ศบค.วอนปชช.วางใจ'โรงแรมกักตัว'มีมาตรการดี หากพบรูรั่วแจ้งทันที ไม่พบเชื้อทหารมะกัน

ศบค.วอนปชช.วางใจ'โรงแรมกักตัว'มีมาตรการดี หากพบรูรั่วแจ้งทันที ไม่พบเชื้อทหารมะกัน
มติชน
7 สิงหาคม 2563 ( 13:51 )
25
ศบค.วอนปชช.วางใจ'โรงแรมกักตัว'มีมาตรการดี หากพบรูรั่วแจ้งทันที ไม่พบเชื้อทหารมะกัน

กรณีที่มีการให้เข้าพักในสถานกักกันโรคทางเลือก (Alternative State Quarantine) โดยบางแห่งเปิดให้บริการอื่นกับประชาชนภายนอกด้วย อาทิ สปา ร้านอาหาร จึงสร้างความกังวลใจ และอยากให้มีการแจ้งหรือติดป้ายที่บริเวณหน้าโรงแรมว่าเป็นสถานกักกันโรคฯ เพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจเข้าใช้บริการ

 

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)(ศบค.) กล่าวถึงกรณีนี้ว่า เรื่องของการเปิดเผยชื่อโรงแรม มีการเปิดเผยบนเว็บไซต์ hsscovid.com ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) โดยไม่มีการปิดบังแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณโรงแรมที่ต้องมีคุณภาพสูง ผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ที่ได้รับรองจาก สธ.และฝ่ายความมั่นคง

 

“ส่วนเรื่องของการประกาศติดป้ายหน้าโรงแรม ต้องเป็นสิทธิของทางโรงแรม ซึ่งผมว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะว่าจะต้องเป็นโรงแรมระดับสูงเท่านั้น ถึงได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วม แต่ว่าบางโรงแรมใช้ปีกด้านหนึ่งของโรงแรม ลิฟต์แยกออกไป ในรายละเอียดต่างๆ ถูกควบคุมจาก สธ.และฝ่ายความมั่นอย่างละเอียด อย่างไรก็ตามการประกาศขึ้นอยู่กับทางโรงแรม การใช้ประโยชน์ประกาศถึงประสิทธิภาพ การทำงานของโรงแรมนั้นก็จะเป็นด้านดี แต่หากการติดประกาศนั้นจะก่อให้เกิดความตื่นตระหนกต่อผู้เข้าใช้บริการ ซึ่งความกังวลมากเกินไป เราหยุดโควิด และเราก็จะหยุดเศรษฐกิจด้วย ซึ่งไม่ดี ไม่ตรงกับสิ่งที่เราต้องการ เราต้องการหยุดโควิด แต่ไม่หยุดเศรษฐกิจ” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เป้าหมายของโรงแรมคือ การล็อกดาวน์สำหรับการเข้าพักในกลุ่มผู้ที่อยากแบ่งเบาภาระของรัฐในการจ่ายค่าสถานกักกันโรคฯ แบบ State Quarantine ซึ่งนำมาสู่ภาคเอกชนให้ได้ประโยชน์จากส่วนนี้ด้วย โดยจะต้องมีมาตรการ เช่น แบ่งพื้นที่เฉพาะผู้กักตัว อยู่ในห้องส่วนตัวโดยเฉพาะ รับประทานอาการคนเดียว แยกของใช้ ตรวจหาเชื้อโควิด-19 จำนวน 2 ครั้ง แพทย์และพยาบาลดูแล 24 ชั่วโมง มีระบบความปลอดภัย CCTV มีมาตรการที่ผ่านการควบคุมโรค และหากไม่ครบ 14 วันห้ามออกไปข้างนอก ส่วนเหตุการณ์ จ.ระยองที่มีการเดินออกไปภายนอกโรงแรม เป็นบทเรียนสำคัญที่ ศบค.ต้องกำกับไปยังทุกแห่งให้ปฏิบัติตาม โดยจะต้องแจ้งว่าผู้ที่เข้าพักยังไม่ใช่ผู้ป่วย และมีการตรวจหาเชื้อมากกว่า 2 ครั้ง หากพบว่าป่วยก็จะนำส่งโรงพยาบาล(รพ.) ทันที

 

“โดยจะเคยเกิดขึ้น และขอกล่าวชื่อโรงแรม คือ โรงแรม เดอะ ภัทรา ที่เข้ามาร่วมกับเราแรกๆ และมีข่าวเกิดขึ้น โดยท่านนายกฯ ฐานะ ผอ.ศบค. ได้เดินตรวจด้วยตัวเอง ที่สุดแล้วเกิดความสบายใจ ประชาชน สังคม ชุมชนรอบโรงแรมมั่นใจ ทุกอย่างก็ดำเนินต่อไปได้ ส่วน รพ.คือ สถาบันบำราศนราดูร รับรักษาโควิดโดยเฉพาะ มีผู้ป่วยหนักพร้อมกันกว่า 30 ราย โดยที่ติดเชื้อชัดๆ แต่ยังอยู่ใน รพ.ได้ และรักษาหายไปจนหมด และไม่มีปรากฏว่าคนที่กระทรวงสาธารณสุขที่รั้วติดกัน ก็ไม่มีใครติด และทั้ง จ.นนทบุรี ก็ไม่มีข่าวว่าได้รับเชื้อจากทางนี้ ทั้งที่ในการรักษาอื่นใน รพ.ก็มีคนเข้าออกวันหนึ่งหลายร้อยคน ระบบต่างๆ ก็ดูแลกันได้” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

 

นพ.ทวีศิลป์กล่าว และว่า ประเทศไทยมีความตระหนักมากพอสมควรในการระวังไม่ให้มีการนำเชื้อเข้าประเทศ แต่ไม่ตระหนกจนทำให้ทุกอย่างหยุดชะงักไป ล่าสุดเมื่อเช้าหารือกันว่าจะมีนักธุรกิจจากจีนเข้ามาเพื่อส่งออกลำไยของไทย มูลค่ากว่าพันล้าน โดยเขายินยอมทุกอย่างในการกักกันตัว 14 วัน เพื่อให้ได้เข้ามาลงทุนทำธุรกิจ และหลังจากนี้ก็จะมีการเข้ามาในระยะสั้น ซึ่งทุกอย่าง ศบค. อนุมัติเชิงหลักการแล้ว ที่เหลือเป็นส่วนของกระทรวง ทบวง กรม ที่จะต้องนำไปปฏิบัติ โดยขณะนี้คนไทยแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่ตระหนักไปจนถึงตระหนก และอีกกลุ่มคือ ไม่ตระหนักและหย่อนยานไปเลย เช่น ไม่สวมหน้ากากอนามัย การ์ดเริ่มตก ซึ่งไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นัก ดังนั้นเราจะต้องบาลานซ์ 2 กลุ่มนี้ให้พอดี เพื่อหยุดโควิดแต่ไม่หยุดเศรษฐกิจไทย

 

“ทุกท่านเป็นหูเป็นตาให้ด้วย ที่บอกว่าถ้ารั่วขึ้นมา ศบค.ต้องรับผิดชอบให้ด้วย จริงๆ คนที่เข้ามาจะต้องรับผิดชอบตัวเองก่อน และหน่วยงานจะต้องดูแล เชิงนโยบายนี้เราก็รับผิดชอบร่วมกัน และหากประชาชนคนไทยเห็นสิ่งที่ไม่เป็นไปตามที่เราว่า ก็ฝากให้โทรมาที่สายด่วน 1422 ได้ทันที” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

 

เมื่อถามว่าในส่วนของการนำทหารสหรัฐอเมริกาเข้ามาในประเทศ มีผลตรวจอย่างไร และพักอยู่ที่โรงแรมใดบ้าง นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ทางกองทัพบกที่เป็นเจ้าภาพได้ร่วมมือกับ สธ. มีการรายงานไปแล้ว แต่เบื้องต้นได้รับรายงานจาก สธ.ว่า ผลการตรวจทั้ง 110 ราย ในที่พัก 3 โรงแรม คือ โรงแรมอนันตรา ริเวอร์ไซด์ โรงแรมดิไอดอล และ โรงแรมคอนราด ทั้งหมดในตอนนี้ผลตรวจเชื้อ ยังไม่พบเชื้อ และไม่มีข้อกังวลใด และทางหน่วยงาน 2 แห่งจะมีการรายงานเป็นระยะต่อไป

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง