จับยกแก๊งใช้แบงค์ปลอมหยอดตู้เติมเงิน โอนต่อเนื่องเข้าบัญชี ตร.ตามสืบจนถูกรวบ

จับยกแก๊งใช้แบงค์ปลอมหยอดตู้เติมเงิน โอนต่อเนื่องเข้าบัญชี ตร.ตามสืบจนถูกรวบ
มติชน
3 กุมภาพันธ์ 2564 ( 19:15 )
22
จับยกแก๊งใช้แบงค์ปลอมหยอดตู้เติมเงิน โอนต่อเนื่องเข้าบัญชี ตร.ตามสืบจนถูกรวบ

ศรีสะเกษ ตำรวจกันทรลักษ์จับยกแก๊งค์ใช้ธนบัตรปลอมหยอดตู้เติมเงิน ได้ 2 ผู้ต้องหาพร้อมของกลางธนบัตรปลอมกว่า 30,000 บาท

 

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 3 ก.พ. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้า สภ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบรูณ์ รอง ผบช.ภาค 3 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สันติ เหล่าประทาย ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ พ.ต.อ.หัสพงศ์ เติมศิริตังคโนบล รอง ผบก.ภ.จ.ศรีสะเกษ พ.ต.อ.นรินทร์ บุพตา ผกก.สภ.กันทรลักษ์ ได้ร่วมกันแถลงข่าว การจับกุมคนร้ายใช้ธนบัตรปลอมหยอดตู้เติมเงิน ในท้องที่ สภ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยได้นำเอาของกลางประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อชูชูกิ รุ่นสแมส สีน้ำเงิน จำนวน 1 คัน โทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง บัตร เอทีเอ็ม จำนวน 8 อัน สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 10 เล่ม ซองบรรจุซิม ทรู จำนวน 4 หมายเลข ธนบัตรรัฐบาลไทยปลอม ฉบับละ ๑๐๐ บาท หมายเลข ๒ จ ๗๔๗๑๔๘๖ จำนวน 321 ฉบับ ถุงมือตัดปลายนิ้ว จำนวน 1 อัน ซิมการ์ด จำนวน 4 หมายเลข และหมวกกันน็อค จำนวน 1 อัน มาแถลงข่าวในครั้งนี้

 

พล.ต.ต.สันติ เหล่าประทาย ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2564 ได้มีคนร้ายก่อเหตุใช้ธนบัตรปลอมหยอดตู้เติมเงิน ในท้องที่ สภ.กันทรลักษ์ จว.ศรีสะเกษ ตนจึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.นรินทร์ บุพตา ผกก.สภ.กันทรลักษ์ และเจ้าหน้าที่ ตร.ชุดสืบสวน สภ.กันทรลักษ์ ให้สืบสวนหาตัวคนร้าย และตรวจสถานที่เกิดเหตุ ชุดสืบสวนได้ร่วมกับพนักงานสอบสวน ตรวจที่เกิดเหตุและตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่ามีหลายจุดที่สามารถบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้และพบเป็นภาพบุคคลต้องสงสัย จํานวน 2 คน ขับขี่ รถจักรยานยนต์ ชูชูกิ สแมช สีน้ําเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เข้ามาใช้บริการตู้เติมเงิน โดยมีบุคคล ลักษณะคล้ายผู้หญิง สูงประมาณ 150 – 160 ซม.รูปร่างอ้วน ใส่กางเกงขายาว ร้องเท้าผ้าใบ ขอบพื้นสีขาว สวมเสื้อ แขนยาว สวมหมวกกันน็อค สวมหน้ากาก ปกปิดใบหน้า ลงมานําธนบัตรปลอมหยอดเงินเข้าตู้เติมเงิน และพบบุคคล ลักษณะคล้ายชาย ผอมบาง อยู่ประจํารถจักรยานยนต์ นั่งซ้อนท้าย ซึ่งธนบัตรที่ตรวจพบ ดังกล่าว เป็นธนบัตรปลอม ที่หยอดเข้าตู้เติมเงินแต่ละจุด

 

พล.ต.ต.สันติ เหล่าประทาย ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ กล่าวต่อไปว่า โดยทราบข้อมูลทางเทคนิคจากเจ้าหน้าที่ตู้เติมเงินที่เสียหาย โดยทราบว่าธนบัตร(ปลอม) นั้นถูกโอนเข้าหมายเลข 098-3256038 เป็นธนบัตรปลอม ฉบับละ 100 บาท จํานวนหลายใบ จากนั้นจึงได้ประสานกองบังคับการตํารวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 โดยใช้อํานาจหน้าที่ดําเนินการอันเป็นความผิดทางอาญาเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดยตรวจสอบโทรศัพท์หมายเลข 098-32xxx3๘ พบว่า ที่คนร้ายนําธนบัตรปลอมฉบับละ ๑๐๐ บาท หยอด ลงตู้เติมเงิน(ผู้เสียหาย) โดยโอนผ่านระบบทรูวอลเล็ท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตรวจสอบข้อมูลกับบริษัททรูวอลเล็ท ที่เติมเงินเข้าโทรศัพท์หมายเลข 098-32xxx3๘ ปรากฏว่าโทรศัพท์หมายเลข 098-32xxx38 ผูกบัญชี ทรูวอลเล็ท เมื่อยอดเติมเงิน(เงินปลอม)เข้าบัญชี ทรูวอลเล็ท จากนั้นจะโอนไปยัง ยังบัญชี ทรูวอลเล็ท หมายเลขโทรศัพท์หมายเลข 095-31xxx39 จากนั้นจะโอนเงินเข้า บัญชีธนาคารกรุงxxx เลขที่บัญชี 3330xxx234 (ซึ่งเจ้าของหมายเลขนั้นได้ให้บัตร เอทีเอ็มและสมุดบัญชี ไว้กับ น.ส.สุพรรษา สินศรี เป็นผู้ถือ) จากนั้นจะโอนต่อไปยังบัญชีธนาคารของ น.ส.สุพรรษา สินศรี อายุ 30 ปี ที่ต.ห้วยข่า อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี และ น.ส.สุพรรษา สินศรี จะกดเงินสดจากบัตร เอทีเอ็ม/บัญชีของตนเอง เจ้าหน้าที่ ตร.ได้ตรวจสอบพบภาพจากกล้องวงจรปิด ภายในพื้นที่ อำเภอกันทรลักษ์ ทั้งหมด (รวมทั้งเขต safety zone )

 

พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบรูณ์ รอง ผบช.ภาค 3 กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบภาพคนร้ายทั้ง 2 คนโดยตลอด และตรวจสอบภาพและใบหน้าจากกล้องวงจรปิดและภาพถ่ายทะเบียนราษฎร์ ซึ่งน่าเชื่อว่าเป็นบุคคลเดียวกัน จากนั้น พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเสนอศาลจังหวัดกันทรลักษ์ ขออนุมัติออกหมายจับ น.ส.สุพรรษา สินศรี ที่ 7/64 ลงวันที่ 1 ก.พ.64 จากนั้นเมื่อวันที่ 2 ก.พ.64 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ทำการสืบสวนติดตามเพื่อจับกุมและจากการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหานั้นมาพักอาศัยที่ห้องพักเลขที่ 2 หอพักแห่งหนึ่ง ในเขต ต.หนองหญ้าลาด อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าตรวจค้นปรากฏพบผู้ต้องหาตามหมายจับทั้ง 2 คน คือ ผู้ต้องหาที่ 1.น.ส.สุพรรษา สินศรี อายุ 30 ปี ที่อยู่บ้านเลขที่ 116 ม.19 ต.ห้วยข่า อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี (หมายจับศาลจังหวัดกันทรลักษ์ที่ 7/64 ลงวันที่ 1 ก.พ.64) โดยกล่าวหาว่ามีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งธนบัตรปลอม อันตนได้มาโดยรู้ว่าเป็นของปลอม และได้มาซึ่งธนบัตรปลอมโดยรู้ว่าเป็นธนบัตรปลอมแล้วยังขืนนำออกใช้”และผู้ต้องหาที่ 2.นายหวา ราชรินทร์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44 ม.18 ต.ห้วยข่า อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี โดยได้ของกลางทั้งหมด ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ธนบัตรที่ตนเองนำมาใช้นั้นได้ซื้อผ่านทางอินเตอร์เนตแล้วนำมาใช้เติมเงิน โดยซื้อมาจำนวน 30,000 บาท ซื้อในราคา 7,500 บาท จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.กันทรลักษ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง