ตรวจ DNA พ่อลูก คืออะไร? รู้จักวิธีตรวจและความแม่นยำของการพิสูจน์ความเป็นบิดา

การตรวจ DNA พิสูจน์ความเป็นบิดา เป็นวิธีทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างพ่อและลูกได้อย่างแม่นยำ นอกจากการระบุว่าใครเป็นผู้ให้กำเนิดเด็กแล้ว ยังสามารถใช้ตรวจสอบความสัมพันธ์ทางเครือญาติ อย่างเช่น ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา ได้อีกด้วย
DNA หรือรหัสพันธุกรรม เป็นข้อมูลทางชีวภาพที่ถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูก จึงสามารถนำมาใช้พิสูจน์ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลได้ โดยการตรวจมักเก็บตัวอย่างจากเยื่อบุกระพุ้งแก้ม เลือด หรือสารคัดหลั่งในร่างกายเพื่อนำมาวิเคราะห์
ทำไมคนจึงตรวจ DNA พ่อลูก?
เหตุผลที่พบบ่อยในการตรวจ DNA พิสูจน์ความเป็นบิดา ได้แก่
- เพื่อยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือดและคลายข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นพ่อลูก
- เพื่อใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายในกระบวนการพิจารณาคดี ซึ่งต้องดำเนินการตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด
- เพื่อประกอบข้อมูลทางการแพทย์ โดยเฉพาะประวัติสุขภาพหรือโรคทางพันธุกรรมที่อาจส่งผลต่อเด็กในอนาคต
ตรวจ DNA พ่อลูกได้อย่างไร?
การตรวจ DNA สามารถทำได้ทั้งในช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอด โดยแต่ละวิธีมีรายละเอียดแตกต่างกัน
การตรวจ DNA ระหว่างตั้งครรภ์
ปัจจุบันสามารถพิสูจน์ความเป็นบิดาได้ตั้งแต่เด็กยังอยู่ในครรภ์ โดยมีความแม่นยำสูงใกล้เคียงกับการตรวจหลังคลอด วิธีที่ใช้ ได้แก่
- Non-invasive Prenatal Paternity (NIPP) ตรวจจาก DNA ของทารกที่ปะปนอยู่ในเลือดของมารดา เป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ปลอดภัย และสามารถตรวจได้ตั้งแต่ไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์
- Chorionic Villus Sampling (CVS) หรือการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อรก เพื่อนำมาตรวจ DNA สามารถทำได้ในช่วงอายุครรภ์ 10-13 สัปดาห์ แต่ไม่นิยมใช้เพื่อพิสูจน์ความเป็นบิดาเพียงอย่างเดียว เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการแท้ง
- การเจาะน้ำคร่ำ เป็นการเก็บตัวอย่างน้ำคร่ำเพื่อนำมาตรวจ DNA มักทำในช่วงอายุครรภ์ 15-20 สัปดาห์ แม้ให้ผลแม่นยำ แต่มีความเสี่ยงต่อการแท้งเช่นกัน
การตรวจ DNA หลังคลอด
การตรวจหลังคลอดเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะปลอดภัย สะดวก และมีความแม่นยำสูงถึง 99.99% โดยสามารถเก็บตัวอย่างได้ 2 วิธีหลัก ได้แก่
- การเจาะเลือด เก็บตัวอย่างเลือดจากผู้ที่คาดว่าเป็นบิดาและเด็ก เพื่อนำไปวิเคราะห์เปรียบเทียบ DNA
- การเก็บเยื่อบุกระพุ้งแก้ม ใช้สำลีก้านป้ายด้านในกระพุ้งแก้มเพื่อนำเซลล์ไปตรวจ เป็นวิธีที่นิยมมากที่สุด เพราะไม่เจ็บตัวและเก็บตัวอย่างได้ง่าย
รอผลนานไหม?
การตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์ความเป็นบิดา ไม่ว่าจะโดยวิธีตรวจ DNA ระหว่างตั้งครรภ์หรือหลังคลอดจะใช้ระยะเวลาประมาณ 7-10 วัน หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการเก็บตัวอย่างว่าครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่
ถ้าไม่มีตัวอย่างจากฝั่งแม่ หรือตัวอย่างเกิดการปนเปื้อนเชื้อโรคก็อาจใช้เวลานานมากขึ้น และจำเป็นต้องคำนวณระยะเวลาในการส่งตัวอย่างไปยังห้องปฏิบัติการที่อาจอยู่ต่างประเทศด้วย
สิ่งสำคัญในการตรวจ DNA พิสูจน์ความเป็นพ่อลูก คือการมีตัวอย่างจากเด็กและผู้ที่คาดว่าเป็นบิดา โดยหากมีตัวอย่างจากมารดาร่วมด้วย จะช่วยให้การวิเคราะห์มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
ปัจจุบัน การเก็บตัวอย่างจากเยื่อบุกระพุ้งแก้มเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากสะดวก ไม่ต้องเจาะเลือด และให้ผลตรวจที่มีความแม่นยำสูง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
