กำหนดการสมัครสอบ tgat: สอบไปใช้อะไร ? จำเป็นต้องสอบทุกคนไหม ? วนกลับมาอีกครั้งแล้วสำหรับเทศกาลเตรียมตัวแอดมิชชั่น ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นธรรมเนียมประจำทุกปีอยู่แล้วที่เมื่อเข้าสู่เทอมปลายของปีการศึกษา น้อง ๆ นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก็จะต้องเริ่มเตรียมตัวหาที่เรียนต่อในระดับอุดมศึกษา หรือระดับมหาวิทยาลัยเพื่อเป็นรากฐานสำหรับอนาคตการทำงานต่อไป ซึ่งก็แน่นอนว่าหนึ่งในสิ่งที่จำเป็นต้องทำก็คือการสอบวัดระดับความรู้ความสามารถต่าง ๆ ตามมาตรฐานของอว. เพื่อใช้ประกอบการยื่นสมัครเข้าคณะ มหาวิทยาลัยที่ต้องการนั่นเอง โดยที่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ก็ได้มีการเผยกำหนดการสมัครสอบ tgat กันออกมาแล้ว วันนี้เราจึงจะชวนน้อง ๆ มาเช็คกำหนดการสมัครสอบ พร้อมไขข้องใจเกี่ยวกับการนำคะแนนสอบไปใช้ในการยื่นเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ทราบกัน กำหนดการสมัครสอบ TGAT70 สำหรับกำหนดการสอบ tgat หนนี้ก็จะเป็นกำหนดการเดียวกับ tpat เลย โดยจะเรียกรวมกันว่า TCAS70 นั่นเอง มีกำหนดการดังนี้ - กำหนดการสมัครสอบ ระหว่างวันที่ 4-10 พฤศจิกายน นี้ อันนี้ต้องไฮไลท์กันไว้เลยนะ เพราะมีเวลาสมัคร เลือกวิชาที่จะสอบแค่ 6 วันเท่านั้น โดยการสมัครสอบก็จำแค่ 2 ขั้นตอนง่าย ๆ คือ 1. เข้าไปลงทะเบียน mytcas ที่ mytcas.com 2. จากนั้นนำเอายูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ดที่เราลงทะเบียนจากข้อ 1 นั่นแหละ เข้าไปที่ student.mytcas.com เพื่อทำการสมัครสอบ เลือกวิชาที่เราจะสอบ(ทั้ง tgat และ tpat) - เมื่อทำการสมัครสอบ และชำระเงิน(ส่วนน้อง ๆ นี้ไม่ต้องจ่ายเอง จะได้รับการสนับสนุนค่าสอบจากอว.วิชาละ 140 บาท)เรียบร้อยแล้ว ก็รอเข้าไปพิมพ์บัตรสอบตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป - กำหนดลงสนามสอบจะอยู่ระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2569 ขึ้นอยู่กับวิชาที่เลือกสอบ TGAT คือการสอบอะไร ? จำเป็นต้องสอบทุกคนไหม ? มากันถึงประเด็นที่น้อง ๆ หลายคนน่าจะสงสัยกันบ้างก็คือประเด็นที่ว่าตกลงแล้วการสอบ tgat นั้นคืออะไร และจำเป็นต้องสอบทุกคนไหม ? เพราะอาจจะสังเกตเห็นได้ว่าเด็กม.6 บางคนก็เตรียมตัวสอบ แต่บางคนก็ข้ามการสอบนี้ไปเลย ไม่ได้สมัครสอบแต่อย่างใด ก็ต้องอธิบายกันแบบนี้ว่า tgat นั้นเป็นการสอบวัดความถนัดทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคณะที่จะให้น้อง ๆ ม.6 ยื่นคะแนนส่วนนี้ก็มักจะเป็นคณะสายสังคม เช่น จิตวิทยา มนุษย์ศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ หรือคณะรอง ๆ ของสายสาธารณะสุข เช่น พยาบาลศาสตร์ เป็นต้น แต่คณะที่มักจะไม่เอาคะแนน tgat ก็จะเป็นคณะอย่างแพทยศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ อธิบายมาแบบนี้หลายคนก็น่าจะพอเห็นภาพแล้วว่ามันไม่จำเป็นต้องสอบทุกคนนั่นเอง ขึ้นอยู่กับว่าน้อง ๆ มีเป้าหมายอยากที่จะเข้าเรียนต่อในคณะไหน แต่ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรง โดยเฉพาะในแง่ของการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบก็แนะนำว่าสอบติดไว้ก็ดี เพราะเผื่อพลาดเป้าคณะที่ตั้งใจก็จะได้ใช้คะแนนตรนี้ยื่นเข้าตัวเลือกรอง ๆ ของเราได้นั่นเอง แล้ว TGAT สอบวิชาอะไรบ้าง ? สำหรับการสอบ tgat จะเป็นการสอบชุดเดียว คือมัดรวมความรู้ความสามารถทั่วไปทั้งหมด โดยแบ่งเป็น 3 พาร์ทด้วยกัน ประกอบด้วย - ภาษาอังกฤษ อันนี้ก็แน่นอนว่าไม่มีอะไรซับซ้อนแต่อย่างใด เป็นเรื่องของการทดสอบทักษะภาษาอังกฤษของเรา เรื่องของคำศัพท์ ไวยากรณ์ต่าง ๆ - การคิดอย่างมีเหตุผล อันนี้ก็อาจจะเรียกง่าย ๆ ว่าทดสอบทักษะการคิดวิเคราะห์ของเรานั่นแหละ ข้อสอบก็จะเป็นแนวทดสอบความเข้าใจในการใช้ภาษา(ไทย) การคิดเชิงตรรกะ อนุกรม เป็นต้น - สมรรถนะการทำงานในอนาคต อันนี้ข้อสอบก็จะเป็นแนวการประเมิณทัศนคติ ทักษะในการรับมือ/แก้ไขปัญหา ความฉลาดทางอารมณ์ หรือ EQ อะไรประมาณนี้ แล้ว TPAT ล่ะ เป็นการสอบอะไร ? มากันที่ส่วนของ tpat กันบ้าง อันนี้ก็จะเป็นการสอบวัดความถนัดทางวิชาชีพเฉพาะนั่นเอง พูดง่าย ๆ ก็คือถ้าน้อง ๆ คนไหนมีเป้าหมายอยากจะเรียนต่อในคณะที่เป็นวิชาชีพเฉพาะ เช่น แพทย์ วิศวะ สถาปัตย์ ก็จะต้องมีคะแนนสอบ tpat ไปยื่นสมัครเข้านั่นเอง โดยการสอบ tpat เขาก็จะแบ่งวิชาออกตามสายวิชาชีพเฉพาะดังนี้ - ความถนัดแพทย์ - ความถนัดวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรม - ความถนัดศิลปกรรม(สำหรับคณะด้านทัศนศิลป์ นาฏศิลป์ และดนตรี) - ความถนัดสถาปัตยกรรม - ความถนัดครุศาสตร์ ทริคในการสมัครสอบ tpat: จะเห็นได้ว่าการสอบ tpat แบ่งวิชาออกตามสายวิชาชีพชัดเจน แต่ปัญหาของน้อง ๆ ส่วนใหญ่ก็คือการที่เราอาจจะไม่ได้รู้ชัดเจนตั้งแต่แรกว่าเราชอบ หรือถนัดอะไร ดังนั้นการเลือกสอบ tpat จึงไม่จำเป็นต้องเลือกสอบแค่วิชาใดวิชาหนึ่งเท่านั้น อาจจะเลือกสอบสัก 2-3 วิชา ไว้เผื่อเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจก็ได้ เพราะกำหนดการสอบของ tpat ในแต่ละวิชานั้นจะไม่ตรงกันอยู่แล้ว ณัฐ ณัฐนันท์ ภาพปก/ภาพประกอบ โดยผู้เขียน (Tools Design Canva, ChatGPT) เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !