พูดถึงประกันสังคมก็แน่นอนว่าหลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่ามันคือสวัสดิการหลัก ๆ ที่มีไว้เพื่อคุ้มครองแรงงานในระบบที่มีบริษัทนายจ้าง หรือข้อมูลผู้ว่าจ้างชัดเจน โดยที่ตัวแรงงานมีหน้าที่ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือน และจะได้รับการสนับสนุนเงินสมทบเพิ่มเติมจากนายจ้างและรัฐอีกส่วนหนึ่งด้วย ซึ่งการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนนี้จะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติขณะที่แรงงานมีสถานะการทำงานอยู่ กล่าวคือนายจ้างจะเป็นผู้หักเงินจากเงินเดือนของเราและนำส่งเข้ากองทุนให้นั่นเอง อย่างไรก็ตามประเด็นที่หลายคนมักสงสัยกันก็คือแล้วกรณีที่เราลาออกจากงานไปแล้วล่ะ เราจะยังต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมหรือไม่ และสวัสดิการคุ้มครองต่าง ๆ จะยังอยู่หรือไม่ ? ซึ่งวันนี้เองเราจะมาไขข้อข้องใจให้ได้ทราบกัน! เมื่อออกจากงานแล้วต้องจ่ายประกันสังคมต่อหรือไม่ ? หลังจากออกจากงานแล้ว โดยเปลี่ยนสถานะจากผู้มีงานทำกลายเป็นผู้ว่างงานนั้น ไม่ว่าจะเป็นกรณีถูกเลิกจ้าง หรือลาออกเองก็ตามขอตอบชัด ๆ เลยว่าเราไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกังสังคมต่อแล้ว เพราะการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนฯขณะที่เรายังคงทำงานอยู่นั้นจะเป็นการจ่ายสมทบของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำหรับพนักงานที่มีสถานะการทำงานและมีนายจ้างนั่นเอง และทันทีที่สถานะการทำงานสิ้นสุดลง ความคุ้มครองของเราจะหล่นไปที่มาตรา 38 ทันที ทำให้เราไม่ต้องจ่ายเงินสมทบตามมาตรา 33 ต่อแล้วนั่นเอง สวัสดิการ ความคุ้มครองต่าง ๆ จะยังคงอยู่หรือไม่ ? ประเด็นนี้ต้องบอกว่าสำคัญมากทีเดียว เพราะหลายคนเข้าใจว่าเมื่อออกจากงานและหยุดส่งเงินสมทบแล้วสวัสดิการ ความคุ้มครองต่าง ๆ ที่เคยได้รับก็จะหายไป แต่ความเป็นจริงแล้วหลังจากที่เราออกจากงานแล้วแม้ว่าสถานะผู้ประกันตนจะเปลี่ยนจากมาตรา 33 ไปเป็นมาตรา 38 แต่สถานะความคุ้มครองต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตก็ตาม จะคงอยู่ต่อไปอีก 6 เดือน อันนี้ต้องไฮไลท์ไว้เลยว่ามันคุ้มครองต่อเป็นการชั่วคราวเพียง 6 เดือนเท่านั้นนะ ซึ่งระหว่างนี้หากเราได้งานใหม่ก็จะทำให้เรากลับเข้าไปอยู่ในมาตรา 33 โดยอัตโนมัติ อันนี้ก็ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม แค่กลับไปจ่ายเงินสมทบตามเดิม แต่กรณีที่เมือครบ 6 เดือนแล้วเรายังไม่ได้กลับเข้าไปทำงานในระบบ หรือเปลี่ยนอาชีพมาทำงานอิสระก็ไปดูที่ทางเลือกต่อไปกันเลย ทางเลือกความคุ้มครองอื่นนอกจากมาตรา 33 อย่างที่กล่าวข้างต้นว่าความคุ้มครองตามมาตรา 33 นั้นมีไว้สำหรับแรงงานประจำในระบบเท่านั้น และแม้ว่าความคุ้มครองจะปรับมาเป็นมาตรา 38 ให้อัตโนมัติเมื่อเราออกจากงาน แต่นั่นก็เป็นเพียงความคุ้มครองชั่วคราวที่มีระยะเวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้น อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากมาตรา 33 และ 38 ที่เป็นการคุ้มครองภาคบังคับและการคุ้มครองชั่วคราวแล้ว ก็ยังมีทางเลือกการคุ้มครองแบบสมัครใจให้สำหรับคนที่เคยเป็นแรงงานในระบบด้วย ซึ่งก็คือความคุ้มครองตามมาตรา 39 นั่นเอง โดยสิทธิ์ความคุ้มครองนั้นเกือบจะเทียบเท่าได้กับมาตรา 33 เลย ไม่ว่าจะในส่วนของกรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร เงินสงเคราะห์บุตร ชราภาพ หรือเสียชีวิตก็ตาม เว้นแต่สิทธิ์ชดเชยกรณีว่างงานเท่านั้นที่จะไม่ได้รับเหมือนกับมาตรา 33 โดยที่การส่งเงินสมทบแต่ละเดือนจะเป็นการจ่ายโดยผู้ประกันตนเองในอัตราคงที่เดือนละ 432 บาท ดังนั้นสำหรับใครที่ออกจากงานแล้ว แต่ยังต้องการความคุ้มครองที่ใกล้เคียงกับมาตรา 33 ก็สามารถย้ายสิทธิ์มาสมัครเข้ามาตรา 39 ได้ โดยคุณสมบัติที่ต้องมีก็คือเคยส่งเงินสมทบตามมาตรา 33 มาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน หรือพูดง่าย ๆ ก็คือเคยทำงานประจำมาแล้วอย่างน้อย 1 ปีนั่นเอง ทางเลือกความคุ้มครองสำหรับอาชีพอิสระ อีกหนึ่งทางเลือกความคุ้มครองที่มีไว้ให้สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ ค้าขาย หรือทำธุริจส่วนตัว ซึ่งคนที่ลาออกจากงานมาแล้วและไม่มีแผนที่จะกลับเข้าไปทำงานในระบบอีกก็สามารถใช้ทางเลือกนี้ก็ได้เช่นกันก็คือ ประกันสังคมมาตรา 40 นั่นเอง โดยการจ่ายเงินสมทบของมาตรา 40 นั้นก็จะมีโมเดลคล้าย ๆ กับมาตรา 39 คือผู้ประกันตนเป็นผู้ส่งเงินสมทบเอง แต่ก็ต้องบอกกันไว้ก่อนว่าสิทธิ์ความคุ้มครองโดยรวมของมาตรา 40 นั้นดูจะด้อยกว่ามาตรา 33 และ 39 อยู่พอสมควร และสิทธิ์ที่ได้รับก็จะมากน้อยแตกต่างกันไปตามทางเลือกการจ่ายเงินสมทบด้วย โดยมีอยู่ 3 ทางเลือกด้วยกัน ประกอบด้วยทางเลือก 1 ส่งสมทบเดือนละ 70 บาท ทางเลือกที่ 2 ส่งสมทบเดือนละ 100 บาท และทางเลือกที่ 3 ส่งสมทบเดือนละ 300 บาท ซึ่งก็เป็นทางเลือกควาคุ้มครองที่เหมาะสำหรับคนที่อาจจะมีการออมเงินเพื่อสร้างหลักประกันด้วยตัวเองอยู่แล้ว แต่ก็ต้องการเพิ่มหลักประกันให้ชีวิตอีกสักหน่อย ณัฐ ณัฐนันท์ ภาพปก/ภาพประกอบ โดยผู้เขียน (Tools Design Canva, ChatGPT) เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !