เปิดวาร์ป “5 สิ่งก่อสร้างแห่งปี 2025” จากสะพานจีนถึงบ้านบนดาวอังคารจำลอง

ในปี 2025 นับปีที่ที่วงการสถาปัตยกรรมชไม่ได้หยุดอยู่แค่การทำลายสถิติความสูง หรือความใหญ่โตเท่านั้น แต่ยังเป็นปีแห่งการปฏิวัติแนวคิดการก่อสร้างที่ผสานนวัตกรรมล้ำสมัย AI /ความยั่งยืน และวัฒนธรรมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
Huajiang Grand Canyon Bridge
เริ่มจากผลงานแรกกับ สะพานที่สูงที่สุดในโลกจากจีน นั่นคือสะพาน ฮวาเจียงแกรนด์แคนยอนด์ (Huajiang Grand Canyon Bridge) ซึ่งตั้งอยู่ในมณฑลกุ้ยโจว ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ
โครงการสะพานแขวนแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อช่วยลดเวลาที่ต้องใช้ในการเดินทางข้ามหุบเขา อีกทั้งยังช่วยเพิ่มการเชื่อมต่อและการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาค ยกระดับเศรษฐกิจ และเพิ่มการเติบโตให้เมืองใกล้เคียง
ตัวสะพานทั้งหมดมีความยาวรวม 2,890 เมตร โดยมีช่วงสะพานหลักยาว 1,420 เมตร และในส่วนโครงสร้างโครงเหล็กที่รับน้ำหนักหลักของสะพาน จะประกอบด้วยชิ้นส่วนมากถึง 93 ส่วน ซึ่งมีน้ำหนักรวมถึง 22,000 ตัน
เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ สะพานแห่งนี้มีความสูงเหนือแม่น้ำอยู่ที่ 625 เมตร หรือเทียบแล้วคือสูงถึง 2 เท่าของหอไอเฟล ที่มีความสูงแบบไม่รวมเสาอากาศ อยู่ที่ราว 300 เมตร ทำให้ทำลายสถิติทั้ง “สะพานที่สูงที่สุดในโลก” และยังเป็น “สะพานแขวนที่ใหญ่ที่สุดในโลกในพื้นที่ภูเขา” อีกด้วย
โดยในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทางจีนได้ทดสอบความแข็งแรงเชิงโครงสร้าง ด้วยการให้สะพานรับน้ำหนักรถบรรทุกจำนวน 96 คัน
การทดสอบรับน้ำหนักนี้ เป็นการจำลองสภาวะสุดขีด ด้วยน้ำหนักรวมแล้ว 3,360 ตัน เพื่อทดสอบขีดความสามารถสูงสุดของโครงสร้างสะพานภายใต้การใช้งานปกติ เพื่อการเปิดใช้งานต่อไป
Grand Egyptian Museum
ต่อกันที่ความสวยงามของ พิพิธภัณฑ์อียิปต์แห่งชาติ (Grand Egyptian Museum - GEM) ในประเทศอียิปต์ ที่ได้เปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่จัดแสดงวัตถุโบราณ แต่เป็นอนุสาวรีย์แห่งอารยธรรมที่เชื่อมโยงกาลเวลากว่า 4,000 ปีเข้าด้วยกัน ผ่านงานสถาปัตยกรรมที่ออกแบบให้มีแกนนำสายตามุ่งตรงไปยังมหาพีระมิด
ไฮไลท์สำคัญที่สุดคือการเป็นบ้านหลังใหม่ของสมบัติของฟาโรห์ตุตันคามุนกว่า 5,000 ชิ้น ซึ่งจะถูกนำมาจัดแสดงพร้อมหน้ากันทั้งชุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
นอกจากนี้ ผู้เข้าชมยังจะได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ของบันไดทอดยาวที่เรียงรายด้วยรูปปั้นฟาโรห์และเทพเจ้าขนาดมหึมา นำทางขึ้นสู่จุดชมวิวที่เผยให้เห็นฉากหลังของพีระมิดผ่านผนังกระจกขนาดยักษ์อย่างงดงาม
ในด้านนวัตกรรม พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังได้ใช้เทคโนโลยี Immersive Tech (VR/AR) และแว่นตา HoloLens ที่ช่วยจำลองภาพวิหารในสภาพสมบูรณ์หรือกรรมวิธีทำมัมมี่ให้ซ้อนทับกับวัตถุจริงตรงหน้า เพื่อให้ผู้เช้าชมสัมผัสกับกลิ่นอายของอารยธรรมโบราณได้อย่างสมจริงมากที่สุด
Minecraft British Isles
ส่วนข่าวนี้ เป็นสถาปัตยกรรมที่เกิดขึ้นบนโลกของเกมดัง ไมน์คราฟต์ ด้วยการใช้บล็อกในเกมกว่า 1 แสนล้านชิ้น จำลองโครงสร้างอาคารและแผนที่ทั้งเกาะบริเตนใหญ่ มาไว้ในเกมทั้งเกาะ
ผลงานนี้พัฒนาโดยหน่วยงานสำรวจแผนที่แห่งชาติของสหราชอาณาจักร (The UK’s national mapping service) ที่ใช้แพลตฟอร์มเกมยอดนิยมเพื่อสร้างแผนที่ของเกาะบริเตนใหญ่ ถอดแบบตำแหน่งสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังชวนผู้เล่นมาช่วยกันสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ บนแผนที่ในเกม ที่ถอดแบบมาจากโลกแห่งความจริงได้ เช่น หากต้องการสร้างรัฐสภาขึ้นมาใหม่ หรืออยากจะสร้างสะพานข้ามเมือง ก็ทำได้เช่นกัน
โดยทีมพัฒนายืนยันว่าในแพลตฟอร์มเกมนี้ พวกเขาจะจำลองสภาพแวดล้อมของทั้งหมู่เกาะอังกฤษ (British Isles) ที่สมจริง ครบถ้วนทั้งทางหลวง พืชพรรณ ทะเลสาบ แม่น้ำ ชายหาด ทางรถไฟ และเกาะต่าง ๆ
เป้าหมายก็เพื่อให้คนที่เล่นเกมนี้ ได้เห็นข้อมูลที่ทีมพัฒนาขึ้น และได้ลองออกไปสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ ในเกม จนกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกอยากออกไปสำรวจสถานที่เหล่านั้นในโลกความจริง เป็นการดึงดูดให้ผู้คนออกไปข้างนอก และเพลิดเพลินกับกิจกรรมกลางแจ้งมากขึ้นด้วย
ทีมพัฒนายังย้ำว่า ขนาดของแผนที่ทั้งหมด ที่พวกเขาได้จำลองลงไปในเกม มีขนาดใหญ่มาก โดยยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่าย ๆ ว่าถ้าผู้เล่นคนเดียว พยายามจะจำลองทั้งเกาะมาไว้ในเกมแบบที่พวกเขาทำนี้ ด้วยการวางบล็อกหนึ่งชิ้นต่อวินาที ก็ยังจะต้องใช้เวลาถึง 28,000 ปี จึงจะทำได้เสร็จสมบูรณ์
CHAPEA
ปิดท้ายกันด้วยสิ่งปลูกสร้างเพื่อการสำรวจอวกาศ กับผลงานการสร้างที่อยู่อาศัย ที่จำลองสภาพดาวอังคาร สำหรับใช้ในการฝึกฝนว่าที่นักบินอวกาศให้รับมือกับสภาวะที่ใกล้เคียงที่สุดในการทำภารกิจ
ที่อยู่อาศัยจำลองจากสภาพดาวอังคารนี้ ใช้การก่อสร้างด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ตั้งอยู่ที่ศูนย์อวกาศจอห์นสัน รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา
โครงการพัฒนาทั้งหมดนี้มีชื่อว่า ชาร์เพีย (CHAPEA) มีเป้าหมายเพื่อทำการสำรวจสุขภาพและสมรรถนะของลูกเรือในสภาวะจำลองจากสภาพแวดล้อมบนดาวอังคารที่นาซาสร้างขึ้น เพื่อศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ รวมถึงประสิทธิภาพในการทำงานของลูกเรือ ระหว่างปฏิบัติภารกิจในระยะยาว
โดยเดือนตุลาคมที่ผ่านมาได้มีการส่งลูกเรือจำนวน 4 คน ทดลองใช้ชีวิตเป็นเวลา 1 ปีเต็มภายในที่อยู่อาศัยขนาด 158 ตารางเมตร ข้างในมีห้องนอนส่วนตัว พื้นที่ส่วนกลาง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ สร้างขึ้นโดยใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยเพื่อดูว่าสามารถใช้วิธีการก่อสร้างนี้ บนดาวอังคารได้หรือไม่
โดยระหว่างการอยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมจำลองนี้ ลูกเรือที่ได้รับการคัดเลือก จะต้องแยกตัวจากครอบครัว และปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ เช่น จำลองการเดินในอวกาศบนดาวอังคาร การปลูกพืชเพื่อเป็นอาหารเสริม การบำรุงรักษาที่อยู่อาศัย ที่คาดว่าลูกเรือสำรวจดาวอังคารในอนาคตจะต้องเผชิญ
และถึงแม้ว่าที่อยู่อาศัยนี้ จะไม่สามารถจำลองแรงโน้มถ่วงบนพื้นผิวดาวอังคารซึ่งมีเพียงประมาณร้อยละ 38 เมื่อเทียบกับโลกได้ แต่การสร้างที่อยู่อาศัยแห่งนี้ จะบังคับให้ลูกเรือต้องพึ่งพาเสบียงอาหารและน้ำที่มีอย่างจำกัด รวมถึงต้องรักษากิจวัตรการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ทั้งนี้ NASA เผยว่าได้รวบรวมข้อมูลจากลูกเรือ เพื่อนำข้อมูลที่ได้ ไปใช้ในการวางแผนและเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคาร ซึ่งตั้งเป้าไว้ว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปี 2030
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
