ในยุคที่ค่าครองชีพและค่าพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การมองหา วิธีประหยัดไฟ ที่สามารถทำได้จริงในชีวิตประจำวันจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยให้เราควบคุมรายจ่ายได้ดีขึ้น วันนี้เราได้รวบรวม 5 ไอเดียปรับพฤติกรรมและการดูแลรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ที่ไม่เพียงแต่ทำง่าย ไม่กระทบต่อความสะดวกสบาย แต่ยังช่วยเซฟเงินในกระเป๋าของคุณได้อย่างเห็นผล มาดูกันว่ามีวิธีไหนที่น่าลองไปปรับใช้เพื่อประหยัดค่าไฟในบ้านของคุณกันบ้าง รีวิว 5 ไอเดียวิธีประหยัดไฟในบ้าน ทำตามง่าย ช่วยลดค่าไฟได้ทันที 1. ล้างแอร์ปีละ 2 ครั้ง และทำความสะอาดฟิลเตอร์ทุกเดือน แอร์เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟสูงที่สุดในบ้าน หากมีฝุ่นอุดตันจะทำให้มอเตอร์ทำงานหนักและกินไฟมากกว่าปกติ การหมั่นดูแลรักษาจึงเป็นวิธีลดค่าไฟที่เห็นผลชัดเจนที่สุด วิธีปฏิบัติ: ถอดแผ่นกรองฝุ่น (Filter) ออกมาล้างน้ำเปล่าทุก ๆ 2-4 สัปดาห์ และเรียกช่างมาล้างแอร์แบบระบบเต็มปีละ 2 ครั้ง ผลที่ได้: แอร์เย็นเร็วขึ้น ไร้กลิ่นอับ ยืดอายุการใช้งานของเครื่อง และช่วยลดภาระการทำงานของคอมเพรสเซอร์ ค่าไฟที่ลดลงโดยประมาณ: ลดลง 10% - 15% ของค่าแอร์ (ประหยัดได้ประมาณ 100 - 300 บาท/เดือน ต่อแอร์หนึ่งเครื่อง) 2. ปรับอุณหภูมิแอร์เป็น 26°C แล้วเปิดพัดลมช่วยกระจายความเย็น การลดภาระการทำงานของแอร์ด้วยการตั้งอุณหภูมิให้สูงขึ้นเล็กน้อย แล้วใช้ลมจากพัดลมช่วยปะทะผิว จะให้ความรู้สึกเย็นสบายเท่าเดิมแต่กินไฟน้อยลงมาก วิธีปฏิบัติ: ตั้งอุณหภูมิแอร์ไว้ที่ 26°C - 27°C พร้อมกับเปิดพัดลมเบอร์ 1 หรือเบอร์ 2 ควบคู่กันไป ผลที่ได้: ห้องยังคงเย็นสบายทั่วถึง โดยที่แอร์ไม่ต้องทำงานหนักตลอดเวลา ค่าไฟที่ลดลงโดยประมาณ: ลดลงประมาณ 10% (เซฟเงินได้ราว ๆ 150 - 250 บาท/เดือน) 3. จัดระเบียบตู้เย็น ไม่แช่ของแน่นจนเกินไป เนื่องจากตู้เย็นต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง การอัดของกินเข้าไปจนแน่นจะขวางทางลมหมุนเวียน ทำให้ตู้เย็นต้องเร่งเครื่องทำความเย็นอยู่ตลอดเวลาและสิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่จำเป็น วิธีปฏิบัติ: เคลียร์ของหมดอายุออกจากตู้เย็น จัดวางสิ่งของให้มีช่องว่างให้ลมเย็นหมุนเวียนสะดวก และหลีกเลี่ยงการนำของร้อนเข้าตู้เย็นทันที ผลที่ได้: ตู้เย็นเย็นสม่ำเสมอ อาหารเน่าเสียช้าลง และคอมเพรสเซอร์ทำงานน้อยลง ค่าไฟที่ลดลงโดยประมาณ: ลดลงประมาณ 50 - 100 บาท/เดือน 4. ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งาน เพื่อตัดไฟสแตนด์บาย เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิด เช่น โทรทัศน์ ไมโครเวฟ หรือคอมพิวเตอร์ แม้จะกดปิดสวิตช์รีโมทไปแล้ว แต่ตราบใดที่ปลั๊กยังเสียบอยู่ ก็ยังมีกระแสไฟวิ่งเข้าสู่วงจร (Standby Power) เพื่อรอการเปิดใช้งานตลอดเวลา วิธีปฏิบัติ: ถอดปลั๊กทุกครั้งหลังใช้งาน หรือเลือกใช้ปลั๊กพ่วงชนิดที่มีสวิตช์แยกเปิด-ปิดรายช่อง เพื่อให้กดปิดสวิตช์ตัดไฟได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องถอดปลั๊กบ่อย ๆ ผลที่ได้: ปลอดภัยจากความเสี่ยงไฟฟ้ารัดวงจร และหยุดการสิ้นเปลืองพลังงานไปกับกระแสไฟแฝง ค่าไฟที่ลดลงโดยประมาณ: ลดลงประมาณ 30 - 70 บาท/เดือน 5. เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED แทนหลอดแบบเก่าทั้งบ้าน หลอดไส้หรือหลอดฟลูออเรสเซนต์ (หลอดผอม) แบบเก่ากินไฟสูงและปล่อยความร้อนออกมามาก การเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาดอย่างหลอด LED จะช่วยเซฟค่าไฟได้ในระยะยาว วิธีปฏิบัติ: ทยอยเปลี่ยนหลอดไฟในจุดที่เปิดใช้งานบ่อย ๆ (เช่น ห้องนั่งเล่น, ห้องครัว, ไฟรั้วหน้าบ้าน) ให้เป็นหลอด LED ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ผลที่ได้: ได้ความสว่างที่มากกว่าเดิม หลอดไฟไม่แผ่ความร้อน (ช่วยลดความร้อนในบ้าน) และมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้นหลายปี ค่าไฟที่ลดลงโดยประมาณ: ลดลง 70% - 80% ของค่าไฟส่องสว่าง (ประหยัดได้ราว ๆ 50 - 150 บาท/เดือน ขึ้นอยู่กับจำนวนหลอด) สรุป: ปรับพฤติกรรมวันนี้ เปลี่ยนเป็นเงินออมในกระเป๋าเดือนหน้า หากคุณนำทั้ง 5 วิธีประหยัดไฟ นี้ไปปรับใช้ร่วมกันภายในบ้านอย่างต่อเนื่อง จะสามารถช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้เหนาะๆ ราว 400 - 850 บาทต่อเดือน (หรือเกือบ 10,000 บาทต่อปี!) การประหยัดพลังงานไม่ใช่เรื่องยากและไม่จำเป็นต้องเสียสละความสะดวกสบาย เพียงแค่เริ่มต้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ และหมั่นดูแลรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ เท่านี้บิลค่าไฟในเดือนหน้าของคุณก็จะไม่น่ากลัวอีกต่อไปครับ FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีประหยัดไฟในบ้าน Q1: วิธีประหยัดไฟในบ้านที่เห็นผลชัดเจนที่สุดและทำได้ทันทีคืออะไร? A: วิธีประหยัดไฟที่เห็นผลชัดเจนและเร็วที่สุดคือ การจัดการเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภททำความเย็น โดยเฉพาะแอร์และตู้เย็น ซึ่งเป็นตัวกินไฟหลักในบ้าน สามารถทำได้โดย: แอร์: ปรับอุณหภูมิให้อยู่ที่ 26°C - 27°C แล้วเปิดพัดลมช่วยกระจายความเย็นแทนการลดอุณหภูมิแอร์ และหมั่นล้างแผ่นกรองฝุ่นทุกเดือน ตู้เย็น: ไม่แช่ของจนแน่นเกินไปจนขวางทางลมหมุนเวียน และหลีกเลี่ยงการนำของร้อนเข้าตู้เย็นทันที Q2: การถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งาน ช่วยลดค่าไฟได้จริงไหม? A: ช่วยลดค่าไฟได้จริงครับ เพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิด เช่น โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ หรือไมโครเวฟ แม้จะกดปิดสวิตช์ปิดเครื่องไปแล้ว แต่หากยังเสียบปลั๊กทิ้งไว้ จะยังคงมีกระแสไฟวิ่งเข้าสู่วงจรตลอดเวลาที่เรียกว่า "ไฟสแตนด์บาย" (Standby Power) การถอดปลั๊กหรือใช้ปลั๊กพ่วงแบบมีสวิตช์แยกเปิด-ปิดเพื่อตัดไฟอย่างสมบูรณ์ จะช่วยเซฟค่าไฟส่วนเกินนี้ได้ประมาณ 30 - 70 บาทต่อเดือน Q3: หากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามวิธีประหยัดไฟทั้งหมด จะช่วยประหยัดเงินได้ประมาณกี่บาท? A: หากทำตามไอเดียวิธีประหยัดไฟทั้งการล้างแอร์, เปิดแอร์ร่วมกับพัดลม, จัดระเบียบตู้เย็น, ตัดไฟสแตนด์บาย และเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED ร่วมกันทั้งบ้าน จะช่วยลดค่าไฟโดยประมาณได้ถึง 400 - 850 บาทต่อเดือน (หรือประหยัดได้เกือบ 10,000 บาทต่อปี) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของบ้าน จำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้า และพฤติกรรมการใช้งานของแต่ละครัวเรือน กำลังจะสํารวจหน้างานระบบหลังคาโซลาร์เอสซีจี SCG Solar Roof Solution ใช่มั้ยล่ะ ลองกดดูส่วนลดที่นี่ก่อนสิ คลิกเลย ภาพประกอบทั้งหมดโดยผู้เขียน เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !