เฟซบุ๊กปิดบัญชี “ไอโอ” ไทย ส่วน ยิ่งชีพ-สฤณี-วิญญู ฟ้องศาลปกครองสั่ง ทบ. “หยุดปฏิบัติการไอโอ”

เฟซบุ๊กปิดบัญชี “ไอโอ” ไทย ส่วน ยิ่งชีพ-สฤณี-วิญญู ฟ้องศาลปกครองสั่ง ทบ. “หยุดปฏิบัติการไอโอ”
บีบีซี ไทย
4 มีนาคม 2564 ( 15:13 )
13
เฟซบุ๊กปิดบัญชี “ไอโอ” ไทย ส่วน ยิ่งชีพ-สฤณี-วิญญู ฟ้องศาลปกครองสั่ง ทบ. “หยุดปฏิบัติการไอโอ”

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งกระทรวงกลาโหมติดตามรายละเอียดกรณีเฟซบุ๊กสั่งปิดบัญชี "ไอโอ" ในภาคใต้ ซึ่งเชื่อมโยงกับกองทัพไทย ขณะที่ 3 คนดังในโลกออนไลน์ยื่นฟ้องกองทัพบก (ทบ.) และ ผบ.ทบ. ต่อศาลปกครองเพื่อขอให้สั่งหยุดปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร

 

นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตกฎหมายเพื่อประชาชน (ไอลอว์), น.ส. สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านการเงิน นักเขียน และนักแปล และนายวิญญู วงศ์สุรวัฒน์ หรือจอห์น พิธีกร/ผู้จัดรายการ ยื่นฟ้องกองทัพบก (ทบ.) ในฐานะผุ้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ต่อศาลปกครอง ถ.แจ้งวัฒนะ เพื่อขอให้ศาลสั่ง ทบ. ยุติปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือไอโอ (Information Operation: IO) ต่อประชาชนเพื่อหวังผลทางการเมือง พร้อมลบข้อมูลของประชาชนฝ่ายเห็นต่างจากรัฐที่ถูกจัดให้อยู่ใน "บัญชีเป้าหมาย" ออกจากสารบบของ ทบ.

 

เอกสารประกอบคำฟ้องของทั้ง 3 คน ประกอบด้วย หลักฐานที่ปรากฏทั้งจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา 2 ครั้ง, รายงานเปิดเผยเครือข่ายข้อมูลข่าวสารที่เชื่อมโยงกับรัฐของทวิตเตอร์, รายงานของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด รวมทั้งข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ

"กองทัพไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะปฏิบัติการกับประชาชนเช่นนี้ได้ เราไม่ได้อยู่ในภาวะสงคราม และพวกเราก็ไม่ได้เป็นศัตรูกับชาติ ไม่ได้เป็นศัตรูกับรัฐ" นายยิ่งชีพกล่าว

 

ผู้จัดการไอลอว์ระบุต่อไปว่า การที่กองทัพเอางบประมาณของรัฐซึ่งมาจากภาษีของประชาชน เอาเจ้าหน้าที่ทหารและเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ มาใช้โจมตีประชาชน เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายและไม่มีความชอบธรรม อย่างไรก็ตามทั้ง 3 คนได้พูดคุยกันและประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่พวกเขา และคิดว่าคงจะแปลกหากพวกเขาอยากได้งบประมาณของรัฐที่มาจากภาษีประชาชน มาชดเชยความเสียหายที่ได้รับ ดังนั้น "คำขอหลักของคดีนี้ต้องการให้หยุดปฏิบัติการไอโอต่อประชาชน ค่าเสียหายไม่ได้เรียก" แต่ส่วนตัวนายยิ่งชีพไม่ประสงค์จะเอาผิดทางอาญาแก่นายทหารระดับปฏิบัติการที่ทำไอโอตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา

 

Reuters

 

พฤติกรรมคุกคามโดยผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียที่เชื่อว่าเป็น "ไอโอ" ที่กระทำผู้ฟ้องคดี ถูกนายวิญญูบรรยายไว้ว่ามีหลากหลาย มีทั้งเข้ามาพูดจาดี ๆ หรือใช้ถ้อยคำหยาบคาย ด้อยค่าเขาและคนในครอบครัว หรือทำภาพ/สื่อต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสีย

 

สำหรับบุคคลทั้งสามถือได้ว่าเป็นผู้มีอิทธิพลบนสื่อสังคมออนไลน์ หรืออินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) โดยมีจำนวนผู้ติดตามตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักล้าน

 

  • จอห์น-วิญญู: 1.6 ล้านคนในทวิตเตอร์ และ 2.9 แสนคนในเฟซบุ๊ก
  • ยุ้ย-สฤณี: 2.6 แสนคนในทวิตเตอร์ และ 1.1 แสนคนในเฟซบุ๊ก
  • เป๋า-ยิ่งชีพ: 6.9 หมื่นคนในทวิตเตอร์ และ 1.2 หมื่นคนในเฟซบุ๊ก

 

พวกเขาตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมหลังฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเกี่ยวกับขบวนการไอโอ ก่อนพบว่ามีชื่อตัวเองปรากฏในบัญชีไอโอ และยังมีรายชื่อนักวิชาการ นักกิจกรรมการเมือง และสื่อมวลชนจำนวนมากที่ถูกจัดหมวดหมู่ว่ามีอคติกับรัฐบาลเชิงบวกหรือลบ

 

ตามรอยอังคนา-อัญชนา ผู้ยื่นฟ้องแพ่ง สนร.-ทบ. ผลิตไอโอ

วันเดียวกัน บุคคลทั้งสามยังได้ส่งจดหมายถึงองค์กรภายนอกประเทศอีก 2 องค์กรเพื่อให้ตรวจสอบปฏิบัติการโอโอของรัฐไทยที่กระทำต่อประชาชนคือ 1) ผู้ให้บริการเฟซบุ๊ก สำนักงานใหญ่ ประเทศสหรัฐฯ เพื่อขอให้สืบสวนการกระทำของกองทัพไทย เนื่องจากเห็นว่าเป็นการละเมิดกฎของเฟซบุ๊ก อีกทั้งเฟซบุ๊กก็เคยปิดไอโอในประเทศอื่น เช่น จีน และฟิลิปปินส์มาแล้ว 2) ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติด้านเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น (UN Special Rapporteur on Freedom of Expression) เพื่อยืนยันว่าบทสนทนาบนโลกออนไลน์ควรเป็นข้อเท็จจริงที่มาจากประชาชนจริง ๆ รัฐมีหน้าที่ต้องรับรองและคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน ไม่ใช่ผลิตโฆษณาชวนเชื่อโจมตีคนที่เห็นต่าง

 

นายยิ่งชีพ, น.ส.สฤณี และนายวิญญู ไม่ใช่คนกลุ่มแรกที่ลุกขึ้นมาฟ้องไอโอของรัฐไทยต่อศาล ย้อนกลับไปเมื่อ พ.ย. 2563 นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และ น.ส.อัญชนา หีมมิหน๊ะ อดีตอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจังหวัดชายแดนใต้ เคยยื่นฟ้อง 2 หน่วยงานรัฐต่อศาลแพ่ง เรียกค่าเสียหายต่อชื่อเสียงเกียรติยศรวมกัน 5 ล้านบาท หลังพบว่ามีการจัดทำและเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนใส่ร้ายนักปกป้องสิทธิมนุษยชนหญิง ผ่านทางเว็บไซต์พูโลนี (Pulony.blogspot.com) ซึ่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ยอมรับว่าเป็นเว็บของตนจริง

 

สำหรับ 2 องค์กรที่ตกเป็นจำเลยคือ สำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะกำกับดูแล กอ.รมน. และ ทบ.

 

อย่างไรก็ตามนายสัญญา เอียดจงดี ทนายความในทั้ง 2 คดี 2 ศาล ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างใน 2 คดี โดยคดี 2 นักสิทธิมนุษยชนหญิง กอ.รมน. เปิดปฏิบัติการไอโอภายใต้กฎหมายความมั่นคงที่บังคับใช้เฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่คดีล่าสุดนี้ ฟ้องเพื่อเป็นบรรทัดฐานคดีอื่น ๆ ทำให้มีการตรวจสอบโดยตุลาการว่าปฏิบัติการไอโอมีจริงหรือไม่ และกองทัพต้องมาชี้แจงต่อศาล

 

"เป้าหมายของการเข็นคดีนี้ขึ้นศาล อยู่ที่การถอนรากถอนโคลนไอโอ" ทนายสัญญากล่าว

 

นายกฯ เคลียร์ปมเฟซบุ๊กปิดบัญชีไอโอเชื่อมโยงกองทัพ

วานนี้ (3 มี.ค.) เฟซบุ๊กออกแถลงการณ์ปิดบัญชีผู้ใช้งานจำนวน 185 บัญชี รวมถึงกลุ่มต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับไอโอซึ่งดำเนินการโดยกองทัพไทย

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างคำกล่าวของหัวหน้าฝ่ายนโยบายความมั่นคงด้านไซเบอร์ของเฟซบุ๊กที่ระบุว่า "นี่เป็นครั้งแรกที่เราเลือกจัดการกับสิ่งที่เชื่อมโยงกับกองทัพไทย เฟซบุ๊กพบเห็นความเชื่อมโยงอย่างชัดเจนระหว่างปฏิบัติการนี้กับ กอ.รมน." และยังระบุด้วยว่าเครือข่ายดังกล่าวใช้เงินราว 350 ดอลลาร์สหรัฐเพื่อโฆษณาบนเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม

 

บัญชีที่ถูกระงับเนื่องจาก "มีพฤติกรรมการใช้งานคล้ายบัญชีปลอม" แบ่งออกเป็น บัญชีส่วนตัว 77 บัญชี, 72 เพจ, และ 18 กลุ่ม รวมถึงอีก 18 บัญชีบนอินสตาแกรม

เฟซบุ๊กกล่าวว่า บัญชีเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับกองทัพและมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ใช้งานในภาคใต้ของไทย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความขัดแย้งยาวนานกว่า 10 ปี ระหว่างกลุ่มก่อความไม่สงบกับรัฐไทย

 

ล่าสุดพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม มอบหมายให้กระทรวงกลาโหมไปติดตามดูว่ารายละเอียดเป็นอย่างไร และให้ทำให้เกิดความชัดเจน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่มีการพูดในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งหลายอย่างก็เป็นประเด็นทางการเมืองด้วย

"ก็เดี๋ยวก็ไปทำให้มันมีความชัดเจนเกิดขึ้น" พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวสั้น ๆ กับสื่อมวลชน

 

กองทัพเคยชี้แจงไว้อย่างไร

นายพลในรัฐบาลและกองทัพเคยออกมาปฏิเสธเรื่องการใช้ภาษีประชาชนทำไอโอกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ในคราวที่ทวิตเตอร์ระงับการใช้งานบัญชี 926 บัญชีที่เชื่อว่าเป็นเครือข่ายไอโอของ ทบ. เมื่อ ต.ค. 2563 พล.ท. สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษก ทบ. ชี้แจงว่า "ทบ. ไม่มีนโยบายทำทวิตเตอร์อวตารเพื่อไอโอ" และ "น่าจะเป็นข้อสรุปที่ไม่เป็นธรรมกับ ทบ." พร้อมยืนยันว่า ทวิตเตอร์ที่อยู่ในระบบของ ทบ. ใช้แบบเปิดเผยชัดเจน มีศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบกรับผิดชอบตามลำดับขั้นลงไป เพื่อสื่อสารสร้างการรับรู้ระหว่าง ทบ. กับสาธารณะ และกำลังพล

 

เช่นเดียวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อ ก.พ. 2564 ที่ ส.ส. พรรคก้าวไกลได้เปิดคลิปฝึกอบรมเหล่าไอโอของ ทบ. และยังเปิดชื่อ 4 หน่วยทหารที่ทำไอโอกลางสภา ทำให้ พล.อ. ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ลุกขึ้นมาปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ โดยยืนยันว่า รมว.กลาโหม ไม่มีนโยบายให้หน่วยต่าง ๆ โดยเฉพาะกองทัพไปให้ร้ายบุคคล หรือให้ประชาชนเกิดความเกลียดชังแตกแยกกัน แต่ยอมรับว่า "มีการฝึกอบรมให้ความรู้แก่กำลังพล "เพื่อใช้สื่อโซเชียลอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างสรรค์ บัญชีก็เปิดเผยชัดเจน ไม่ได้ปิด ถ้าปิด ท่านก็คงไม่มีรายชื่อ ดังนั้นไม่ได้จะทำเพื่อให้ร้ายใคร"

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง