ภาพถ่ายโดย Skitterphoto จาก Pexels จากเหตุการณ์กราดยิงของจ่าคลั่งที่ทำให้คนไทยที่ตกอยู่ในเหตุการณ์ใจสั่นขวัญผวา และทำให้ผู้คนที่ตามเสพข่าวน่าสลดใจนี้รู้สึกจิตตกหดหู่ เป็นที่รู้กันว่าจ่าคลั่งโดนวิสามัญจนลาโลกนี้ไปแล้ว แต่ความโหดร้ายที่จ่าคลั่งฝากไว้ให้คนไทยยังคงตามหลอกหลอน โดยเฉพาะคนที่ตกอยู่ในเหตุการณ์น่าหวาดกลัวนี้อาจได้รับผลกระทบจนเกิดบาดแผลในจิตใจ (trauma) อาจนำไปสู่อาการ “Post-Traumatic Stress Disorder” เรียกสั้นๆว่า “PTSD” แล้วเจ้า PTSD คืออะไร? เรามาทำความรู้จักเจ้านี่กันดีกว่า ภาพถ่ายโดย Kam Pratt จาก Pexels Post-Traumatic Stress Disorder (PTSD) คือโรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง หรือสภาวะป่วยทางจิตใจ เมื่อเผชิญกับเหตุการณ์ร้ายแรงที่กระทบกระเทือนจิตใจ เช่น อยู่ในเหตุการณ์กราดยิง พบเห็นการฆาตกรรม การถูกข่มขืน การอยู่ในสงคราม เผชิญอุบัติเหตุรุนแรง เจอภัยพิบัติ ส่งผลให้เกิดความเครียดเรื้อรัง ถ้าเป็นหนักเป็นนานมากกว่า 1 เดือน จะทำให้มีอาการทางประสาท อาจทำให้เป็นโรคซึมเศร้า และอาจนำไปสู่การฆ่าตัวตายเพื่อหนีจากความทุกข์ทรมานทางจิตใจ แล้วคนที่เป็น PTSD เขามีอาการอย่างไรบ้าง? เรามาทำความเข้าใจหัวอกคนที่เผชิญอาการเจ้านี่กันเถอะ ภาพถ่ายโดย David Garrison จาก Pexels ผู้ที่เข้าข่ายเสี่ยงเป็นภาวะ PTSD จะมีอาการช่วงแรกประมาณ 1 เดือน เราจะเรียกว่า “ระยะทำใจ (Acute Stress Disorder)” หรือ “อาการเครียดเฉียบพลัน” ระยะที่สองจะกินเวลานานมากกว่า 1 เดือน อาจเป็นปีๆ ระยะนี้จะมีอาการสำคัญ 4 อย่าง คือ 1. เห็นภาพเหตุการณ์ร้ายแรงนั้นตามหลอกหลอนอยู่บ่อยๆ หรือฝันร้ายถึงเหตุการณ์นั้นซ้ำๆ 2. อาการ “Flash Back” คือเกิดการตื่นตัว จะเห็นเหตุการณ์นั้นกำลังจะเกิดขึ้นกับเราอีกครั้ง ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ เกิดความหงุดหงิด โมโหร้าย ก้าวร้าว นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย ตกใจง่าย ใจสั่น ขวัญผวา ความดันโลหิตสูง ไม่มีสมาธิ เครียดง่าย ร้องไห้บ่อย 3. พยายามหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่จะทำให้กระทบกระเทือนจิตใจ เช่น การตกอยู่ในสถานการณ์ที่คล้ายคลึง การเห็นคลิปและภาพเหตุการณ์จากข่าว การพูดถึงจากบุคคลอื่น 4. เกิดอารมณ์ด้านลบ รู้สึกชีวิตหดหู่ ทรมาน ทุกข์ใจ สิ้นหวัง ไม่สนใจดูแลตัวเอง ทำกิจวัตประจำวันที่เคยทำไม่ได้ คิดฆ่าตัวตายเพื่อหนีความทุกข์ทรมาน หรือพึ่งสารเสพติดเพื่อทำให้ตัวเองลืมความเจ็บปวดแล้วรู้สึกดีขึ้น แต่ผลที่ได้รับกลับแย่กว่าเดิมทั้งสมอง ร่างกาย และจิตใจ ภาพถ่ายโดย Joanne Adela Low จาก Pexels เมื่อเรารู้จักและทำความเข้าใจเจ้า PTSD แล้ว ถึงเวลาที่เราจะหมั่นสังเกตตัวเองและคนรอบข้างว่าเข้าข่ายอาการนี้หรือเปล่า เพื่อที่เราจะได้รักษาให้ทันก่อนที่มันจะกลืนกินจิตใจเราจนนำไปสู่การฆ่าตัวตาย ทีนี้เรามาเรียนรู้ที่จะหลีกเลี่ยงหรือเยียวยาและบรรเทาให้อาการนี้ทุเลาลงกันดีกว่า ภาพถ่ายโดย Joanne Adela Low จาก Pexels 1. งดเสพข่าวที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะได้ไม่จมจ่อมกับเหตุการณ์นั้น 2. หากิจกรรมที่ตัวเองชอบทำเพื่อไม่หมกมุ่นอยู่กับเหตุการณ์นั้น 3. ออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายได้หลั่งสารแห่งความสุขคือ endorphin 4. หาคนที่เราพูดคุยระบายได้ เล่าความรู้สึกออกมา เพื่อปลดปล่อยสิ่งที่อยู่ในใจ 5. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ระบบประสาทได้ฟื้นฟูสภาพ 6. หากทำทุกอย่างแล้วยังไม่ดีขึ้นหรือมีอาการเรื้อรังนานมากกว่า 1 เดือน ให้ไปพบจิตแพทย์และนักจิตวิทยา เพื่อรับยาและทำจิตบำบัด ภาพถ่ายโดย Trinity Kubassek จาก Pexels นับวันประเทศไทยเกิดเหตุการณ์ทรุนแรงขึ้นทุกที ผู้คนที่เสียสุขภาพจิตก็เริ่มเยอะขึ้น การตายด้วยฝีมือตัวเองกลับเป็นการสิ้นสุดอวสานชีวิตของใครหลายคน ผู้เขียนอยากมีส่วนช่วยให้สังคมได้เข้าใจความป่วยทางจิต อยากบอกคนที่ป่วยทางจิตว่านี่ไม่ใช่เรื่องน่าปกปิดอีกต่อไป ถึงเวลาที่เราต้องยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วค่อยๆหาทางรักษาตัวเองและเยียวยาคนรอบข้างที่ได้รับผลกระทบ ผู้เขียนหวังว่าบทความที่ผู้เขียนพยายามรวบรวมข้อมูลและตั้งใจถ่ายทอด จะช่วยให้ผู้ที่ป่วยทางจิตยอมรับและเข้าสู่กระบวนการรักษา หวังว่าจะช่วยให้คนรอบข้างพวกเขาเหล่านั้นได้เข้าใจความทุกข์ทรมานของผู้ป่วย และสุดท้ายหวังว่าสังคมจะไม่มองว่าผู้ป่วยทางจิตคือคนบ้า ถึงเวลาที่เราต้องช่วยกันเยียวยาจิตใจซึ่งกันและกัน ขอบคุณผู้อ่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ ผู้เขียนจะผลิตบทความที่มีประโยชน์ ให้ทั้งความรู้ ข้อคิด ทัศนคติใหม่ๆ และช่วยเหลือสังคมให้ได้มากที่สุด ภาพถ่ายโดย ATC Comm Photo จาก Pexels