ประวัติความเป็นของธงไตรรงค์บ้านเรา มีมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยรุ่นปู่ของปู่ย่าของย่า ได้แล้วมั้งครับ แต่เราจะรู้จริงๆรึไม่ ว่าธงชาติของเรามีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนามามากเท่าไหร่แล้ว กว่าจะเป็น ธงประชาติ ของเราอย่างในทุกวันนี้ นี่อาจจะเป็นโอกาสดีก็ได้ที่เราจะได้มาทำความรู้จัก บอกเล่าประวัติที่น่าจดจำอันนี้ไว้ให้ลูกหลานเราจำ เพื่อจะได้ส่งต่อความรู้และความเป็นเอกลักษณ์ของเราสืบไป เรามาเริ่มต้นด้วย ธงจินดา (ก่อน พ.ศ. 2325) เป็นธงสมัย กรุงศรีอยุธยาและต้นรัตนโกสินทร์ ยังไม่มี ยังไม่ถือว่า เรียกเป็น ธงชาติไทย แต่ใช้เป็น ธงแดงล้วน ในกองทัพเรือหลวงและสถานที่ราชการทั่วไป เพื่อแสดงว่าเป็นเรือของสยาม เพียงเท่านั้น ธงแดงมีรูปจักร (สมัยสมเด็จพระนารายณ์ - รัชการที่ ๑ สำหรับธงนี้ ใช้เพื่อให้ต่างชาติรู้ว่าเป็นเรือสยาม เพื่อจะได้ไม่สับสนกับเรือต่างชาติ ที่ใช้ธงแดงเหมือนกัน สมัยนั้นจึงได้เพิ่ม รูปจักร เข้ามาก็เพื่อเพิ่มความแตกต่างให้กับพื้นธงสีแดง ไม่ให้เหมือนเป็นสีเดียวกับเรือธงของต่างชาติ อีกอย่างเป็นสัญลักษณ์ทางความเชื่อในทางศาสนาพราหม์ฮินดู หมายถือ นามของพระนารายณ์ นั้นเอง และเป็นสีขาวตัดกับสีแดง ทำให้ธงดูโดดเด่นมากขึ้น ธงแดงมีสัญลักษณ์ตรีศูร (รัชกาลที่ ๒ - รัชกาลที่ ๓ พอมาถึงช่วง รัชกาลที่ ๒ - รัชกาลที่ ๓ มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม คือ เพิ่มตรีศูล เข้ามาตรงกลางธงลงในจักรที่มีแต่เดิม เพื่อใช้แสดงในสถานที่ของทหารเรือและในราชสำนัก ธงช้างเผือกในวงจักร (รัชกาล ที่ ๔) ต่อมาเมื่อถึง รัชกาลที่ ๔ พ.ศ 2398 - ร.๔ ทรงโปรดเกล้า ให้เปลี่ยนธงใหม่ เพื่อแสดงความเป็นรัฐชาติที่ทันสมัย เพื่อแสดงให้ต่างชาติเห็นว่าเราเป็นประเทศที่มีอารยะ ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน อย่างที่เข้าใจในสมัยนั้น จึงได้ใช้ ธงแดงพื้นหลังเหมือนเดิมแต่เพิ่มเติมตรงกลางมีรูปช้างเผือกในวงจักร ซึ่งเป็นความเชื่อว่า ช้างเผือกนั้นเป็นสัตว์มงคล แทนตัว พระมหากษัตริย์และความอุดมสมบูรณ์ ธงช้างเผือกกลางผืนแดง (รัชกาลที่ ๕) พอถึง พ.ศ. ๒๔๑๑ จนถึง รัชกาลที่ ๕ ทรงโปรดเกล้า เปลี่ยนเป็น ธงพื้นหลังสีแดง และเพิ่มช้างเผือกตรงกลางหันหน้าออก ตรงกลางผืนธงแทน และยังให้ใช้เป็น ธงชาติและธงกองทัพเรือ อีกด้วย ทำให้ธงผืนนี้เป็นที่รู้จักและประจักษ์แก่สายตาชาวโลกมากขึ้น ธงช้างเผือกยืนบนแท่น (รัชกาลที่ ๖) และมาถึง พ.ศ ๒๔๕๑ - รัชกาลที่ ๖ โปรดเกล้าให้ปรับปรุงใหม่อีกครั้ง เป็นพื้นธงแดง มีช้างเผือกยืนอยู่บนแท่น ภายในกรอบวงกลม และใช้ในราชการทั่วไป แต่ยังยังไม่ถือว่าเป็นธงที่ใช้ในแผ่นดินสยามประเทศ ธงแถบแดง-ขาว (ธงดรุงกาส /ธงเปียว รัชกาลที่ ๖) ต่อด้วยช่วง ๒๔๕๙ - รัชกาลที่ ๖ ทรงโปรดเกล้าให้สร้างธงใหม่อีกครั้ง ครั้งนี้ลักษณะเป็น ธงแถบสี ขาว-แดงสลับกัน ๕ แถบ โดยที่แถบแรกและแถบสุดท้ายเป็นสีแดง ส่วนตรงกลาบสลับกันกับสีขาว ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อความสะดวกสำหรับประชาชนทั่วไป ที่ต้องการจะใช้ โดยไม่มีข้อจำกัด ว่าต้องเป็นหน่อยงานราชการเท่านั้น อีกทั้งยังมีลักษณะคล้ายๆกับธงชาติในปัจจุบัน แค่ยังไม่มีสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นตัวแทนของพระมหากษัตริย์ เท่านั้นเอง ธงไตรรงค์ (ธงชาติในปัจจุบัน รัชกาลที่ ๑o) และนับตั้งแต่ พ.ศ ๒๔๖o และยังคงอยู่ในช่วงของ รัชกาลที่ ๖ และยังเป็นช่วงที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๑ ทรงโปรดเกล้าให้เพิ่มสีน้ำเงินเข้ามา ตรงบริเวณกลางธงเข้ามา ซึ่งเหตุผลอย่างที่เราทราบกันดี แต่ละสีก็แทนความหมายสถาบันหลักของชาติบ้านเมืองเรา สีขาว หมายถึง ศาสนา สีแดง หมายถึง ชาติ สีน้ำเงิน หมายถึง พระมหากษัตริย์ และถูกเรียกโดยรวมว่า ธงไตรรงค์ และได้ประกาศให้กลายเป็น วันธงชาติไทย ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน พ.ศ ๒๔๖o นับแต่นั้นมา เพราะฉะนั้นแล้ว หากเราได้ยินเสียง " จงยืนเคารพธงชาติ เพื่อเพลงชาติไทย ในเอกราชและพระมหากษัตริย์ไทย" ซึ่งเราจะได้ยินทุกเช้าเวลา o๘.oo ก็อย่าลืมที่จะหยุดและยืนตรง เพื่อความเป็นหนึ่งน้ำใจเดียวกันในชาติเรา นะครับ สวัสดีครับ ภาพประกอบทั้งหมดโดย ผู้เขียน ภาพปกบทความ โดย ผู้เขียน เครดิตภาพหน้าปก วัดพระแก้ว โดย icon0.com เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !