บทความนี้ผู้เขียนจะมาแนะนำเว็บไซต์ Grammarly ที่เป็นตัวช่วยตรวจการใช้ภาษาอังกฤษที่ใช้งานง่าย, ตรวจการใช้ภาษาอังกฤษได้ดีมากๆแถมฟรีอีกด้วยเหมาะสำหรับทุกคนที่กำลังเขียนงานที่เป็นภาษาอังกฤษแต่ไม่มั่นใจว่างานของเรานั้นถูกหลักแกรมม่าหรือคำศัพท์หรือเปล่าโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ภาษาอังกฤษมีความสำคัญเป็นอย่างมากที่ซึ่งถูกใช้โดยทั่วไปในการเรียนการสอนหรือการทำงานทำให้นักเรียน, นักศึกษาหรือพนักงานออฟฟิศที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนหรือการทำงานต้องไม่พลาดบทความนี้เป็นอันขาด!สำหรับผู้เขียนนั้นจุดเด่นที่สุดของ Grammarly ก็คือการที่ตัวโปรแกรมออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย, มีการแบ่งประเภทของคำแนะนำออกเป็นประเภทต่างๆอย่างชัดเจนแถมยังใช้งานได้ง่ายๆแค่เอาข้อความที่ต้องการตรวจมาใส่ในเว็บไซต์ Grammarly หรือจะติดตั้ง Grammarly ได้ทั้งใน Word, Powerpoint หรือ Google chrome ทำให้ไม่ว่าเรากำลังทำงานอยู่ในไหนเราก็สามารถตรวจการใช้ภาษาอังกฤษของเราได้ง่ายๆเลย.โดยผู้เขียนเองก็ได้ใช้ Grammarly ในการช่วยตรวจภาษาอังกฤษมากที่สุดแล้วซึ่งต้องขอบอกเลยว่าใช้งานได้ง่ายมากๆแถมยังช่วยให้การเขียนภาษาอังกฤษดูดีขึ้นมากๆเลยและที่สำคัญ Grammarly มีการแนะนำว่าตรงจุดนี้ทำไมถึงผิดและควรใช้อันอื่นแทนซึ่งตรงจุดนี้ก็ทำให้เราได้เรียนรู้หลักแกรมม่าภาษาอังกฤษไปขณะใช้ Grammarly ด้วยนะซึ่งดีมากๆเลย. บทความนี้ผู้เขียนจึงอยากจะมาแนะนำการใช้เว็บไซต์ Grammarly ช่วยตรวจภาษาอังกฤษแบบฟรีๆชนิดที่ใครก็ทำได้ภายในไม่กี่นาทีตามขั้นตอนต่อไปนี้เลย➡️ 1.) เข้าไปที่เว็บไซต์ Grammarly ที่ลิงก์นี้ได้เลย Grammarly เมื่อกดเข้าไปแล้วก็จะได้หน้าต่างของเว็บไซต์ดังรูปด้านล่างจากนั้นให้เรากดที่เมนู New document ได้เลย.➡️ 2.) เมื่อเรากดที่เมนู New document ก็จะได้หน้าต่างใหม่ขึ้นมามีหน้าตาดังรูปด้านล่าง.➡️ 3.) จุดแรกที่ผู้เขียนแนะนำให้ทำก่อนนั่นก็คือการไปคลิกที่เมนู Goals ที่อยู่ทางด้านขวามือข้างใต้ Overall sore เพื่อตั้งเป้าหมายการเขียนภาษาอังกฤษของเราก่อนเมื่อเรากดที่เมนู Goals ก็จะได้หน้าต่างใหม่ขึ้นมาดัง 2 รูปด้านล่าง. ในหน้าต่าง Set goals ก็จะมี 4 เมนูหลักๆที่ให้เราเลือกปรับได้ตามงานของเราที่เราจะให้ Grammarly ช่วยตรวจการใช้ภาษาอังกฤษให้เรา.เมนูแรกคือ Audience หรือลักษณะของผู้ที่จะอ่านงานเขียนของเราจะมีให้เลือก 3 แบบคือ General, Knowledgeable และ Expert ซึ่ง Default ที่ Grammarly ตั้งค่ามาให้คือ Knowledgeable ซึ่งผู้เขียนก็มองว่า Knowledgeable ก็เป็นตัวเลือกที่กลางๆก็อาจจะใช้ตาม Default ที่ Grammarly ตั้งค่ามาให้ก็ได้นะถ้าต้องการให้งานเขียนเราเหมาะกับคนอ่านทั่วๆไปก็อาจจะเลือก General หรือถ้าต้องการให้งานเขียนเราเหมาะกับคนอ่านที่เก่งแบบเฉพาะมากๆก็ลองเลือก Expert ได้.เมนูที่ 2 คือ Formality หรือความเป็นทางการของงานที่เราจะเขียนจะมีให้เลือก 3 แบบคือ Informal, Neutral และ Formal ซึ่ง Default ที่ Grammarly ตั้งค่ามาให้คือ Neutral ซึ่งผู้เขียนก็มองว่า Neutral ก็เป็นตัวเลือกที่กลางๆก็อาจจะใช้ตาม Default ที่ Grammarly ตั้งค่ามาให้ก็ได้นะ.เมนูที่ 3 คือ Domain หรือลักษณะของงานที่เราจะเขียนที่จุดนี้จะมีให้เลือก 6 แบบด้วยกันคือ Academic, Business, General, Email, Casual และ Creative ซึ่ง Default ที่ Grammarly ตั้งค่ามาให้คือ General และปัจจุบันนั้นผู้ใช้แบบฟรีสามารถตั้งค่าได้แค่ General แล้วเท่านั้น.ซึ่งจริงๆแล้วในจุดนี้ผู้เขียนมองว่ามีความสำคัญที่สุดในการตั้งค่าว่างานเขียนของเราจะเป็นแบบใดเช่นนักเรียนนักศึกษากำลังเขียนบทความวิชาการหน่อยก็ควรเลือกเป็น Academic แต่แบบฟรีเลือกไม่ได้โดยบทความวิชาการนั้นถ้าเลือก General ทาง Grammarly ก็ยังตรวจแกรมม่าและคำศัพท์ได้แต่คงไม่ดีและละเอียดเท่าแบบ Academic แต่สำหรับนักเรียนนักศึกษาที่ทางสถาบันมี Grammarly แบบพรีเมียมให้ใช้ผู้เขียนก็แนะนำให้ใช้แบบพรีเมียมมากๆเลยนะและสมัยนี้ผู้เขียนก็คิดว่ามหาวิทยาลัยต่างๆก็มักจะมี Grammarly แบบพรีเมียมให้นักเรียนนักศึกษาและพนักงานได้ใช้กันแล้วนะ.เมนูที่ 4 คือ Intent จุดนี้ก็คล้ายๆกับ Domain ที่เป็นลักษณะของงานที่เราจะเขียนที่จุดนี้จะมีให้เลือก 4 แบบด้วยกันคือ Inform, Describe, Convince, และ Tell A Story ซึ่งตรงจุดนี้เราไม่จำเป็นต้องเลือกก็ได้นะ.เมื่อทำการเลือกครบแล้วก็ให้กดที่เมนู Done และจะพร้อมสำหรับการตรวจงานของเราแล้ว!➡️ 4.) ต่อมาเราก็สามารถนำข้อความภาษาอังกฤษที่เราอยากจะให้ Grammarly ตรวจมาวางในหน้าเว็บไซต์ได้เลยก็จะได้หน้าตามาดังรูปด้านล่างหรือจะคลิกที่คำว่า Upload เพื่อทำการ Upload ไฟล์ของเราเข้าเว็บไซต์มาได้เลย.➡️ 5.) จะเห็นได้ว่าหน้าต่างที่อยู่ด้านข้างข้อความที่เราใส่เข้าไปนั้น Grammarly ก็จะให้คำแนะนำการใช้แกรมม่าและคำศัพท์ที่ควรแก้ไขขึ้นมาโดย Grammarly จะแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลักๆด้วยกันนั่นก็คือ Correctness, Clarity, Engagement และ Delivery.➡️ 6.) ผู้เขียนขอยกตัวอย่างที่ Grammarly ทำการตรวจข้อความที่ผู้เขียนใส่เข้าไปมา 3 ตัวด้วยกันตรงคำว่า consume ทาง Grammarly ก็แนะนำให้เราเปลี่ยนเป็น consumption เพราะตรงตามหลักโครงสร้างคู่ขนาน (Parallel Structure) ที่ production และ trade เป็นคำนาม ดังนั้นคำว่า consume ก็ต้องเป็นคำนามด้วยทำให้ตรงนี้เราใช้ consume ที่เป็นคำกริยาจึงผิดและควรเปลี่ยนเป็น consumption นั่นเอง.และถ้าเราคลิกไปตรงที่สัญลักษณ์ตัว i ในวงกลมที่อยู่ข้างๆคำว่า Replace the word ดังรูปข้างล่างทาง Grammarly ก็จะมีการอธิบายหลักแกรมม่าว่าทำไมเราต้องเปลี่ยนจาก consume เป็น consumption ที่ผู้เขียนถือว่าดีมากๆเลยนะทำให้เรารู้ว่าจุดนี้ทำไมถึงควรจะแก้และควรแก้เป็นอะไร.จุดต่อมาคือตรงคำว่า have ที่เราใช้ Part of speech ผิดเนื่องจากประธานคือ global aquaculture production ที่เป็นประธานเอกพจน์ดังนั้นตรงนี้ควรใช้ has ที่เป็นกริยาเอกพจน์แทนซึ่ง Grammarly ก็จะแสดงว่าจุดนี้ผิดให้เราดังรูปด้านล่าง.และถ้าเราคลิกไปตรงที่สัญลักษณ์ตัว i ในวงกลมที่อยู่ข้างๆคำว่า Change the verb Form ดังรูปข้างล่างทาง Grammarly ก็จะมีการอธิบายหลักแกรมม่าว่าทำไมเราต้องเปลี่ยนจาก have เป็น has.จุดต่อมาคือตรงคำว่า continuingly ที่เราควรใช้คำว่า continuously แทนซึ่งตรงจุดนี้ถ้าเราสะกดคำศัพท์ผิดหรือมีคำที่เหมาะกับประโยคมากกว่า Grammarly ก็จะแสดงว่าจุดนี้ผิดหรือแสดงว่าควรเปลี่ยนคำศัพท์ที่ใช้ให้เราดังรูปด้านล่าง.และถ้าเราคลิกไปตรงที่สัญลักษณ์ตัว i ในวงกลมที่อยู่ข้างๆคำว่า Replace the word ดังรูปข้างล่างทาง Grammarly ก็จะมีการอธิบายหลักแกรมม่าว่าทำไมเราควรเปลี่ยนจาก continuingly เป็น continuously.➡️ 7.) คำแนะนำจาก Grammarly บางจุดนั้นเฉพาะสมาชิก Grammarly premium เท่านั้นที่จะเห็นได้ดังรูปด้านล่างก็มีอีกกว่า 7 จุดที่เฉพาะสมาชิกแบบ premium จะเห็นได้ซึ่งก็แน่นอนว่าการใช้ Grammarly premium ก็ยิ่งทำให้ข้อความหรือบทความของเรายิ่งดีและมีความถูกต้องมากยิ่งขึ้นไปอีก. ดังนั้นน้องๆนักศึกษาหรือพนักงานออฟฟิศที่สถาบันหรือหน่วยงานมี Grammarly premium ให้ใช้ผู้เขียนก็แนะนำให้ใช้มากๆเลยนะและสำหรับคนทั่วไปที่ต้องมีการตรวจภาษาอังกฤษบ่อยๆการกด subscription Grammarly แบบ premium ผู้เขียนก็มองว่าคุ้มมากๆเลยนะ.➡️ 8.) และฟีเจอร์สุดท้ายที่ผู้เขียนอยากจะแนะนำในบทความนี้ก็คือถ้าเรากดไปที่เมนู Overall score ที่ด้านขวาบนของเว็บไซต์ทาง Grammarly ก็จะแสดงค่าคะแนนการเขียนภาษาอังกฤษของเราและสถิติต่างๆที่น่าสนใจดังรูปด้านล่างเลยแน่นอนว่าเราก็ต้องพยายามทำให้คะแนนใกล้ 100 หรือถึง 100 ก็จะยิ่งดีนะ.➡️ 9.) นอกจากนั้นเรายังสามารถกดเมนู DOWNLOAD PDF REPORT เพื่อทำการดาวน์โหลดตัวรายงานการตรวจภาษาอังกฤษออกมาเป็นไฟล์ pdf ได้ด้วยนะดังรูปด้านล่างเลย.สรุปจะเห็นได้ว่าการตรวจการใช้ภาษาอังกฤษด้วยเว็บไซต์ Grammarly นั้นทำได้ง่ายและสะดวกมากๆเลยและด้วยตัวเว็บไซต์ที่ทำส่วนของหน้าตาเว็บไซต์ออกมาให้ใช้งานได้ง่ายมากๆและมีความสวยงามจึงเหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องเขียนภาษาอังกฤษให้มีความถูกต้องจะต้องไม่พลาดที่จะลองใช้ให้ได้นะ.นอกไปจากที่ผู้เขียนได้รีวิวการตรวจการใช้ภาษาอังกฤษไปในบทความนี้แล้วนั้นโปรแกรม Grammarly ยังมีฟีเจอร์อีกมากมายที่น่าสนใจมากๆโดยเฉพาะการที่ Grammarly ติดตั้งได้ทั้งใน Word, Powerpoint หรือ Google chrome ทำให้ไม่ว่าเรากำลังทำงานอยู่ในไหนเราก็สามารถตรวจการใช้ภาษาอังกฤษของเราได้ง่ายๆเลยนะที่ผู้เขียนจะเขียนแนะนำเมื่อมีโอกาสต่อไป.ผู้เขียนก็อยากจะให้ผู้อ่านทุกคนได้ลองใช้ Grammarly ดูซึ่งรับรองได้ว่าแม้เราจะไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษมากแต่ถ้าเราดูคำแนะนำจาก Grammarly แล้วทำการศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมก็จะทำให้การเขียนภาษาอังกฤษของเราดีและมีความถูกต้องมากขึ้นอย่างแน่นอนและเราก็จะเก่งภาษาอังกฤษขึ้นไปเรื่อยๆได้ด้วยนะ.เครดิตภาพรูปภาพทั้งหมดแคปโดยครีเอเตอร์ Artery จากเว็บไซต์ Grammarly