จากประสบการณ์ที่ผู้เขียนได้ทำงานร่วมกับเกษตรกรมากว่า 10 ปี สิ่งหนึ่งเลยที่ผู้เขียนสัมผัสได้เลย ก็คือเกษตรกรล้วนมีหนี้สินกันมากพอสมควร ที่เกิดจากการขาดทุนจากการทำการเกษตร เพราะว่าอยู่ดินฟ้าอากาศ และราคาผลผลิตที่ตกต่ำมากในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา และมิหนำซ้ำ ราคาปัจจัยการผลิตก็ไม่ได้ลดลงตามด้วย ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ย ยาต่าง ๆ ที่ต้องจ่ายกันแบบคงตัว แต่รายได้ไม่คงตัวภาพโดย Anurit Srikhomkham (ผู้เขียน)ด้วยเหตุนี้ทางผู้เขียนจึงอยากจะขอแบ่งปันอีกหนึ่งภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่ได้มีการแบ่งปัน ถ่ายทอดกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น ก็คือการนำจุลินทรีย์หลาย ๆ ประเภทที่เป็นประโยชน์กับเกษตรกร มาเล่าสู่กันฟัง ไม่ว่าจะเป็นจุลินทรีย์หยวกกล้วย จุลินทรีย์จอมปลวก จุลินทรีย์ราเขียวผู้พิทักษ์ และในวันนี้จะขอแบ่งปัน “จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง” ซึ่งถือว่าเป็นตัวที่มีประโยชน์มาก ถือว่าเป็นจุลินทรีย์สามัญประจำบ้าน และสวน ไร่ นา กันเลยทีเดียว เพราะว่าสามารถใช้กับสิ่งมีชีวิตได้ทั้งหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ และพืชผัก รวมถึงสิ่งแวดล้อม ดินและแหล่งน้ำของเรานั่นเองภาพโดย Anurit Srikhomkham (ผู้เขียน)จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงคืออะไร ? ไปเรียนรู้ร่วมกันเลยครับ แล้วจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กมาก โดยทั่วไปแล้วโดยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นในดิน และในแหล่งน้ำทั่วไป ซึ่งถือว่าเป็นตัวที่มีประโยชน์กับระบบนิเวศมาก ๆ แต่เนื่องจากปัจจุบันเราใช้สารเคมีเป็นจำนวนมากและต่อเนื่อง เลยทำให้ลดน้อยลงไปมาก หรือบางที่แทบจะไม่มีเลย ทำให้เราต้องขยายเชื้อเพื่อลงไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของเราภาพโดย Anurit Srikhomkham (ผู้เขียน)จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงมีประโยชน์อย่างไร ? มีประโยชน์มากมายหลายข้อเลยดังนี้- ช่วยปรับปรุงโครงสร้างดิน ลดความเป็นกรด และทำให้ดินโปร่งร่วนซุย- ช่วยบำบัดน้ำเสีย เพราะจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจะทำหน้าที่ดิน และย่อยสลายของเสีย- ช่วยตรึงปุ๋ยตัวแรก คือไนโตรเจน ซึ่งใช้ช่วยทดแทนการใช้ยูเรียได้ในระดับหนึ่งเลย- ช่วยทำให้ป้องกันเชื้อราที่เดินกับพืช ผัก ผลไม้ของเราได้เป็นอย่างดี- ช่วยทำให้ต้นไม้แตกใบใหม่ สมบูรณ์สวยงาม เพราะว่ามีธาตุอาหารอยู่หลายตัว- ช่วยกระตุ้นรากฝอย และทำให้ต้นไม้แข็งแรง และมีภูมิคุ้มกันโรคภาพโดย Anurit Srikhomkham (ผู้เขียน)วัตถุดิบในการนำมาผลิต มีดังนี้ หัวเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง, น้ำเปล่าจากแหล่งธรรมชาติ, ขวดหรือถังน้ำขนาดอย่างน้อย 1.5 ลิตรเป็นต้นไป, ไข่ไก่ 1 ฟอง, น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ, กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ , ผงชูรส 1 ช้อนโต๊ะภาพโดย Anurit Srikhomkham (ผู้เขียน)ส่วนวิธีการทำก็ไม่ยากเลย เริ่มต้นจากการตอกไข่ไก่ 1 ฟองมาผสมคนให้เข้ากันกับน้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ , ผงชูรส 1 ช้อนโต๊ะ เตรียมไว้ก่อน แล้วนำหัวเชื้อจุลินทรีย์ใส่ไปในขวดน้ำ ตามด้วยไข่ไก่ที่เราทำการผสมไว้แล้ว 1 ช้อนโต๊ะใส่เข้าไปในขวด จากนั้นใส่น้ำให้เต็มขวดขนาด 1.5 ลิตรแล้วเขย่าให้เข้ากัน และนำไปตากแดดประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นจะเห็นได้ว่าน้ำจะกลายเป็นสีแดง แสดงว่าเชื้อเดินเต็มที่ สามารถนำไปใช้งาน หรือใช้เป็นหัวเชื้อขยายต่อได้แล้วครับภาพโดย Anurit Srikhomkham (ผู้เขียน)ทางผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่ เพื่อน ญาติ พี่น้องชาวเกษตรกร ซึ่งสามารถทำเองได้ต้นทุนไม่สูง เป็นการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เพ่ิมผลกำไรให้กับเกษตรกรนั่นเอง อย่าลืมแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ นี้ แล้วเจอกันในบทความหน้าครับ