ท่องเที่ยวโล่งต้นทุนลด CENTEL-ERW ไฟสว่าง

#ท่องเที่ยว #ทันหุ้น – CENTEL-ERW ฟันธงหากความตึงเครียดอิหร่าน-สหรัฐ คลี่คลายในไตรมาส 3/2569 จะช่วยหนุน Sentiment และกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวทั้งระยะใกล้-ไกล CENTEL มองอัตราเข้าพักดูไบฟื้นต่อและต้นทุนน้ำมันมัลดีฟส์ลดลงช่วยรักษามาร์จิ้น กูรูลั่นหุ้นท่องเที่ยวได้อานิสงส์ครึ่งปีหลัง แนะสะสม ERW, MINT และ AOT
นายกันย์ ศรีสมพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL เปิดเผยว่า หากสถานการณ์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา จบลงได้ในไตรมาส 3/2569 นี้ จะถือเป็นปัจจัยหนุนทั้งเชิงจิตวิทยา (Sentiment) และกระตุ้นการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั้งจากทวีปยุโรป (Long Haul) ทั้งยังหนุนการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย (Short Haul) ให้เดินทางมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
เบื้องต้น อัตราการเข้าพัก (Occupancy) โรงแรมในประเทศดูไบมีแนวโน้มฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องสะท้อนจาก OCC ช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 เร่งตัวขึ้นมาแตะที่ราว 48% MoM เมื่อเทียบกับเดือนเมษายนที่ทำได้ราว 34% คาดว่าไตรมาส 3/2569 นี้ OCC จะฟื้นตัวต่อเนื่องมาแตะประมาณ 50% ถึง 60%
ขณะเดียวกัน ต้นทุนราคาน้ำมันกลุ่มโรงแรมในประเทศมัลดีฟส์ มีแนวโน้มอ่อนตัวลง หนุนศักยภาพการักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Margin) ให้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2569 (1H/69) ที่ผ่านมา
“บรรยากาศโดยรวมของธุรกิจโรงแรมเริ่มมี เซ็นทิเมนต์ (Sentiment) ที่ผ่อนคลายมากขึ้น แม้ว่าไตรมาส 3 จะเป็นช่วง Low Season แต่คาดหวังว่าใน ไตรมาส 4 สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะใกล้เคียงปกติ เนื่องจากเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยว (High Season) และอุปสรรคด้านการบินน่าจะค่อยๆ คลี่คลายลง โดยสำหรับที่มัลดีฟส์ต้นทุนน้ำมันน่าจะปรับลดได้อย่างมีนัยสำคัญ”
ERW ยังติดตามใกล้ชิด
ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW ระบุ ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากการลงนามระหว่างผู้นำทั้ง 2 ฝ่ายจะเกิดขึ้นในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2569 นี้ อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลายลง ต้นทุนน้ำมันโลกปรับตัวลงได้อย่างเป็นรูปธรรม คาดว่าจะเป็นปัจจัยหนุนการเดินทางท่องเที่ยวให้ทยอยเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นตั้งแต่ต้นปี - ปัจจุบัน (YTD) ทั้งอัตราการเข้าพัก (Occupancy) และรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ยังคงมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นเล็กน้อยหรือใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางไว้ในทุกเซ็กเมนต์
ลุ้นท่องเที่ยวฟื้น
นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุ หากความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับ สหรัฐอเมริกาคลี่คลายลง การฟื้นตัวของปริมาณนักท่องเที่ยว (Traffic) และความต้องการ (Demand) เดินทางจะเริ่มกลับมา “เติบโต” อีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่เหลือของไตรมาส 3/2569 นี้อาจเริ่มเห็นการเดินทางของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย (Short-Haul) กลับเข้าสู่การเดินทางเพิ่มมากขึ้น และกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-Haul) จะกลับมาในช่วงไฮซีซันในไตรมาส 4/2569 ได้ในอัตราปกติ
“หากสถานการณ์คลี่คลายและสงครามจบลง ราคาน้ำมันที่ลดลง จะส่งผลบวกโดยตรงต่อต้นทุนของสายการบิน ทำให้ค่าตั๋วเครื่องบินมีแนวโน้มลดลงในอนาคต สายการบินจะกลับมาเพิ่มจำนวนเที่ยวบิน (Capacity) และดำเนินการได้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อความต้องการ (Demand) โดยรวมทั่วโลก”
สำหรับหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม สายการบินปรับตัวลดลงกว่า 20% ตั้งแต่เกิดสถานการณ์สงคราม วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา และแม้ว่า SET จะสามารถปรับตัวกลับขึ้นมาได้ แต่หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวฯ ราคาฟื้นขึ้นมาแค่ราว 10% เท่านั้น ดังนั้นในเชิงกลยุทธ์ นักลงทุนสามารถทยอย “ซื้อสะสม” ได้ทุกตัวแม้ว่าระหว่างสัปดาห์ ราคาหุ้นอ่อนตัวกลับลงไปหากประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ มีสุนทรพจน์ใดใดออกมาอีก แนะนำในเชิงปัจจัยพื้นฐาน เลือก MINI AOT และ ERW โดย ERW เป็นตัวที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากความตึงเครียด เนื่องจากเน้นกลุ่ม Short-Haul และมีฐานกำไรที่ต่ำในปีที่แล้วจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและนักท่องเที่ยวจีนที่หายไป
MINT จะได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของบรรยากาศการท่องเที่ยวทั่วโลก (Global Sentiment) และกำลังเข้าสู่ช่วง High Season ในครึ่งปีหลัง รวมถึงมีประเด็นบวกจากการนำกองรีท (REIT) เข้า IPO สำหรับ AOT ได้รับอานิสงส์ตามบรรยากาศการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว
“เมื่อเทียบกับเหตุการณ์ในอดีต เช่น รัสเซีย-ยูเครน ที่หุ้นรีบาวด์กลับมาได้ภายใน 1 เดือน แต่รอบนี้ผลกระทบยาวนานกว่าเนื่องจากเกี่ยวข้องกับต้นทุนน้ำมันและปัจจัยอื่นๆ ที่ซับซ้อน ดังนั้นมูลค่าหุ้น (Valuation) กลุ่มท่องเที่ยวยังอยู่ในโซนที่น่าสนใจ ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2569 ต่อเนื่องไตรมาส 3/2569 ก็ไม่น่าจะแย่ น่าจะทรงตัวได้ YoY หลายบริษัท และสถานการณ์จะดูดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง (Second Half) โดยเฉพาะไตรมาส 4 ที่เป็นช่วง High Season ของกลุ่ม Long-Haul”
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
