราขอบคุณคนรักได้ทุกวัน เราโอบกอดครอบครัวได้ทุกครั้งที่เจอ เราส่งข้อความให้เพื่อนที่ห่างหายไปก็ยังไม่สาย หรือบอกตัวเองว่า “เราทำดีที่สุดแล้ว” ก็ถือเป็นการ Thanksgiving ส่วนตัวให้กับตัวเองได้เหมือนกัน เพราะในท้ายที่สุดความสุขของมนุษย์ไม่ได้มาจากความสมบูรณ์แบบ แต่มาจากการรู้ว่ามีใครบางคนอยู่ข้างเราไม่ว่าจะวันไหนก็ตาม ไม่ต้องรอเทศกาล Thanksgiving มาถึงก็ได้ครับ แต่เราทำได้ทันทีและทำได้ทุกวัน สรุปสุดท้าย เป็นยังไงกันบ้างครับ ตอนนี้ทุกคนก็น่าจะได้เห็นความหมายแฝงที่ซ่อนอยู่ในเทศกาล Thanksgiving กันแล้วใช่ไหมเอ่ย แม้สิ่งนี้จะไม่ใช่วัฒนธรรมของประเทศชาติเรา แต่ผมว่ามันก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร ผมเองยังอยากจะนำมาใช้ในชีวิตประจำวันเลย บางทีพวกเราก็ละเลย บางครั้งพวกเราก็อับอาย เรามักจะเก็บคำบอกรักไว้ใช้กับคนรัก แล้วก็มักจะเก็บคำขอโทษไว้ใช้กับคู่พิพาทเวลาจะหาทางรอด แต่เชื่อเถอะครับพอได้อ่าน 4 ข้อข้างบนเข้าไป คุณจะรู้สึกฮิลใจ ไม่ต้องไปหาไก่งวงมาอบกินก็ได้ แค่กาแฟสักแก้วบังหน้าแก้เขิน แล้วก็ไล่ขอบคุณทุกคนได้เลย "ขอบคุณที่คลิกเข้ามาอ่านบทความของผมนะครับ^^" เครดิตรูปภาพ ภาพหน้าปก : จาก pixabay.com ภาพ 4 แม่ลูก โดย shelleywiart รูปที่ 1 : จาก pixabay.com ภาพ เด็กกับไก่งวง โดย JillWellington รูปที่ 2 : จาก pixabay.com ภาพ ครอบครัวมื้ออาหาร โดย TAI-Design รูปที่ 3 : จาก pixabay.com ภาพ 4 แม่ลูก โดย shelleywiart รูปที่ 4 : จาก pixabay.com ภาพ เด็กกับฟักทอง โดย JillWellington เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !