ปปช.แจง เอ๋-ปารีณา ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงรุกที่ป่าราชบุรี ชี้หากศาลฎีการับฟ้อง พ้นจากหน้าที่ ส.ส. ทันที

ปปช.แจง เอ๋-ปารีณา ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงรุกที่ป่าราชบุรี ชี้หากศาลฎีการับฟ้อง พ้นจากหน้าที่ ส.ส. ทันที
มติชน
11 กุมภาพันธ์ 2564 ( 08:19 )
8
ปปช.แจง เอ๋-ปารีณา ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงรุกที่ป่าราชบุรี ชี้หากศาลฎีการับฟ้อง พ้นจากหน้าที่ ส.ส. ทันที

นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.โฆษกสำนักงาน ป.ป.ช.แถลงข่าวที่สำนักงาน ป.ป.ช. (สนามบินน้ำ) จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า ในประเด็นเรื่องกล่าวหา น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณียึดถือ ครอบครอง และใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐโดยมิชอบ ในบริเวณพื้นที่ หมู่ที่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรีว่า

 

ตามที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ (บก.ปทส.) รายงานมายัง ป.ป.ช. เห็นว่า น.ส.ปารีณา เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐบุกรุกที่ดิน กรณีจงใจที่จะกระทำความผิดทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เป็นไปตาม พ.ร.บ.ของ ป.ป.ช.ฉบับใหม่ ซึ่ง ป.ป.ช.มีอำนาจไต่สวนจริยธรรมของนักการเมือง โดยที่ประชุมมีมติชี้มูลความผิดว่า น.ส.ปารีณาผิดจริยธรรมร้ายแรงหลายข้อด้วยกัน อาทิ ทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์, ผลประโยชน์ขัดกัน โดยจะสรุปสำนวน เพื่อส่งฟ้องต่อศาลฎีกาต่อไป

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มาตรฐานทางจริยธรรมฯ หมวด 1 ข้อ 11 ระบุว่า ไม่กระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ทั้งนี้ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม, ข้อ 17 ระบุว่า ไม่กระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง, ข้อ 27 ระบุว่า การฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในหมวด 1 ให้ถือว่ามีลักษณะร้ายแรง

 

นายนิวัติไชย กล่าวว่า หากศาลฎีกาประทับรับฟ้องแล้ว น.ส.ปารีณาต้องพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่รัฐหรือเจ้าพนักงานผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยมีโทษห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น รวมถึงสิทธิการสมัครหรือลงคะแนนเสียงการเลือกตั้งใดๆ เป็นเวลา 10 ปี แต่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลที่อาจสั่งเป็นระยะเวลา 1 ปี 5 ปี หรือ 10 ปี ก็ได้

 

เพราะการถูกตัดสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นไปโดยผลของกฎหมายคือ ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง และการถูกตัดสิทธิซึ่งอยู่ที่ดุลยพินิจศาล หลังจากป.ป.ช.ส่งสำนวนให้ศาลฎีกาแล้ว หากศาลประทับรับฟ้องต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที

 

จากนั้นถ้าศาลวินิจฉัยว่าไม่ผิด กฎหมายจะบอกอีกทีว่าให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่พร้อมได้รับการเยียวยา แต่ถ้าศาลระบุว่าผิดก็พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ ย้อนไปถึงตรงนั้น ดังนั้นสิทธิที่จะได้รับ เช่น ค่าตอบแทนจะไม่ได้ตั้งแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ถ้าไม่ผิด สิทธิจะได้รับคืนตั้งแต่วันที่ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหนที่เช่นกัน

 

เมื่อถามว่า หากศาลตัดสินว่าน.ส.ปารีณาผิดจะต้องชดใช้อะไรให้รัฐบ้าง นายนิวัติไชยกล่าวว่า พนักงานสอบสวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการเรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้น เป็นมูลค่าทางแพ่งที่ต้องประเมินว่าการบุกรุกครอบครองทำให้รัฐเสียหายจำนวนเท่าใด ส่วนป.ป.ช.จะดำเนินการจงใจฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง โทษคือให้พ้นจากตำแหน่งอย่างเดียว ส่วนคดีอาญาเป็นเรื่องพนักงานสอบสวนจะดำเนินการ อยู่ระหว่างการสอบสวน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง