รีเซต

อิสราเอลใช้ระเบิด 1,100 ตันโจมตีฐานทัพใต้ดินฮิซบอลเลาะห์ เข้าคุมพื้นที่ตอนใต้เลบานอนสมบูรณ์

อิสราเอลใช้ระเบิด 1,100 ตันโจมตีฐานทัพใต้ดินฮิซบอลเลาะห์ เข้าคุมพื้นที่ตอนใต้เลบานอนสมบูรณ์
TNN ช่อง16
11 กันยายน 2569 ( 18:39 )

อิสราเอลโจมตีฐานทัพใต้ดินของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งใช้ระเบิดมากกว่า 1,100 ตัน ทำให้อิสราเอลเข้าควบคุมพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนได้อย่างสมบูรณ์


กองทัพอิสราเอลได้โจมตีทำลายโครงสร้างใต้ดินของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นเครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินบริเวณสันเขา อาลี อัล ตาเฮอร์ ทางตอนใต้ของเลบานอน โดยเรื่องนี้ ได้รับการเปิดเผยจากแถลงการณ์ของ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีของอิสราเอล และอิสราเอล แคทซ์ รัฐมนตรีกลาโหม ที่ระบุว่าการโจมตีครั้งนี้ ทำให้ภารกิจด้านความมั่นคงของกองทัพอิสราเอล ในพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน เสร็จสมบูรณ์


สันเขา อาลี อัล ตาเฮอร์ อยู่ห่างจากพรมแดนอิสราเอล ประมาณ 15 กิโลเมตร และเป็นหนึ่งในจุดที่มีการสู้รบกันดุเดือดที่สุด ระหว่างกลุ่มฮิซบอลเลาะห์และกองทัพอิสราเอล โดยเชื่อว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้สร้างฐานบัญชาการไว้ที่ใต้ดิน และยังมีคลังเก็บอาวุธอยู่ใต้ดินด้วย 


NNA สื่อทางการของเลบานอนรายงานว่า กองทัพอิสราเอลระดมโจมตี สนเขา อาลี อัล ตาเฮอร์ อย่างหนักหน่วง แม้แต่พื้นที่ที่อยู่ห่างไกลออกไป ยังได้ยินเสียงระเบิดดังกึกก้อง ด้านกองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า ใช้วัตถุระเบิดมากกว่า 1,100 ตัน ในการโจมตีครั้งนี้ และแรงระเบิดทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนคล้ายแผ่นดินไหว ซึ่งมีแรงสั่นสะเทือนเทียบเท่าแผ่นดินไหวขนาด 4.1 แมกนิจูด


การสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ยังคงดำเนินต่อไป หลังจากที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังคงไม่ยอมวางอาวุธ และอิสราเอลก็ไม่ยอมถอนกำลังทหารออกไปจากพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ยื่นฟ้องสำนักข่าว "ฮาอาเรตซ์" (Haaretz) สื่อดังของอิสราเอลที่ก่อตั้งมายาวนานกว่า 100 ปี รวมถึงผู้สื่อข่าวและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในข้อหาหมิ่นประมาท ฐานเต้าข่าวประเด็นที่เคยรายงานว่า ผู้นำแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เคยแจ้งเตือนเนทันยาฮูล่วงหน้าเกี่ยวกับความเป็นไปได้กลุ่มฮามาสจะเปิดฉากโจมตีก่อนเหตุการณ์ในวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ซึ่งเป็นวันที่กลุ่มฮามาสเปิดฉากโจมตีอิสราเอลแบบสายฟ้าแลบจนทำให้สงครามระหว่าง 2 ฝ่ายในฉนวนกาซาปะทุขึ้นและยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน


ตามรายงานระบุว่า ผู้นำอิสราเอลได้สั่งทนายความดำเนินการยื่นฟ้องสำนักข่าวดังกล่าว และยืนยันว่าไม่มีการติดต่อหรือการสนทนาใด ๆ เกิดขึ้น ระหว่างตัวเขากับฝั่งประธานาธิบดียูเออีในช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุการโจมตีของกลุ่มฮามาส 


พร้อมกันนี้ เนทันยาฮูยังได้กล่าวโทษ "โรเนน บาร์" (Ronen Bar) อดีตผู้อำนวยการหน่วยชินเบต (Shin Bet / ISA) ซึ่งเป็นหน่วยข่าวกรองและหน่วยงานด้านความมั่นคงภายในของอิสราเอล รวมถึงกล่าวโทษ "เฮอร์ซี ฮาเลวี" (Herzi Halevi) อดีตเสนาธิการทหาร ฐานเห็นสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าง่ามีความเสี่ยงที่กลุ่มฮามาสจะก่อเหตุโจมตี แต่ไม่ได้แจ้งเตือนเนทันยาฮูอย่างทันท่วงที 


เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตชาวอิสราเอลราว 700 คน และมีการจับตัวประกันนับร้อยคนกลับไปยังฉนวนกาซา ส่งผลให้นายกรัฐมนตรีอิสราเอลประกาศภาวะสงครามและเปิดปฏิบัติการตอบโต้ทันที

อีกความเคลื่อนไหวหนึ่ง หลังจากที่เมื่อไม่กี่วันทีผ่านมา รัฐบาลอังกฤษได้ประกาศคว่ำบาตรผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยิวในเขตเวสต์แบงค์ โดยให้เหตุผลว่า รัฐบาลอิสราเอลจงใจปิดหูปิดตา การใช้ความรุนแรงของผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยิวต่อชาวปาเลสไตน์ และรัฐบาลอังกฤษยังกล่าวหาว่ามีการกวาดล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์เกิดขึ้นจริง ซึ่งเรื่องนี้ก็สร้างความไม่พอใจให้รัฐบาลของอิสราเอลเป็นอย่างมาก


แต่ว่ามี 8 ประเทศ ที่ออกมาสนับสนุนมาตรการคว่ำบาตรของอังกฤษ ประกอบไปด้วย กาตาร์ ตุรกี อียิปต์ อินโดนีเซีย จอร์แดน ปากีสถาน ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  ที่ออกมายืนหยัดสนับสนุนอังกฤษ และเรียกร้องให้ชาติอื่น ๆ ทำตามอังกฤษ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้ชาวปาเลสไตน์ในเวสต์แบงค์ 


อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีต่างประเทศของอิสราเอล ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ข้อกล่าวหาของอังกฤษ นั้นเป็นคำโกหกที่ร้ายแรง ยืนยันว่าไม่มีการกดขี่ ไม่มีการกวาดล้างเผ่าพันธุ์ หรือละเมิดสิทธิมนุษยชนใด ๆ ในเวสต์แบงค์ และยืนยันว่าทางการอิสราเอลปฏิบัติทุกอย่างตามกฎหมายระหว่างประเทศ  


ข่าวที่เกี่ยวข้อง