เปิดฉากเข้าสู่เดือนมิถุนายน 2569 ตลาดทองคำในประเทศยังคงสร้างความฮือฮาด้วยระดับราคาที่เกาะกลุ่มอยู่ใกล้แนวต้านสำคัญระดับ 70,000 บาทอย่างเหนียวแน่น สำหรับใครที่กำลังมองหาจังหวะหรือตั้งคำถามว่า "ราคาทองคำในเดือนนี้ยังน่าสนใจหรือน่าทยอยสะสมอยู่ไหม?" เรามาถอดรหัสจากข้อมูลสมาคมค้าทองคำล่าสุดและปัจจัยหนุนระดับโลกกันครับ เจาะลึกสถานการณ์ราคาทองคำในประเทศ จากข้อมูลอ้างอิง สมาคมค้าทองคำ ซึ่งระบุราคาตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 02/06/2569 เวลา 17:24 น. (การประกาศครั้งที่ 18) มีตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้: ทองคำแท่ง 96.5% ขายออก 69,800.00 บาทต่อบาททองคำ รับซื้อ 69,600.00 บาทต่อบาททองคำ ทองรูปพรรณ 96.5% ขายออก 70,600.00 บาทต่อบาททองคำ ฐานภาษี (ราคาสำหรับรับซื้อคืน) 68,204.84 บาทต่อบาททองคำ ข้อสังเกตเชิงสถิติ: ส่วนต่าง (Spread) ของราคาทองคำแท่งระหว่างราคาซื้อและราคาขายกว้างเพียง 200 บาท ซึ่งเป็นมาตรฐานปกติของสมาคมฯ สะท้อนถึงสภาพคล่องในตลาดทองคำไทยที่ยังคงหมุนเวียนได้ดีมาก แม้ว่าระดับราคาจะขยับขึ้นมาสูงใกล้แตะหลัก 70,000 บาทแล้วก็ตาม InterGold ปัจจัยขับเคลื่อนและแนวโน้มราคาทองคำในเดือนมิถุนายน ปัจจุบันราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบประมาณ $4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งทำให้ภาพรวมทิศทางราคาถูกแบ่งออกเป็น 2 มุมมองหลัก ๆ ดังนี้ครับ ฮั่วเซ่งเฮง 🔴 แรงกดดันระยะสั้น (ปัจจัยที่ต้องระวัง) นโยบายดอกเบี้ยของ Fed เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่งและตัวเลขการจ้างงานที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงนานกว่าที่คาด ซึ่งเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อทองคำเนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย Barchart.com การแข็งค่าของดอลลาร์ เม็ดเงินส่วนหนึ่งถูกดึงกลับเข้าสู่สกุลเงินดอลลาร์สินทรัพย์สหรัฐฯ และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ทำให้ราคาทองคำมีจังหวะย่อตัวหรือเคลื่อนไหวในลักษณะสไลด์ออกข้าง (Sideways) ในช่วงต้นเดือน 🟢 ปัจจัยหนุนระยะยาว (ทำไมยังน่าสนใจ?) แรงซื้อจากธนาคารกลาง (Central Bank Buying) ธนาคารกลางหลายประเทศทั่วโลกยังคงเดินหน้าเข้าซื้อทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง J.P. Morgan ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมถึงทิศทางการเจรจาต่าง ๆ ยังคงเป็นปัจจัยหนุนชั้นดีในฐานะ "สินทรัพย์ปลอดภัย" (Safe Haven) ที่นักลงทุนเลือกใช้กระจายความเสี่ยง เป้าหมายปลายปีระดับสากล สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง J.P. Morgan และ Goldman Sachs ยังคงมีมุมมองเชิงบวก (Bullish) ในระยะยาว โดยประเมินว่าราคาทองคำโลกมีโอกาสทยอยไต่ระดับขึ้นไปทดสอบเป้าหมายที่สูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง Capital.com สรุปคำแนะนำ เดือนมิถุนายนนี้ "ยังน่าสนใจอยู่ไหม?" คำตอบคือ "ยังคงน่าสนใจมาก แต่ต้องปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะกับสภาวะราคา" ครับ เนื่องจากราคา ณ ปัจจุบัน ที่ขายออก 69,800 บาท ถือว่าเป็นราคาที่จ่อแนวต้านสำคัญอย่าง 69,900 - 70,000 บาท สายออมทอง/ลงทุนระยะยาว (Investment) สำหรับผู้ที่เน้นสะสมเพื่อเอาชนะเงินเฟ้อหรือกระจายความเสี่ยงพอร์ตการลงทุน จังหวะที่ราคาแกว่งตัว Sideways ในเดือนมิถุนายนถือเป็นโอกาสดีในการใช้วิธี DCA (Dollar Cost Averaging) หรือแบ่งเงินเป็นงวด ๆ เพื่อทยอยเข้าซื้อสะสม เนื่องจากพื้นฐานระยะยาวของทองคำยังมีปัจจัยหนุนแข็งแกร่งค้ำอยู่ครับ Q&A 3 คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับราคาทองคำในเดือนมิถุนายน 2569 Q1: ราคาขายออกของทองคำแท่งอยู่ที่ 69,800 บาท หากต้องการซื้อทองรูปพรรณ 1 บาทในวันเดียวกัน จะต้องเตรียมเงินประมาณเท่าไหร่? A1: จากข้อมูลในภาพ Screenshot 2569-06-03 at 07.47.55.png ราคาขายออกของทองรูปพรรณ 96.5% อยู่ที่ 70,600 บาท ครับ แต่ในการซื้อจริงหน้าร้านทอง คุณจะต้องเตรียมเงินเผื่อสำหรับ "ค่ากำเหน็จ" เพิ่มเติมด้วย (ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของลวดลายทอง โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 500 - 1,500 บาท) ดังนั้น งบประมาณรวมที่ต้องเตรียมจะอยู่ที่ประมาณ 71,100 - 72,100 บาทครับ Q2: ส่วนต่างระหว่างราคาขายออกและรับซื้อคืนของ "ทองคำแท่ง" กับ "ทองรูปพรรณ" แตกต่างกันอย่างไร ทำไมทองรูปพรรณถึงขาดทุนมากกว่าเวลาขายคืน? A2: หากสังเกตจากตารางประกาศ ทองคำแท่งมีส่วนต่างซื้อขายห่างกันเพียง 200 บาท (ขายออก 69,800 / รับซื้อ 69,600) ทำให้เวลาขายคืนจะเจ็บตัวน้อยมากครับ ขณะที่ ทองรูปพรรณ มีราคาขายออกสูงถึง 70,600 บาท แต่มีราคาฐานภาษีสำหรับรับซื้อคืนอยู่ที่ 68,204.84 บาท (ส่วนต่างห่างกันถึงประมาณ 2,395 บาท) สาเหตุเพราะทองรูปพรรณมีการหักค่าสึกหรอจากการใช้งานตามกฎหมาย และเวลาเรานำไปขายคืน ร้านทองจะไม่นับรวมค่ากำเหน็จที่เราเคยจ่ายไปตอนซื้อกลับมาให้ครับ Q3: หากราคาทองคำแท่งในประเทศขยับขึ้นไปทดสอบแนวต้าน และทะลุผ่านระดับ 70,000 บาทได้สำเร็จ ทิศทางต่อไปจะเป็นอย่างไร? A3: ในทางเทคนิค หากราคาทองคำแท่งสามารถฝ่าด่านจิตวิทยาที่สำคัญอย่าง 70,000 บาท และยืนระยะได้อย่างมั่นคง แนวต้านนี้จะเปลี่ยนเป็น "แนวรับใหม่" ทันที และจะเปิดโอกาสให้ราคาไหลตามโมเมนตัมขาขึ้นไปทดสอบเป้าหมายถัดไปที่บริเวณ 70,500 - 71,000 บาทได้ไม่ยากครับ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามทิศทางค่าเงินบาทควบคู่ไปด้วย เพราะหากเงินบาทเกิดแข็งค่าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก็อาจจะทำให้ราคาทองในประเทศไม่ได้พุ่งแรงเท่ากับราคาทองคำโลก (Gold Spot) ครับ อ้างอิงภาพปกและภาพประกอบที่ 1-4 โดย นักเขียน สร้างสรรค์จาก chatgpt.com เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !