สหประชาชาติพบความเคลื่อนไหวที่บ่งชี้ว่าเกาหลีเหนือจะกลับมาเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์อีกครั้ง

สหประชาชาติพบความเคลื่อนไหวที่บ่งชี้ว่าเกาหลีเหนือจะกลับมาเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์อีกครั้ง
ข่าวสด
31 สิงหาคม 2564 ( 12:02 )
13
สหประชาชาติพบความเคลื่อนไหวที่บ่งชี้ว่าเกาหลีเหนือจะกลับมาเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์อีกครั้ง

ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency--IAEA) ระบุในรายงานว่า ดูเหมือนเกาหลีเหนือจะกลับมาเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในเมืองยองบยอน (Yongbyon) อีกครั้ง

 

 

รัฐบาลเกาหลีเหนือได้ขับ IAEA ออกจากประเทศในปี 2009 แต่ทางหน่วยงานได้ใช้ภาพถ่ายทางดาวเทียมในการประเมินสถานการณ์ในเกาหลีเหนือ โดยรายงานฉบับล่าสุดคาดว่ามีการผลิตพลูโตเนียม ซึ่งถูกใช้ในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ขึ้นที่นี่

 

 

IAEA ระบุว่ามีการปล่อยน้ำหล่อเย็นออกมาตั้งแต่เดือน ก.ค. ซึ่งหมายความว่า มีการใช้งานเตาปฏิกรณ์แห่งนี้

 

 

ยองบยอน เป็นโรงงานนิวเคลียร์ที่มีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาด 5 เมกะวัตต์ เป็นศูนย์กลางของโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

 

 

IAEA ชี้ว่านี่คือสัญญาณแรกของการใช้งานเตาปฏิกรณ์แห่งนี้นับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2018 หลายเดือนหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้พบกับ นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ในสิงคโปร์

 

 

บรรดาผู้เชี่ยวชาญที่พยายามติดตามดูว่าเกาหลีเหนือมีขีดความสามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้มากแค่ไหน ได้จับตามองยองบยอนจากระยะไกลมาเป็นเวลานานแล้ว

 

 

IAEA ซึ่งได้เคยเตือนถึงปฏิบัติการนี้แล้วในเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมายังระบุรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับห้องปฏิบัติการเคมีรังสีที่โรงงานแห่งนี้ และพบว่ามีการนำเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ใช้งานแล้วไปแปรรูปใหม่

 

 

ในรายงานล่าสุดระบุว่า ห้องปฏิบัติการนี้ได้ปฏิบัติการมานาน 5 เดือนแล้วก่อนที่จะถึงเดือน ก.ค. 2021 ซึ่งหมายความว่า ได้นำเชื้อเพลิงที่ผ่านการใช้งานแล้วมาผ่านกระบวนการทั้งชุด

 

 

G

IAEA ระบุว่า ปฏิบัติการที่เกิดขึ้นที่เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์และห้องปฏิบัติการดังกล่าว "น่ากังวลอย่างมาก" และเป็นการละเมิดมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติอย่างชัดเจน

 

 

กระทรวงต่างประเทศของเกาหลีใต้กล่าวกับสำนักข่าวยอนฮัปว่า รัฐบาล "กำลังจับตามองกิจกรรมนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนืออย่างต่อเนื่องและมีการประสานงานกับทางสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด"

 

 

เกาหลีเหนือได้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบของ IAEA ถูกขับออกจากประเทศ และมีการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งสุดท้ายในปี 2017

...............................

บทวิเคราะห์โดย ลอรา บิกเกอร์ ผู้สื่อข่าวประจำกรุงโซล

 

เตาปฏิกรณ์ขนาด 5 เมกะวัตต์ ที่โรงงานแห่งนี้ เป็นแหล่งสำคัญในการผลิตพลูโตเนียมที่มีคุณภาพในระดับที่นำไปผลิตอาวุธได้ของรัฐบาลเกาหลีเหนือ แม้ว่านักวิเคราะห์จำนวนมากจะระบุว่า โรงงานแห่งนี้กำลังเสื่อมสภาพลงแล้ว

มีรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธข้อตกลงในการรื้อถอนโรงงานนี้เพื่อแลกกับการผ่อนคลายการคว่ำบาตร ซึ่งอาจวิเคราะห์ได้ว่า การปฏิเสธนี้ได้นำไปสู่ความล้มเหลวของการเจรจากันระหว่างผู้นำทั้งสองในกรุงฮานอยในปี 2019

 

 

ในเดือน ม.ค. นายคิม จองอึน ประกาศว่า จะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ต่อไป เขากล่าวว่า นักวิทยาศาสตร์ของเขาจะผลิตหัวรบนิวเคลียร์ที่มีขนาดเล็กลง พัฒนาอาวุธยุทธศาสตร์ต่าง ๆ และผลิต "ระเบิดไฮโดรเจนขนาดใหญ่พิเศษ"

 

 

จนถึงตอนนี้ ยังไม่เห็นสัญญาณว่าเกาหลีเหนือกำลังทำโครงการเหล่านี้ และรัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลง และการขาดแคลนอาหาร

 

 

แต่ดูเหมือนว่าการเปลี่ยนแปลงกำลังเกิดขึ้นแล้ว

 

 

เป็นเรื่องยากที่ผู้เชี่ยวชาญจะใช้ภาพถ่ายดาวเทียมในการสรุปสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นที่ยองบยอนได้อย่างชัดเจน แต่รายงานฉบับนี้บอกว่าการกลับมาดำเนินการครั้งใหม่นี้ของเกาหลีเหนือ "น่าผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง"

 

 

เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องที่สร้างความปวดหัวให้กับรัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ อีกเรื่องหนึ่ง โดยนายไบเดนระบุว่า เขาเต็มใจที่จะจัดการเจรจา แต่จนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายเกาหลีเหนือเป็นลำดับแรก ๆ

 

 

บางที รัฐบาลเกาหลีเหนือได้ตัดสินใจแล้วว่า ถึงเวลาแล้วที่จะทำให้เรื่องของตัวเองขยับขึ้นไปเป็นเรื่องสำคัญลำดับต้น ๆ ของรัฐบาลสหรัฐฯ

...............................

เกาหลีเหนือได้เดินหน้าโครงการผลิตอาวุธของตัวเองอย่างรวดเร็ว ซึ่งเกาหลีเหนือระบุว่า มีความจำเป็นในการใช้อาวุธเหล่านี้ป้องกันตัวเองจากสหรัฐฯ ที่อาจรุกรานมา

 

 

ตั้งแต่ต้นปี รัฐบาลเกาหลีเหนือได้เปิดตัวสิ่งที่สื่อทางการเกาหลีเหนือเรียกว่า "อาวุธที่ทรงพลังที่สุดในโลก"

 

 

มีการเปิดตัวขีปนาวุธที่ยิงจากเรือดำน้ำในการเดินสวนสนามที่นายคิม จองอึน เข้าร่วมงาน ไม่กี่วันก่อนที่จะมีพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของนายโจ ไบเดน

 

 

ขีดความสามารถที่แท้จริงของขีปนาวุธนี้ยังไม่แน่ชัด เพราะยังไม่มีใครทราบว่าได้มีการทดสอบขีปนาวุธชนิดนี้หรือยัง

 

 

นายคิมรับปากด้วยว่าจะเพิ่มอาวุธนิวเคลียร์และศักยภาพทางทหารของเกาหลีเหนือ โดยมีการระบุบัญชีรายชื่อขีปนาวุธที่ต้องการครอบครองจำนวนมาก

 

 

นี่คือสิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับขีปนาวุธและโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

 

 

ขีปนาวุธที่โจมตีสหรัฐฯ ได้

ตลอดปี 2017 เกาหลีเหนือได้ทดสอบขีปนาวุธหลายชนิดที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการทหารอย่างรวดเร็วของเกาหลีเหนือ

 

 

เชื่อกันว่า ขีปนาวุธฮวาซอง-12 (Hwasong-12) สามารถยิงไปได้ไกลถึง 4,500 กม. ทำให้ฐานทัพของสหรัฐฯ หลายแห่งบนเกาะกวมในมหาสมุทรแปซิฟิกตกอยู่ในระยะที่อาจเผชิญการโจมตีได้

 

 

ต่อมา ขีปนาวุธฮวาซอง-14 (Hwasong-14) มีศักยภาพที่สูงขึ้นไปอีก โดยการศึกษาบางแห่งระบุว่า มันสามารถเดินทางไปไกลถึง 10,000 กม. ถ้าถูกยิงด้วยแนววิถีโค้งสูงสุด ทำให้ขีปนาวุธนี้เป็น ขีปนาวุธข้ามทวีปชนิดแรกของเกาหลีเหนือที่มีขีดความสามารถในการเดินทางไปถึงนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ

 

 

ท้ายสุด ได้มีการทดสอบขีปนาวุธฮวาซอง-15 (Hwasong-15) ซึ่งสามารถยิงขึ้นไปได้สูงสุดประมาณ 4,500 กม.จากระดับน้ำทะเล หรือสูงกว่าระดับความสูงของสถานีอวกาศระหว่างประเทศ (International Space Station) 10 เท่า

 

 

ถ้ามีการยิงขีปนาวุธนี้ในแนววิถี "ที่ราบมากขึ้น" มันอาจจะมีพิสัยสูงสุดที่ประมาณ 13,000 กม. ทำให้ทั่วทั้งภาคพื้นทวีปของสหรัฐฯ ตกอยู่ในระยะที่จะถูกโจมตีได้

 

 

ในเดือน ต.ค. 2020 เกาหลีเหนือได้เปิดตัวขีปนาวุธชนิดใหม่ โดยยังไม่เคยมีการทดสอบและตั้งชื่อ ไม่ต่างจากฮวาซอง-15 มันเป็นขีปนาวุธที่มีการใช้เชื้อเพลิงเหลว 2 ขั้นตอน แต่ว่าสามารถเดินทางได้ในระยะและรัศมีที่ไกลกว่า นอกจากนี้ยังอาจติดตั้งหัวรบได้หลายหัวด้วย

 

 

เชื่อกันว่าอาวุธขนาดใหญ่นี้สามารถที่จะส่งหัวรบนิวเคลียร์ไปได้ทุกที่ในสหรัฐฯ และขนาดของมันถึงกับทำให้นักวิเคราะห์ที่คุ้นเคยรู้สึกประหลาดใจ เมื่อมีการนำออกมาแสดงในปีที่แล้ว

 

 

ไม่กี่เดือนต่อมา ในเดือน ม.ค. 2021 เกาหลีเหนือได้เปิดตัวขีปนาวุธที่ปล่อยจากเรือดำน้ำชนิดใหม่ในการแสดงแสนยานุภาพของกองทัพ ซึ่งเกาหลีเหนือประกาศว่า เป็น "อาวุธที่ทรงพลังที่สุดในโลก"

 

 

ย้อนไปเมื่อตอนนั้น ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การเปิดตัวขีปนาวุธใหม่นี้ดูเหมือนจะเป็นการส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลของนายไบเดนถึง ความสามารถทางการทหารที่เพิ่มมากขึ้นของเกาหลีเหนือ

 

 

จากนั้นในเดือน มี.ค. เกาหลีเหนือได้ปล่อยสิ่งที่เรียกว่า "ขีปนาวุธวิถีโค้งนำวิถีชนิดใหม่"

 

 

เกาหลีเหนือระบุว่า ขีปนาวุธชนิดใหม่นี้สามารถบรรทุกน้ำหนักได้ 2.5 ตัน ซึ่งทำให้มันสามารถบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ได้

 

 

อาวุธนี้ยังไม่ได้มีการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ แต่นักวิเคราะห์ที่ศูนย์เจมส์ มาร์ตินเพื่อศึกษาการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (James Martin Centre for Nonproliferation Studies) กล่าวกับรอยเตอร์ว่า ดูเหมือนว่า จะเป็น "การพัฒนาดัดแปลง" มาจากเคเอ็น-23 (KN-23) ซึ่งเป็นขีปนาวุธที่ได้รับการทดสอบแล้วก่อนหน้านี้

BBC

ก่อนหน้านี้ นายคิมเคยประกาศว่า สหรัฐฯ เป็น "ศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุด" ของเกาหลีเหนือ และเขาได้แสดงบัญชีรายชื่ออาวุธที่ต้องการครอบครอง รวมถึงขีปนาวุธพิสัยไกลที่สามารถยิงจากพื้นดินหรือในทะเล และ "หัวรบขนาดใหญ่พิเศษ"

 

 

เกาหลีเหนือมีความก้าวหน้าในการพัฒนาอาวุธอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งที่เผชิญกับการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างเข้มงวด

 

 

ระเบิดเทอร์โมนิวเคลียร์

เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2017 เกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ที่ศูนย์ทดสอบพุงกเย-รี (Punggye-ri)

 

 

มีการประเมินถึงอานุภาพในการระเบิดของระเบิดชนิดนี้ระหว่าง 100-370 กิโลตัน ซึ่งระดับ 100 กิโลตัน มีความรุนแรงมากกว่า 6 เท่าของระเบิดที่ถูกทิ้งถล่มเมืองฮิโรชิมาของญี่ปุ่นในปี 1945

 

 

เกาหลีเหนืออ้างว่า การทดสอบนี้เป็นการทดสอบอาวุธเทอร์โมนิวเคลียร์ครั้งแรกของเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นอาวุธนิวเคลียร์ที่มีการจุดชนวนปรมาณูด้วยกระบวนการฟิวชัน 2 ระดับ เพื่อที่จะทำให้เกิดการระเบิดที่รุนแรงมากขึ้น

 

 

หน่วยข่าวกรองทางการทหารของสหรัฐฯ เชื่อว่า เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการทำให้หัวรบนิวเคลียร์มีขนาดเล็กลงเพื่อติดตั้งภายในขีปนาวุธได้

 

 

ในเดือน เม.ย. 2018 เกาหลีเหนือประกาศว่า จะระงับการทดสอบนิวเคลียร์ในอนาคต เพราะได้มีการ "ตรวจสอบยืนยัน" ขีดความสามารถของเกาหลีเหนือแล้ว

 

 

จากนั้น เกาหลีเหนือได้รับปากว่าจะรื้อถอนศูนย์ทดสอบพุงกเย-รี และในเดือน พ.ค. ก็ได้ระเบิดอุโมงค์โดยมีผู้สื่อข่าวต่างประเทศบางส่วนร่วมสังเกตการณ์ แต่ไม่มีผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศอยู่

 

 

รัฐบาลเกาหลีเหนือ ระบุในตอนนั้นด้วยว่า จะทำลายโรงงานเสริมสมรรถนะวัตถุนิวเคลียร์ทั้งหมดของเกาหลีเหนือด้วย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง