5 เทคนิคออมเงิน ทำตามง่าย วางแผนให้มีเงินเก็บตามเป้า เคยไหม พอสิ้นเดือนทีไร เงินเดือนไม่เหลือทุกที นั่นอาจเป็นเพราะว่าเรากำลังใช้เงินไม่ถูกวิธีอยู่หรือเปล่า? ใครกำลังประสบปัญหาเงินช็อตทุกสิ้นเดือน ภูเขาเล่าไปเรื่อย จะมาแชร์ 5 เทคนิคออมเงินที่ผมใช้แล้วได้ผลกับตัวเอง เป็นวิธีที่ไม่ซับซ้อนและสามารถนำไปปรับใช้ได้ตามความเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นวัยทำงานหรือนักศึกษาที่อยากเริ่มต้นมีเงินเก็บก็ตามครับ ทริคที่ 1 เงินเดือนเข้าปุ๊บ หักออมก่อนปั๊บ หลายคนมักคิดว่า พอเงินเดือนเข้าปุ๊บก็ใช้ไปก่อน เหลือเท่าไรค่อยออม แต่ถ้าเราคิดแบบนี้ บอกเลยว่าการออมเงินอาจกลายเป็นเรื่องยากขึ้นทันที เพราะบางครั้งพอถึงสิ้นเดือน เงินที่เหลืออาจไม่เพียงพอให้เก็บเลยก็ได้ ผมเลยอยากชวนให้เปลี่ยนความคิดใหม่ จากใช้ก่อนแล้วค่อยออม เป็น ออมก่อนใช้ เมื่อได้รับเงินมาแล้ว ให้แบ่งเงินส่วนหนึ่งเข้าบัญชีเงินออมทันที โดยอาจเริ่มต้นที่ 10% ของรายได้ แล้วค่อยปรับเพิ่มเป็น 20% เมื่อจัดการรายจ่ายได้ลงตัว หากใครกลัวลืมหักเงินออม ปัจจุบันแอปธนาคารหลายแห่งมีระบบตั้งโอนเงินอัตโนมัติ ช่วยให้เราเก็บเงินได้สม่ำเสมอโดยไม่ต้องคอยทำเองทุกเดือนครับ เมื่อเราออมก่อนใช้ ก็จะช่วยให้มีเงินเก็บตามแผนที่วางไว้ และยังบริหารเงินส่วนที่เหลือได้อย่างสบายใจมากขึ้นด้วย ทริคที่ 2 ใช้สูตรบริหารเงิน 50 : 30 : 20 เมื่อเราได้รับเงินมาแล้ว ลองแบ่งเงินออกเป็น 3 ส่วน ตามสูตร 50:30:20 ซึ่งเป็นแนวทางบริหารเงินที่ช่วยให้เราเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า แต่ละเดือนควรใช้เงินกับอะไรบ้าง 50% สำหรับรายจ่ายจำเป็น เช่น ค่าอาหาร ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าเดินทาง 30% สำหรับซื้อความสุขส่วนตัว เช่น ซื้อเสื้อผ้า ช็อปปิ้ง หรืออกไปกินข้าวกับเพื่อน 20% สำหรับเงินออมและเงินลงทุน เพื่อสร้างเงินสำรองและวางแผนเป้าหมายทางการเงินในอนาคต การแบ่งเงินเป็นสัดส่วนชัดเจนจะช่วยให้เราควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น และลดโอกาสที่เงินจะหมดไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็นครับ อย่างไรก็ตาม สูตรนี้ไม่ใช่กฎตายตัว หากใครมีรายได้น้อยหรือมีภาระค่าใช้จ่ายจำเป็นสูง ก็สามารถปรับสัดส่วนให้เหมาะกับสถานการณ์ของตัวเองได้ ขอเพียงมีเงินส่วนหนึ่งที่จัดสรรไว้สำหรับการออมอย่างสม่ำเสมอก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้วครับ ทริคที่ 3 แบ่งบัญชีเงินใช้จ่ายกับเงินออมให้ชัดเจน แม้เราจะแบ่งเงินออมไว้แล้ว แต่ถ้าใช้บัญชีเดียวกับเงินที่ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ก็อาจเผลอนำเงินที่อุตส่าห์เก็บไว้ออกมาใช้โดยไม่รู้ตัวได้ ผมจึงแนะนำให้แยกบัญชีเงินใช้จ่ายกับเงินออมออกจากกันให้ชัดเจน หากเป็นไปได้ อาจเลือกบัญชีเงินออมที่ไม่ได้ผูกไว้กับการใช้จ่ายประจำวัน เพื่อลดโอกาสที่จะเผลอนำเงินออกมาใช้ครับ ส่วนตัวผมจะแบ่งบัญชีใช้จ่าย 2 บัญชี และบัญชีเงินสำหรับเก็บเงินอีก 2 บัญชี โดยเงินออมจะแบ่งเป็นบัญชีออมทรัพย์สำหรับสำรองเงินฉุกเฉิน และอีกส่วนสำหรับลงทุนผ่านกองทุนรวมตามความเหมาะสมของเป้าหมายและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ สำหรับเงินสำรองฉุกเฉิน ผมแนะนำให้เน้นเก็บไว้ในบัญชีที่ถอนมาใช้ได้สะดวก ส่วนเงินที่นำไปลงทุนควรศึกษาความเสี่ยงและเงื่อนไขการขายคืนให้ดีก่อน เพราะกองทุนรวมมีโอกาสขาดทุน และไม่ได้ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยแน่นอนเหมือนเงินฝากบางประเภทครับ ทริคที่ 4 ตั้งเป้าหมายการออมเงินให้ชัดเจน การออมเงินจะมีทิศทางมากขึ้น หากเรารู้ว่ากำลังเก็บเงินไปเพื่ออะไร ต้องการเงินเท่าไร และอยากทำให้สำเร็จเมื่อไร ผมจึงแนะนำให้ลองตั้งเป้าหมายการออมตามหลัก SMART ซึ่งช่วยให้เราวางแผนได้ชัดเจนขึ้น ดังนี้ Specific : กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน เช่น เก็บเงินไปเที่ยว ซื้อบ้าน หรือเก็บเงินไว้ใช้ยามเกษียณ Measurable : ระบุจำนวนเงินที่ต้องการเก็บให้วัดผลได้ เช่น เก็บเงินให้ได้ 10,000 บาท Achievable : ตั้งเป้าหมายที่ทำได้จริง ไม่ฝืนออมจนกระทบค่าใช้จ่ายจำเป็น Realistic :วางแผนให้สอดคล้องกับรายได้ รายจ่าย และสถานการณ์ทางการเงินปัจจุบัน Time-bound : กำหนดกรอบเวลาว่าต้องการเก็บเงินให้สำเร็จเมื่อไร เช่น ภายใน 12 เดือน ตัวอย่างเช่น หากเราอยากเก็บเงินให้ได้ 12,000 บาทภายใน 1 ปี ก็ต้องออมให้ได้เฉลี่ยเดือนละ 1,000 บาท เมื่อมีเป้าหมายที่ชัดเจน เราก็จะรู้ว่าต้องแบ่งเงินเก็บเดือนละเท่าไร และสามารถติดตามความคืบหน้าได้ง่ายขึ้นครับ สำหรับผม การตั้งเป้าหมายช่วยให้การออมเงินมีทิศทางมากขึ้น แถมยังทำให้รู้สึกสนุกกับการเก็บเงิน เพราะเราสามารถเห็นความคืบหน้าของตัวเองได้เรื่อย ๆ ทริคที่ 5 บันทึกรายรับรายจ่าย เช็กพฤติกรรมการใช้เงิน บางครั้งเราอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเราเสียเงินไปกับอะไรบ้าง กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ถึงสิ้นเดือนแล้ว เงินในบัญชีกลับเหลือน้อยกว่าที่คิด การบันทึกรายรับรายจ่ายจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้เราเห็นภาพการเงินของตัวเองชัดเจนขึ้น เพราะจะทำให้รู้ว่าแต่ละเดือนมีรายได้เท่าไร ใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง และมีค่าใช้จ่ายส่วนไหนที่สามารถลดลงได้ ปัจจุบันมีแอปบันทึกรายรับรายจ่ายให้เลือกใช้มากมาย เช่น MeowJot หรือ Happy Money ซึ่งมีเครื่องมือช่วยให้การจดบันทึกและติดตามค่าใช้จ่ายสะดวกขึ้น หากใครไม่สะดวกใช้แอป จะจดลงสมุดหรือทำตารางในโทรศัพท์ก็ได้เหมือนกันครับ ขอเพียงบันทึกอย่างสม่ำเสมอ แล้วลองทบทวนรายจ่ายทุกสิ้นเดือนว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรที่ไม่จำเป็นหรือสามารถปรับลดได้บ้าง เมื่อเรารู้พฤติกรรมการใช้งานของตัวเอง ก็จะวางแผนงบประมาณในเดือนถัดไปได้ง่ายขึ้น และมีโอกาสเหลือเงินไว้เก็บออมมากกว่าเดิมครับ Q&A เกี่ยวกับทริคออมเงิน Q1 มีวิธีออมเงินแบบสนุก ๆ ไหม? A1 ผมมี 2 วิธีออมเงินมาแชร์กันครับ วิธีที่ 1 : เก็บเงินตามวันที่ เริ่มจากวันที่ 1 เก็บเงิน 1 บาท วันที่ 2 เก็บเงิน 2 บาท ทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จนถึงวันที่ 365 เก็บเงิน 365 บาท หากทำครบ 365 วัน จะมีเงินเก็บรวม 66,795 บาท วิธีที่ 2 : สะสมแบงก์ 50 บาท เมื่อได้รับธนบัตร 50 บาทมาเมื่อไร ก็เก็บใส่กระปุกทันที แทนที่จะนำไปใช้จ่าย ทั้งสองวิธีช่วยให้การออมเงินสนุกและท้าทายขึ้น แต่สำหรับวิธีเก็บเงินตามวันที่ เงินที่ต้องเก็บจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ใครที่มีงบจำกัดอาจปรับจำนวนเงินให้เหมาะกับรายได้ของตัวเองได้ครับ Q2 มีวิธีแก้เผ็ดหรือปรับนิสัยเมื่อเผลอเอาเงินไปซื้อของฟุ่มเฟือยอย่างไร? A2 เมื่อผมเผลอใช้เงินซื้อของฟุ่มเฟือยเกินงบ ผมจะใช้วิธีตั้งเป้าหมายออมเงินคืนให้ตัวเอง โดยอิงจากราคาสินค้าที่ซื้อไป และเพิ่มเป้าหมายเงินออมบวกอีก 10% ของราคาสินค้า เปรียบเสมือนการจ่ายดอกเบี้ยให้ตัวเองครับ ตัวอย่างเช่น หากซื้อของราคา 1,000 บาท ก็จะตั้งเป้าหมายเก็บเงินคืน 1,100 บาท วิธีนี้ช่วยให้ผมได้ทบทวนพฤติกรรมการใช้เงิน และเพิ่มเงินออมไปพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม ผมมองว่าวิธีนี้เป็นเพียงกติกาส่วนตัวที่ใช้ฝึกวินัย ไม่จำเป็นต้องทำตามทุกคน หากใครมีภาระค่าใช้จ่ายสูง อาจเริ่มจากการหยุดซื้อของที่ไม่จำเป็นและค่อย ๆ เติมเงินออมให้กลับมาตามเป้าหมายก่อนก็ได้ครับ Q3 รายจ่ายเยอะแก้อย่างไร? A3 หากรู้สึกว่ามีรายจ่ายเยอะเกินไป ผมแนะนำให้เริ่มจากการจดบันทึกค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน เพื่อดูว่าเราเสียเงินไปกับอะไรบ้าง จากนั้นค่อยพิจารณาว่ารายจ่ายส่วนไหนสามารถลดลงได้ ตัวอย่างเช่น ลดการซื้อกาแฟจากร้านด้วยการชงดื่มเองที่บ้าน อีกวิธีที่ช่วยได้คือการตั้งงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายแต่ละประเภท เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และค่าความบันเทิง สิ่งสำคัญคือไม่จำเป็นต้องตัดรายจ่ายทุกอย่างจนตัวเองลำบาก แต่ควรเลือกปรับลดสิ่งที่ไม่จำเป็น เพื่อให้มีเงินเหลือสำหรับการออมมากขึ้นในระยะยาว วินัย คือทริคออมเงินที่สำคัญที่สุด ทั้ง 5 เทคนิคการออมเงินที่ผมแชร์ไป จะช่วยให้เราเริ่มต้นวางแผนการออมเงินได้ง่ายขึ้น แต่สิ่งที่จะทำให้การออมเงินเห็นผลในระยะยาว คือการมีวินัยและทำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการออมก่อนใช้ การบันทึกรายรับรายจ่าย หรือการควบคุมค่าใช้จ่ายให้เหมาะสมกับรายได้ของตัวเอง เราไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นออมเงินด้วยจำนวนมาก ๆ ตั้งแต่แรก แต่สามารถเริ่มจากเงินจำนวนเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามกำลังของตัวเอง ขอเพียงไม่ละทิ้งเป้าหมายและหมั่นทบทวนแผนการเงินอยู่เสมอ ก็จะช่วยให้เราเข้าใกล้เป้าหมายการออมมากขึ้นครับ แล้วคุณล่ะ มีทริคออมเงินอะไรที่อยากแนะนำบ้าง ลองมาแชร์กันหน่อยนะครับ Tags : #ทริคออมเงิน #เก็บเงิน #ออมเงิน #ฮาวทูเก็บเงิน #เก็บเงินอีกหนึ่งวิธี #มนุษย์เงินเดือน #การเงินส่วนบุคคล ภาพปกและภาพประกอบ : ภูเขาเล่าไปเรื่อย (ผู้เขียน) จัดทำด้วย Canva Infographic ที่ 1/2/3/4/5/6/7 : irasutoya จาก Canva บทความหมวดข่าวสารเรื่องอื่น ๆ ของผู้เขียน iPhone 18 duo VS Samsung fold 8 เทียบสเปกชัด ๆ Mid Year Sale กับ 5 เทคนิคช้อปแบบมือโปร เงินไม่หมดบัญชี ไทยช่วยไทยพลัส ใช้ยังไงให้คุ้ม? 5 เทคนิคที่ควรรู้ 10 กฏจราจร 2569 ที่หลายคนยังทำผิดไม่รู้ตัว หากคุณชื่นชอบบทความนี้ ขอฝากกดแชร์และติดตาม ภูเขาเล่าไปเรื่อย ผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ ผมยังมีบทความดี ๆ อีกมากมายรอเสิร์ฟให้ทุกคนได้เพลิดเพลินอยู่นะครับ! TrueID: ⛰️ ภูเขาเล่าไปเรื่อย ⛰️ Facebook Page: ภูเขาเล่าไปเรื่อย Instagram : pktravel2025 เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !