รีเซต

สั่งรื้อรีสอร์ตดังของนอมินี ‘อดีตพลตรีหญิง’ รุกป่าเขาแหลม ภายใน 7 วัน

สั่งรื้อรีสอร์ตดังของนอมินี ‘อดีตพลตรีหญิง’ รุกป่าเขาแหลม ภายใน 7 วัน
ข่าวสด
28 กันยายน 2563 ( 14:52 )
95
สั่งรื้อรีสอร์ตดังของนอมินี ‘อดีตพลตรีหญิง’ รุกป่าเขาแหลม ภายใน 7 วัน

สั่งรื้อรีสอร์ตดังของนอมินี ‘อดีตพลตรีหญิง’ พบรุกป่าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จำนวน 2 ไร่ 3 งาน ติดป้ายเตือนให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดก รื้อใน 7 วัน

 

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า ตามนโยบายของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ดำเนินคดีกับนายทุน ผู้บุกรุกป่าอย่างเด็ดขาด และให้ฟื้นฟูป่าในพื้นที่ของนายทุนที่ได้ยึดคืนมาได้ เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี และเป็นประโยชน์ของลูก หลาน ของประชาชนคนไทยทุกๆคน

 

จากนโยบายดังกล่าว วันนี้ตนและนายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม จำนวน 10 นาย เดินทางมาติดป้ายประกาศคำเตือนให้ทายาทโดยธรรมหรือผู้จัดการมรดก ของน.ส.จารุภา เดชจินดา เจ้าของรีสอร์ต ชื่อ ‘พัสสาพาฎา รีสอร์ต’ ต.ชะเล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี จำนวน 17 หลัง บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม จำนวน 2 ไร่ 3 งาน

 

 

โดยให้รื้อถอนรีสอร์ตดังกล่าว ไปให้พ้นจากอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ภายใน 7 วัน มิฉะนั้นแล้ว หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จะนำกำลังเจ้าหนัาที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม เข้าดำเนินการรื้อถอนรีสอร์ตดังกล่าวโดยทันที และต้องเสียค่าใช้จ่ายค่ารื้อถอน จำนวน 2 แสนบาทให้กับทางราชการอีกด้วย

 

 

นายนิพนธ์ เปิดเผยว่า มูลเหตุในการรื้อถอนรีสอร์ตดังกล่าวสืบเนื่องมาจากวันที่ 27 ก.ค.2559 หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ได้รับแจ้งจากประชาชนผู้หวังดีว่า มีอดีตพลตรีหญิง ดำเนินการบุกรุกอุทยานแห่งชาติเขาแหลมสร้าง และรีสอร์ต ในบริเวณดังกล่าว จึงไปตรวจสอบและดำเนินคดี ตรวจยึด รีสอร์ต จำนวน 17 หลังดังกล่าว

 

 

ต่อมามีน.ส.จารุภา เดชจินดา มาแสดงตัวและยอมรับว่าเป็นเจ้าของ แต่ข่าวเชิงลึกแจ้งว่าน.ส.จารุภาเป็นนอมีนีของอดีตพลตรีหญิง เจ้าของตัวจริงรีสอร์ตดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่อุทยานเขาแหลมไม่สามารถสืบสวนเชื่อมโยง ดำเนินการกับอดีพพลตรีหญิงเจ้าของตัวจริงรีสอร์ตดังกล่าวได้ เพราะเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน

 

ต่อมาศาลจังหวัดทองผาภูมิ มีคำพิพากษา ลงวันที่ 24 ม.ค. 2561 พิพากษาว่า น.ส.จารุภา จำเลย มีความผิด จำคุก 6 เดือน และปรับ 30,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ มีกำหนด 2 ปี กับให้จำเลยและบริวาร ออกจากป่าที่เกิดเหตุและชดใช้ ค่าเสียหาย สิ่งแวดล้อม ให้กับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จำนวน 103,379 บาท

 

ต่อมา น.ส.จารุภาจำเลย อุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำพิพากษา ยืนโทษจำคุก 6 เดือน ส่วนค่าปรับลดลงเหลือ 1 หมื่นบาท โทษจำคุกให้กำหนดรอการลงโทษไว้ 2 ปี จำเลยไม่ฎีกา ต่อศาลฎีกา คดีถึงที่สุด

 

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จึงใช้มาตราการทางปกครองประกาศคำสั่งรื้อถอนรีสอร์ตดังกล่าว คำสั่งที่ 103 /2560 ลงวันที่ 7 กันยายน 2560 และประกาศแจ้งเตือน ลงวันที่ 15 เมษายน 2563 ให้รื้อถอนรีสอร์ตดังกล่าว ไปให้พ้นจากเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ต่อมาทางอุทยานแห่งชาติเขาแหลมทราบข่าวว่า น.ส.จารุภาเสียชีวิตลง กองมรดกย่อมตกแก่ทายาท โดยทันที

 

เนื่องด้วยกองมรดก คือทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตายที่มีอยู่ก่อน ถึงแก่ความตายรวมทั้งสิทธิ์ หน้าที่ และความรับผิดชอบ การรื้อถอนรีสอร์ตดังกล่าว จึงเป็นสิทธิ์หน้าที่ และความรับผิดชอบ ย่อมตกอยู่ที่ทายาทโดยธรรม ของผู้ที่ได้รับมรดกของน.ส.จารุภา

 

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จึงส่งจดหมายประกาศคำเตือนไปให้ทายาทโดยธรรม ของน.ส.จารุภาแจ้งให้ทราบในเรื่องการรื้อถอนรีสอร์ตดังกล่าวแล้ว และมาติดประกาศคำเตือนอีกครั้งหนึ่งในพื้นที่รีสอร์ตดังกล่าว โดยประกาศให้ทายาทโดยธรรมหรือผู้จัดการมรดก ของน.ส.จารุภาให้รื้อถอน "พัสสาพาฎา รีสอร์ต "จำนวน 17 หลัง โดยให้รื้อถอน รีสอร์ตดังกล่าวภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ 28 ก.ย.2563 นี้เป็นต้นไป

 

หากทายาทโดยธรรม หรือผู้จัดการมรดก ยังไม่รื้อถอนภายใน 7 วันแล้ว ทางหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จะเข้าไปดำเนินการรื้อถอนรีสอร์ตดังกล่าวโดยทันที โดยทายาทโดยธรรมที่ได้รับมรดกจากน.ส.จารุภาจะต้องเสียค่ารื้อถอน ให้กับทางราชการจำนวน 2 แสนบาทอีกด้วย หลังจากรื้อถอนรีสอร์ตดังกล่าวเสร็จแล้ว จะนำพื้นที่ของรีสอร์ตดังกล่าวมาปลูกฟื้นฟูป่า ให้กลับคืนมาเป็นสภาพป่าดังเดิมตามนโยบายของรัฐมนตรีต่อไป