Earthquake หรือแผ่นดินไหว เช้าวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม ปี 2569 ที่ดูเป็นวันที่แสนธรรมดาสำหรับการเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ของคนเมือง แต่เมื่อเวลาเดินทางมาถึงช่วง 9 โมงเช้า จู่ ๆ โลกออนไลน์ก็ต้องสั่นสะเทือนตามแรงฟีดเมื่อคำว่า "แผ่นดินไหว" ถูกค้นหาและแชร์ต่ออย่างรวดเร็ว โดยทางกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา ได้รายงานว่าเมื่อเวลา 09:05 น. เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.3 ใกล้ชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเมียนมา มีความลึก 10 กิโลเมตร ห่างจากทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.แม่สอด จ.ตาก ประมาณ 247 กิโลเมตร และอยู่ใกล้กับกลุ่มรอยเลื่อนสะกายเพียง 23 กิโลเมตร ซึ่งแรงสั่นสะเทือนระลอกนี้ส่งตรงมาถึงใจกลางเมืองกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทำเอาคนบนตึกสูงหลายๆตึกรับรู้ถูกการสั่น เช่น ตึก ปปง. เป็นต้นจนต้องอพยพคนออกจากตึกเลย จากประสบการณ์ตรงในวันนี้และมุมมองในฐานะมี 3 ประเด็นสำคัญที่อยากชวนทุกคนมาวิเคราะห์ร่วมกันครับ 1. การรู้ว่าเหตุจะเกิดตอนไหนนั้นสำคัญมากแค่ไหน? หลาย ๆ คนคงรับรู้กันแล้วว่ามีเหตุการณ์แผ่นดินไหวเกิดขึ้น บางคนรู้เพราะรู้สึกได้ด้วยตัวเองหรือกำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์นั้นอยู่ (ซึ่งผมต้องขอแสดงความห่วงใยและเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะครับ คงเสียขวัญกันไม่ใช่น้อยเลย) หรือบางคนก็รับรู้จากข่าวสารบนโลกโซเชียลมีเดีย แต่เชื่อว่าคงมีอีกหลายคนที่ตั้งคำถามว่า "ทำไมไม่มีการแจ้งเตือนจากรัฐส่งมาเลย?" หรือทำไมแจ้งเตือนช้าจัง? ความจริงในเรื่องนี้ก็คือ แผ่นดินไหวครั้งนี้มีขนาด 5.3 ซึ่ง ยังไม่เข้าเกณฑ์การแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ในขอบเขตที่ 2 (พื้นที่รอบนอกประเทศไทย) เพราะตามหลักเกณฑ์แล้ว ระบบจะส่งข้อความเตือนภัยเข้าหน้าจอมือถือโดยอัตโนมัติก็ต่อเมื่อมีขนาดมากกว่าหรือเท่ากับ 6.0 ขึ้นไปครับ แต่ถ้าใครอยากเกาะติดข้อมูลข่าวสารให้ไวขึ้น ผมแนะนำให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน TMD ของกรมอุตุฯ มาติดเครื่องไว้เพื่อรับรู้เหตุการณ์ได้ทันท่วงทีครับ ถ้าใครอยากโหลดสามารถคลิกตรงนี้ได้เลย [ดาวน์โหลดแอป TMD] ซึ่งถ้าใครโหลดมาแล้ว ระบบก็จะมีขึ้นแจ้งเตือนสถานการณ์แบบนี้ให้เราถึงจะช้าแต่น่าจะได้อยู่ 2.บทเรียนจากอดีต ยังจำเรื่องแผ่นดินไหวเมื่อเดือนมีนาคมปี 2568 กันอยู่ไหมครับ? ตอนนั้นเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ถึง 7.4 ที่เมียนมา และส่งแรงเหวี่ยงข้ามประเทศมาเขย่าตึกสูงในกรุงเทพฯ จนทำให้อาคาร สตง. หลังใหม่ย่านจตุจักรที่กำลังก่อสร้างอยู่เกิดการทรุดตัวและพังถล่มลงมาอย่างรุนแรง ในตอนนั้นพวกเราหลายคนยังคงงงว่าเกิดอะไรขึ้น บางคนวิ่งออกจากอาคารทันที บางคนก็ยังคงนั่ง ๆ นอน ๆ หรือสับสนไม่รู้จะทำอะไรในสถานการณ์นั้น ๆ และเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ทำให้หลายครอบครัวเกิดความตื่นกลัวเป็นอย่างมาก แต่ในครั้งนี้ ผมต้องขอชื่นชมหลาย ๆ คนเลยครับที่มีการปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้องตามสถานการณ์จริง ๆ นั่นคือการมีสติและอพยพออกจากตัวอาคารเมื่อเกิดแผ่นดินไหวได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้เหตุการณ์ในวันนี้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ และไม่เกิดเป็นโศกนาฏกรรมซ้ำรอยเหมือนครั้งนั้นอีกครับ 3.การปรับตัว หลังจากที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่รับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ในประเทศไทยถึงสองรอบเต็ม ๆ ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ (ปี 2568 และปี 2569) มันถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราไม่ควรมองข้ามเรื่องพวกนี้อีกต่อไป? ก็จริงอยู่ที่ว่าในสมัยก่อนบ้านเราอาจจะไม่ค่อยเกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงแค่ลูกหลงจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่ด้วยความถี่ที่แทบจะกลายเป็น "1 ปี 1 ครั้ง" ไปแล้ว เราควรที่จะหยุดมองว่ามันเป็นเรื่องไกลตัวได้รึยัง? สิ่งที่ดูไกลตัวในวันนั้น วันนี้มันอาจจะขยับใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แล้วก็ได้ มันถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราควรจะบรรจุหลักสูตรการเอาตัวรอดเมื่อเกิดภัยธรรมชาติพ่วงเข้าไปในบทเรียน ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว น้ำท่วม หรือภัยพิบัติต่าง ๆ เพราะเราทุกคนคงไม่อยากให้ภัยเงียบเหล่านี้เข้ามาทำร้ายเรา หรือพรากคนที่เรารักไปใช่ไหม? ดังนั้น การเอาเรื่องพวกนี้เข้ามาใส่ในบทเรียนตั้งแต่วัยเด็กจึงเป็นสิ่งที่เราควรเริ่มทำได้แล้ว ชวนคุยซักหน่อย💬 แล้วเพื่อน ๆ ล่ะครับ คิดว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประเทศไทยต้องจริงจังกับการใส่ "หลักสูตรเอาตัวรอดจากภัยธรรมชาติ" เข้าไปในระบบการศึกษาไทย? และในเหตุการณ์เช้าวันนี้ คิดว่าพวกเราทำได้ดีแค่ไหนในการรับมือ? มาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนมุมมองกันได้เลยครับ! เครดิตภาพประกอบบทความ ภาพหน้าปก: ภาพโดยผู้เขียน (สร้างสรรค์โดย AI) ภาพประกอบที่ 1: Facebook - กรมอุตุนิยมวิทยา ภาพประกอบที่ 2: ขอบคุณภาพหน้าจอแอป TMD จากผู้ใช้บน X ภาพประกอบที่ 3: X - JS100Radio ภาพประกอบที่ 4: Facebook - สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !